
เครือข่ายต้านการทุจริตภาค ปชช. ร้องให้ยุบ "พรรคไทยรักษาชาติ"
นครราชสีมา - คมข่าวทั่วไทย
นครราชสีมา วันนี้ (12 กุมภาพันธ์ 2562) ที่ห้องโคราชฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดโครงการสร้างกลไกในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเลือกตั้ง กิจกรรมการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ.2562 โดยมีนายศิริชัย วิริยะพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมาพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ กกต.จังหวัดชี้แจงข้อกฎหมายและข้อพึงปฏิบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. โดยมีผู้สมัคร ส.ส. เขตเลือกตั้งที่ 1-14 จำนวน 511 คน จาก 54 พรรคการเมืองและผู้สนับสนุนตลอดจนผู้ร่วมสังเกตการณ์เข้าร่วมประชุมรับฟังคำชี้แจงกว่า 700 คน
นายศิริชัย วิริยพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า กกต. ได้เชิญผู้สมัคร 511 คนจาก 54พรรคการเมืองมาชี้แจงทำความเข้าใจข้อกฎหมาย ข้อปฎิบัติ ข้อห้ามต่างๆ เพื่อลดการเข้าใจผิดกัน เรื่องข้อขัดแย้งกันและการร้องเรียนต่างๆ โดยขอให้ทุกคนทุกพรรคหาเสียงโดยปฎิบัติอยู่ในกรอบของกฎหมาย ไม่กระทำการที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งเรื่องกฎหมายพรรคการเมือง และถ้ามีการกระทำผิดเกิดขึ้นจริงเราก็จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามี่กฎหมายกำหนด ไม่ได้หมายความว่าการสมานฉันท์จะไปสมานฉันท์กับสิ่งที่ผิดกฎหมาย เราต้องการบอกว่าสิ่งใดทำได้ ทำไม่ได้ ซึ่งเราได้รับความร่วมมือจากผู้สมัครทั้ง 14 เขตอย่างดีและจากการสังเกตดูทุกคนตั้งใจฟัง หลายคนเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ป้ายแดงที่สมัครครั้งแรกเราก็เป็นห่วงเพราะไม่เคยผ่านเวทีมาเลยและอาจจะไม่เข้าใจขั้นตอนของกฎหมาย ไม่เข้าใจข้อห้าม
รวมทั้งค่าใช้จ่ายต่างๆในการหาเสียง ซึ่งผู้สมัครทุกคนจะต้องจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายในการเลือกตั้งและมีระยะเวลาที่จะต้องยื่นภายใน 90 วันนับแต่วันเลือกตั้ง สิ่งเหล่านี้ถ้าไม่ยื่นจะมีโทษทางอาญาหรือยื่นข้อความอันเป็นเท็จก็จะมีโทษทางอาญาตามมา และเราได้เน้นย้ำในเรื่องของสิ่งเหล่านี้และบทบัญญัติที่เป็นความผิดตามกฎหมายเลือกตั้งพรรคการเมือง เราได้ยกตัวอย่างให้ผู้สมัครทุกคนฟังว่า ในคราวเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นของจังหวัดนครราชสีมาเรื่องการซื้อเสียงก็ดี การเอาความเท็จไปแจ้ง กกต. หรือเบิกความในชั้นศาลก็ดี เคยมีคำพิพากษาจำคุกโดยไม่รอลงอาญา จ.นครราชสีมาเรื่องอย่างนี้มี 10 คดี ทั้งหมดจาก 89 คดี จากท้องถิ่นมีคำพิพากษาลงโทษจำคุก 31 คดี แต่รอการลงโทษ 21 คดี อีก 10 คดีไม่รอการลงโทษท่านถือเป็นพฤติกรรมร้ายแรง เป็นการทำลายการปกครองในระบบประชาธิปไตย ตรงนี้เราเพียงเน้นย้ำให้ผู้สมัครรับทราบ
ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมากล่าวอีกว่า จนถึงวันนี้ยังไม่มีการร้องเรียนว่าผู้สมัครรายใดกระทำผิดกฏหมายเข้ามายัง กกต.จังหวัดนครราชสีมา อย่างไรก็ตามการเลือกตั้งทุกครั้งก็น่าจะมีการร้องเรียนเกิดขึ้น แต่ กกต.ก็ตรวจสอบเรื่องการกระทำการฝ่าฝืนโดยมีผู้ตรวจการเลือกตั้ง 8 คนก็ได้ลงพื้นที่แล้ว และการแสวงหาข่าวอีกช่องทางหนึ่ง และมีผู้สมัครด้วยกันร้องเข้ามา ส่วนการวางตัวไม่เป็นกลางของข้าราชการและองค์กรท้องถิ่นจำนวนมากนั้น เรื่องนี้ทาง กกต.ก็มีบ้าง 1-2 ราย แต่ส่วนใหญ่คงจะร้องไปทางจังหวัดฯจำนวนมากราย และมีบางรายที่อาจเข้าข่ายว่าปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นกลางหรือใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปเป็นคุณเป็นโทษกับผู้สมัครหรือพรรคการเมือง เราก็ได้แจ้งให้ส่วนราชการสั่งกักจะได้กำชับให้พึงระมัดระวังเรื่องการวางตัวเป็นกลางทางการเมือง
