ข่าว

ปืนใหญ่สลุด4-1ขยับขึ้นรองจ่าฝูง

ปืนใหญ่สลุด4-1ขยับขึ้นรองจ่าฝูง

08 พ.ย. 2552

"ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ขึ้นรองจ่าฝูงตามคาดหลังบุกถล่ม "หมาป่า" วูล์ฟแฮมป์ตัน 4-1 ในศึกพรีเมียร์ชิพเมื่อวันเสาร์ที่ 7 พ.ย. ขณะที่ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ขึ้นที่ 4 ด้วยชัยชนะเหนือ "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ 2-0 โดยที่ "สิงห์ผยอง" แอสตัน วิลล่า ระเบิดฟอร์มตามขึ้นมาท

ศึกพรีเมียร์ชิพนัดวันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ออกไปเยือน "หมาป่า" วูล์ฟแฮมป์ตัน ที่โมลินิวซ์ กราวด์ โดยเกมนี้ทีมเยือนยังคงใช้ผู้เล่นชุดที่ชนะเมื่อกลางสัปดาห์เป็นส่วนใหญ่ รวมทั้งส่ง แอรอน แรมซีย์ ลงเป็นกองกลางตัวจริง ซึ่งเกมในช่วงแรก วูล์ฟส ใช้เกมวิ่งสู้ฟัดจนทำให้ อาร์เซนอล เล่นได้ไม่ถนัดเท่าไรนัก แต่เมื่อถึงนาทีที่ 28 ทีมเยือนได้ประตูออกนำแบบมีโชคเล็กน้อยเมื่อ เชส ฟาเบรกาส เปิดเตะมุมจากทางซ้ายไปโดน โรนัลด์ ซูบาร์ เข้าประตูตัวเองเป็น 1-0

 หลังได้ประตูนำทำให้ทีมเยือนเล่นสบายขึ้นนาทีที่ 35 หนีเป็น 2-0 เมื่อ เอดูอาร์โด้ ดาซิลวา ชิพบอลไปโดนศีรษะ โจดี ครัดด็อก เข้าประตูตัวเองไปเป็น 2-0 ก่อนที่นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก โรบิน ฟานเพอร์ซี ชิ่งบอลให้ เชส ฟาเบรกาส ยิงโล่งๆ ในเขตโทษเข้าไปอีกประตู จบครึ่งแรก อาร์เซนอล นำห่าง 3-0

 เข้าครึ่งหลังนาทีที่ 66 ปืนใหญ่ ยังมาได้ประตูเพิ่มอีกเมื่อ เวย์น เฮนเนสซี นายทวารเจ้าถิ่นปัดบอลจากลูกเตะมุมไม่ดีถูก อังเดร อาร์ชาวิน ยิงสวนเป็น 4-0 แต่เจ้าถิ่นยังมาได้ประตูปลอบใจก่อนหมดเวลา 1 นาทีจากการโหม่งของ ครัดด็อก ทำให้ อาร์เซนอล ชนะ 4-1 พร้อมขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ของตาราง แต่หลังจบการแข่งขัน เชส ฟาเบรกาส กัปตันทีมอาร์เซนอลยังไม่พอใจกับผลงานของทีมตัวเองเท่าไรนัก เมื่อสุดท้ายมาเสียประตูจากลูกตั้งเตะที่เป็นจุดอ่อนของทีมเหมือนเดิม และแม้ว่าจะยิงได้ถึง 4 ประตูแต่ก็ถือว่ายังไม่ใช่ฟอร์มที่ดีที่สุดของทีม เพราะเป็นการได้จากการทำเข้าประตูตัวเองถึง 2 ประตูด้วยกัน

 "สิงห์ผยอง" แอสตัน วิลล่า เปิดวิลล่า ปาร์ค ไล่ถล่ม โบลตัน 5-1 เมื่อได้ประตูออกนำตั้งแต่นาทีที่ 5 ของเกมจากการยิงซ้ำของ แอชลีย์ ยัง เป็น 1-0 ก่อนหนีห่างเป็น 2-0 จาก กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ นาทีที่ 43 แต่ โบลตัน ก็ตีไข่แตกจาก โยฮัย เอลมานเดอร์ นาทีที่ 45 จบครึ่งแรก วิลล่า นำ 2-1

 แต่ครึ่งหลังเกมตกเป็นของเจ้าถิ่นอยู่ข้างเดียวและมาได้เพิ่มอีก 3 ประตูจาก ยอห์น คาริว นาทีที่ 53, เจมส์ มิลเนอร์ นาทีที่ 72 และ คาร์ลอส คูเอญาร์ นาทีที่ 75 ส่งผลให้ วิลล่า คว้า 3 แต้มไปแบบสบายๆ

 "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ พลาดชัยชนะแบบเหลือเชื่อในถิ่นซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร์ ของตัวเองไปอีกนัด เมื่อถูก เบิร์นลีย์ บุกมานำก่อน 2-0 จากจุดโทษของ เกรแฮม อเล็กซานเดอร์ นาทีที่ 19 และ สตีเฟ่น เฟลตเชอร์ นาทีที่ 32 แต่ ฌอน ไรท์ ฟิลลิปส์ ก็ยิงแฉลบไล่ให้เจ้าถิ่นขึ้นมาเป็น 1-2 นาทีที่ 43

