
คนต้นทุนต่ำ
ในทางค้าขาย ทุกตำราสอนเหมือนกัน ต้องกดต้นทุนให้ต่ำเข้าไว้ หากทำได้ จะถือว่าเยี่ยมยุทธ์
แจ๋วจริง ยิ่งขายมากเท่าไหร่ โอกาสทำกำไรก็จะสูง แปรผันตามกัน
วลีนี้จึงเป็นวลีทอง เป็นคาถาแปะฝาบ้านของคนทำธุรกิจ โดยเฉพาะช่วงที่เศรษฐกิจไม่สู้จะดี ใครที่บ้าเดินสวนกระแส ไม่ปรับไม่ลด ผมว่าไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต
ลองคิดเล่นๆ ถ้าเอาประโยคที่ว่าไปใช้กับคน แกล้งแหย่ใครก็ได้ว่าเป็นคนมีต้นทุนต่ำ
เชื่อผมมั้ย? ได้เรื่องแน่ๆ ความหมายที่เคยบวกเปลี่ยนเป็นลบได้ในพริบตา
เพราะที่เห็นใช้ๆ กันอยู่ ประโยคนี้มักจะถูกเปรียบเปรยกับคนที่ไม่มีเครดิต จะพูดจะจาอะไร ก็ไม่มีน้ำหนัก คนไม่เกรงใจ ไม่เชื่อมั่น
ครั้นคนประเภทนี้อาสาจะเป็นผู้นำ คนก็ไม่ศรัทธา ซึ่งสาเหตุที่แท้ก็ต้องไปว่ากัน อาจเป็นเพราะขาดความรู้ หรือไม่เชี่ยวชาญ หรือเอาจริงๆ ไม่เกี่ยวกัน แต่เป็นทัศนคติ ความไม่ชอบโดยส่วนตัว
ผมเห็นบางทีประโยคเดียวกันแท้ๆ ขึ้นอยู่กับยัดใส่ปากใครพูด น้ำหนักความเกรงใจต่างกันสิ้นเชิง
ยาแก้ของประเภทหลังคงยาก แต่ถ้าเป็นอย่างแรก ก็พอจะมีวิธีอยู่บ้าง เช่น ต้องเร่งสะสมความน่าเชื่อถือ โดยค่อยๆ เพาะเครดิตให้แก่ตัว สร้างความรู้ ความชำนาญ อุดรูรั่วที่มีให้หมด
“ต้นทุนต่ำ” อีกแบบที่พอเห็นบ้าง ไม่ลบไม่บวก ใช้อุปมากับคนที่ไม่ร่ำรวยแต่กำเนิด ไม่มีใบบุญของพ่อแม่ที่สะสมมาให้ จึงไม่มีวาสนาได้เกิดบนกองเงินกองทองในชาตินี้
ยิ่งไม่ได้เรียนโรงเรียนดังๆ จบมหาวิทยาลัยมีชื่อของรัฐ ต่อระดับปริญญาโทหรือเอก ก็อาจต้องเจียมตัวว่าเป็นคนต้นทุนต่ำ ซึ่งผมว่ามีอยู่ไม่น้อยในสังคม
แต่ชีวิตคนเราสั้นนัก จะมัวแต่นั่งน้อยใจ ก็เสียเวลาเปล่า สู้เดินหน้าต่อไปดีกว่า คนเราเลือกเกิดไม่ได้ก็จริง แต่ใครว่าเลือกที่จะเป็นไม่ได้ ผมขอเถียงแทนให้?
ความที่ชอบวิเคราะห์ เวลาสัมภาษณ์พนักงานใหม่ ผมมักเห็นคนสองประเภทเสมอ…
จะว่าบังเอิญหรืออะไรก็ช่าง คนที่ฐานะทางบ้านธรรมดาๆ หรือไม่สู้จะดีนัก ประเภทไม่มีต้นทุนเท่าไหร่ คุยทีไร ผมสัมผัสได้ถึงความมีน้ำอดน้ำทน แววตาซ่อนความขยันและเลือดนักต่อสู้เต็มตัว
อย่าเพิ่งตำหนิว่าผมเอาไม่กี่คนมาเป็นบรรทัดฐานตัดสิน คิดซะว่าเป็นข้อสังเกตของผมก็เท่านั้น แต่ผมก็เชื่อว่า คนอีกประเภทที่มีต้นทุนดีๆ ถ้าหาให้เจอ ก็ขยัน เก่งเอาเรื่องได้ไม่แพ้กัน
ผู้ใหญ่ที่รู้จักท่านหนึ่งเห็นต่าง เขามักจะเลือกคนที่มีพื้นฐาน ฐานะทางบ้านดีไว้ก่อน เพราะพวกนี้ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องตกงาน จึงกล้าคิด กล้าแสดงออก ไม่มีเงื่อนไขความกลัวกดทับจนไม่เป็นตัวเอง
ถ้าสมมติตัวแปรอื่นๆ คงที่เหมือนกันหมด เช่น เก่งใกล้กัน มีประสบการณ์ความรู้ประมาณกัน ขอเงินเดือนไม่แตกต่างกัน ผมเคารพการตัดสินใจครับ ไปวัดดวงกันเอง
เพื่อนรุ่นพี่อีกท่านพูดน่าคิด ผมเห็นด้วยเต็มๆ คนต้นทุนต่ำน่าจะได้เปรียบตรงที่ไม่มีอะไรจะเสีย
ทุกอย่างที่เดินเข้ามาในชีวิต ล้วนเป็นกำไรทั้งสิ้น ต่างกับคนอีกประเภทที่มีต้นทุนสูงเป็นเดิมพัน
ขอวกเข้าเรื่องเงินๆ ทองๆ ก่อนจบซะหน่อย ผมว่ายิ่งเป็นคนต้นทุนต่ำ ยิ่งต้องระวัง และทำต้นทุนด้านนี้ให้สูง โดยต้องมีวินัยทางการเงินอย่างถึงที่สุด
ถ้าไม่จำเป็น ไม่ต้องกู้ เพราะยิ่งกู้มาก ภาระหนี้ก็สูงตาม เมื่อต้องการกู้หนี้ชั้นดีอื่นๆ อาจมีผลทำให้ไม่อนุมัติ หรือได้วงเงินน้อยกว่าที่ต้องการ แล้วจะมานั่งเสียใจภายหลัง
ตัวทำลายต้นทุนที่ต้องจำไว้คือ “การเบี้ยวหนี้” ตามกฎกติกา ประวัติการชำระเงินทั้งหมดจะถูกส่งไปที่เครดิตบูโร เพื่อเป็นฐานข้อมูลส่วนกลางให้สถาบันการเงินในกลุ่มสมาชิกได้เข้าไปสืบค้น
ถ้าหนีหรือไม่จ่าย ก็เท่ากับลดเครดิต ทำลายต้นทุนด้วยน้ำมือตัวเอง
ต่อไปจะกู้อะไรก็ยาก ฉะนั้น...เรื่องการเงิน อย่าเสียงดีกว่า ผมว่านะ
ชัยพล กฤตยาวาณิชย์ [email protected]