" ส่วนการตัดสิทธิ์ของผู้สมัครซึ่งจะประกาศวันที่ 15 ก.พ.นี้มีจำนวนมากน้อยกี่คนนั้น ตนยังไม่ทราบเพราะเป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต.แต่ละเขตขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบอยู่ ตนทราบเบื้องต้นว่า อาจจะมีคุณสมบัติที่ผู้สมัครไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองถึง 90 วันที่อาจจะไม่ถึง 90 วันทำให้เขาอาจจะถูกตัดสิทธิ์เรื่องนี้ หรือบางคนขาดคุณสมบัติเรื่องของอาจจะถูกดำเนินคดีมาก่อนหรืออาจจะถูกออกจากราชการก็มี แต่ว่าทั้งหมดทั้งสิ้นต้องรอความชัดเจนจากผู้อำนวยการเขต แต่อย่างไรก็ดีผู้สมัครที่ไม่ได้รับการประกาศชื่อ ถ้าเขาเห็นว่าเขาน่าจะมีคุณสมบัติเขาน่าจะมีสิทธิ์เป็นผู้สมัครเขาสามารถยื่นคำร้องต่อศาลฏีกาภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ผู้อำนวยการ กกต.เขตประกาศชื่อได้ ส่วนจับตาเข้าไหนที่น่าจะรุนแรงนั้น ความจริงทุกเขตให้ความสำคัญหมด แต่เขตที่มีการต่อสู้ที่ค่อนข้างจะสูสีจะต้องจับตาเป็นพิเศษ ฉะนั้นการทำให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรมเป็นหน้าที่ของเรา แต่ก็ไม่ง่ายในเรื่องของการซื้อเสียง การจ่ายเงิน เพราะไม่ได้ทำในที่แจ้งก็ทำในที่ลับ และพยานหลักฐานหายาก เพราะผู้รับอยากได้ประโยชน์ ผู้ให้ก็อยากได้คะแนน ฉะนั้นขอฝากไปยังพี่น้องประชาชนถ้ามีเบาะแส มีคลิปก็ส่งมาเรายินดีรับเรื่อง ถ้าพบมีพยานหลักฐานที่เพียงพอที่จะดำเนินคดีได้ก็จะดำเนินคดีทุกราย" นายศิริชัยฯกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 นายอดิศักดิ์ ชนสูงเนิน ประธานองค์กรเครือข่ายต้านการทุจริตภาคประชาชน จังหวัดนครราชสีมา พร้อมกับตัวแทนสมาชิกเครือข่ายจำนวน10 คน ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนาย ศิริชัย วิริยพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา ณ สำนักงาน กกต.นครราชสีมา ต.จอหอ อ.เมืองนครราชสีมา โดยเนื้อหาในหนังสือระบุว่ากรณีที่พรรคไทยรักษาชาติได้ยื่นรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเป็น ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี
เป็นการทำร้ายจิตใจของคนไทยทั้งประเทศ ที่นำเอาสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง จึงขอให้ กกต.ยุบพรรคไทยรักษาชาติเพราะทำผิดกฎหมายชัดเจน ทั้งนี้การเมืองถือว่าเป็นเรื่องของการสาดโคลนต่างๆ ซึ่งไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง หากให้ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ลงมาเล่นการเมืองเสมือนเป็นนักการเมืองคนหนึ่ง จะสามารถตรวจสอบท่านหรือสงสัยในสิ่งต่างๆได้เหมือนกับนักการเมืองคนอื่นหรือไม่ เช่น นักการเมืองต้องมีการยื่นบัญชีทรัพย์สินต่างๆ ทูลกระหม่อมหญิงฯเองก็ต้องยื่นเช่นเดียวกัน หากตรวจสอบพบสิ่งผิดปกติจะสามารถสงสัยท่านได้หรือไม่
"ทั้งนี้การเข้ายื่นหนังสือต่อประธาน กกต.จังหวัดนครราชสีมาทาง ผอ.ก็ไม่อยากที่จะรับเรื่องไว้ เนื่องจากเห็นว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ กกต.ส่วนกลางมากกว่า แต่ทางเครือข่ายฯเห็นว่า ก.ก.ต.จังหวัดนครราชสีมา ควรที่จะช่วยเหลือประชาชนได้ ไม่เช่นนั้นอาจจะใช้มาตรการทางกฎหมายมาตรา 157 คือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ก.ก.ต.จังหวัดนครราชสีมาจึงได้มีการรับเรื่องไว้และส่งต่อไปยังทางก.ก.ต.กลางแล้ว " นายอดิศักดิ์ฯ กล่าว