 ครึ่งหลัง ซิตี้ กลับมาครองเกมได้เต็มที่นาทีที่ 55 โคโล ตูเร่ ชาร์จบอลที่หน้าประตูตีเสมอเป็น 2-2 ก่อนที่ ไรท์ ฟิลลิปส์ จะใส่พานให้ เคร็ก เบลลามี ยิงให้เจ้าถิ่นแซงนำ 3-2 นาทีที่ 58 ซึ่งเกมทำท่าว่า แมนฯ ซิตี้ จะได้ชัยชนะ แต่แล้วก่อนหมดเวลา 3 นาที เควิน แม็คโดนัลด์ มาตีเสมอให้ทีมเยือนได้สำเร็จ จบเกมเสมอกันไป 3-3 เบิร์นลีย์ จึงเก็บแต้มในการเล่นเป็นทีมเยือนได้เป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้

 จากผลเสมอในนัดนี้ทำให้ มาร์ค ฮิวจ์ส ผู้จัดการทีมแมนฯ ซิตี้ ค่อนข้างหัวเสียกับผลการแข่งขันที่ออกมาเป็นอย่างมาก จากการที่ต้องเสมอแบบน่าชนะในบ้านตัวเองเป็นนัดที่ 2 ติดต่อกัน และเหตุผลหนึ่งก็คือแดนหน้าพลาดโอกาสที่จะทำประตูเพิ่ม

 "มันเป็นเรื่องน่าผิดหวัง เพราะเราอยู่ในสถานการณ์ที่จะชนะอยู่แล้ว เราต้องเรียนรู้ถึงเกมแบบนี้เพราะว่าเราเสมอ 2 นัดในบ้านจากสถานการณ์ที่จะชนะอยู่แล้ว บางทีผลที่ออกมาอาจจะไม่ตรงกับสิ่งที่เราทำงานกันอย่างหนัก เราไม่ได้ทำสิ่งที่ถูกที่ถูกเวลา" ฮิวจ์สกล่าว

 "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส เปิดไวท์ ฮาร์ท เลน เอาชนะ "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ 2-0 เมื่อได้ประตูนำก่อนตั้งแต่นาทีที่ 12 เมื่อ ปีเตอร์ เคราช์ โหม่งชงให้ ร็อบบี คีน ยิงเป็น 1-0 และแม้ว่า ซันเดอร์แลนด์ จะได้โอกาสทองในการตีเสมอจากจุดโทษนาทีที่ 52 แต่ โกเมส เซฟลูกยิงของ ดาร์เรน เบนท์ เอาไว้ได้ ก่อนที่ ทอม ฮัดเดอร์สตัน จะมายิงย้ำชัยให้เจ้าถิ่นนาทีที่ 68

 ผลอีกคู่ "กุหลาบไฟ" แบล็คเบิร์น ชนะ "ปอมปีย์" ปอร์ทสมัธ 3-1 โดยทีมเยือนนำก่อนจาก เจมี โอฮารา นาทีที่ 16 แต่เจ้าถิ่นมายิง 3 ประตูรวดจาก เจสัน โรเบิร์ต นาทีที่ 53 กับ 86 และ ไรอัน นีลเซน นาทีที่ 73

 ด้านเกมวันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ได้ เฟอร์นันโด ตอร์เรส กองหน้าชาวสเปนฟิตลงสนามเยือน "เดอะบลูส์" เบอร์มิงแฮม ในเวลา 03.00 น. หลังจากที่หัวหอกรายนี้มีอาการดีขึ้นจากการบาดเจ็บที่โคนขาหนีบ แต่ยังต้องลุ้นทดสอบความฟิตของ สตีเวน เจอร์ราร์ด ที่เจ็บที่เดียวกัน นอกจากนั้นยังมีปัญหาเพิ่มอีกคือ เจมี คาร์ราเกอร์ กับ ฟิลิปป์ เดเก้น 2 กองหลังต้องติดโทษแบน

 ฝั่ง อเลกซ์ แม็คลิช ผู้จัดการทีมเยือน จะไม่มี แบร์รี เฟอร์กูสัน กองกลางชาวสกอตแลนด์ที่ติดแบนทำให้ ลี คาร์สลีย์ จะได้ลงเล่นแทน ซึ่งสถิติที่ทั้งคู่เจอกันมา 112 หน ลิเวอร์พูล เหนือกว่า ด้วยการชนะ 56 เสมอ 27 เบอร์มิงแฮม ชนะ 29 นัด แต่การเจอกันเมื่อฤดูกาลที่แล้วเสมอกันทั้งสองนัด โดยนัดแรกเล่นที่แอนฟิลด์เสมอ 0-0 ก่อนไปเสมอ 2-2 ที่เซนต์ แอนดรูว์ส

 ตารางคะแนนพรีเมียร์ชิพ

  แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย แต้ม
เชลซี  11  9  0  2   28    8   27
อาร์เซนอล 11  8  1  2   36   14   25
แมนฯ ยูไนเต็ด 11  8  1  2   23   11   25
สเปอร์ส 12  7  1  4   23   17   22
แอสตัน วิลล่า 12  6  3  3   20   12   21
แมนฯ ซิตี้ 11  5  5  1   21   14   20
ลิเวอร์พูล 11  6  0  5   25   16   18
ซันเดอร์แลนด์ 12  5  2  5   20   19   17
สโต๊ค  11  4  4  3   11   13   16
เบิร์นลีย์ 12  5  1  6   15   25   16
ฟูแล่ม  10  4  2  4   13   13   14
วีแกน  11  4  1  6   12   21   13
แบล็คเบิร์น 11  4  1  6   14   25   13
เอฟเวอร์ตัน 10  3  3  4   13   16   12
เบอร์มิงแฮม 11  3  2  6    8   12   11
โบลตัน  11  3  2  6   15   24   11
เวสต์แฮม 11  2  4  5   15   18   10
วูล์ฟแฮมป์ตัน 12  2  4  6   12   22   10
ฮัลล์ ซิตี้ 11  2  2  7    8   24    8
ปอร์ทสมัธ 12  2  1  9   10   18    7