ข่าว

สั่งปิด'วอยซ์ทีวี'15 วัน มีผลหลังเที่ยงคืนวันนี้

สั่งปิด'วอยซ์ทีวี'15 วัน มีผลหลังเที่ยงคืนวันนี้

12 ก.พ. 2562

สั่งปิด'วอยซ์ทีวี'15 วัน มีผลหลังเที่ยงคืนวันนี้   ด้าน'วอยซ์'เตรียมฟ้องศาลปกครองเรียกค่าเสียหายกว่าร้อยล้านบาท.

       พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธานอนุกรรมการด้านผังรายการและเนื้อหารายการ เปิดเผยว่า ที่ประชุม กสทช. มีมติเป็นเอกฉันฑ์ให้พักใช้ใบอนุญาต วอยซ์ทีวี เป็นเวลา 15 วัน โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 00.00 น. วันที่ 13 ก.พ.- 28 ก.พ.62
       ทั้งนี้ พล.ท. พีระพงษ์ ยืนยันว่ากสทช.กำกับทุกช่องอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ได้เลือกที่รักมักที่ชัง เพราะปกติหากพบกระทำความผิดจะตักเตือนก่อนลงโทษ แต่กรณีของวอยซ์เกิดกรณีดังกล่าวหลายครั้งแล้ว ที่ผ่านมาหลังจากที่มีการพักใช้ใบอนุญาตแล้วไม่นานก็กลับมาดำเนินรายการเหมือนเดิม  โดยทางวอยซ์ทีวีมีสิทธิยื่นศาลปกครองภายใน 90 วัน

        ทั้งนี้ความผิดที่วอยซ์ฯถูกกล่าวหามาจาก 2 รายการ คือ 1.รายการ Tonight Thailand ออกอากาศวันที่ 16 ธ.ค.61 2.รายการ Wake Up News ออกอากาศวันที่ 21,28,29 ม.ค. และ 4 ก.พ.

        นอกจากนี้ที่ผ่านมา วอยซ์ทีวี ยังถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดต่อเนื่องในปี 2558  4 กรณี ,ปี 2559  11 กรณี ,ปี2560  10 กรณี และปี 2561  9 กรณี

         ด้านนายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) วอยซ์ ทีวี  ระบุว่า ต้องอุทธรณ์คำสั่ง กสทช. ต่อศาลปกครอง และขอคุ้มครองชั่วคราว พร้อมไปกับเรียกค่าเสียหาย ซึ่งมากกว่า 100 ล้านบาท
นายเมฆินทร์ระบุว่า ที่ผ่านมาวอยซ์ ทีวีให้ความร่วมมือด้วยดีมาตลอด แม้จะเห็นแย้งในประเด็นกฎหมายเรื่องหลักการใช้อำนาจของ กสทช. ที่มักอ้างคำสั่ง คสช. และเอ็มโอยู
       อย่างไรก็ตาม เขาเห็นว่าวอยซ์ ทีวีอยู่ในสถานะถูกเลือกปฏิบัติมาพอสมควรแล้ว และในเวลานี้ใกล้จะมีการเลือกตั้ง สื่อยิ่งต้องการเสรีภาพ จึงเห็นว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะใช้สิทธิในการอุทธรณ์ต่อศาลปกครอง เพื่อปกป้องเสรีภาพสื่อและวางบรรทัดฐานในการใช้อำนาจของ กสทช. ในสถานการณ์ที่ประเทศกำลังเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง ข้อตกลงหรือข้อบังคับใดๆ สำหรับเหตุการณ์พิเศษควรยุติลงเพราะสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการตัดสินใจเลือกตั้งของประชาชนคือข้อมูลข่าวสารที่ครอบคลุม รอบด้าน 
       "วอยซ์ทีวี เห็นว่าเราถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่า และนี่เป็นเวลาที่สมควรที่จะต้องยืนหยัดปกป้องเสรีภาพของตนเองรวมทั้งใช้กระบวนการทางกฎหมายในการวางบรรทัดฐานการใช้อำนาจของ กสทช. ให้เป็นไปตามหลักนิติรัฐ นิติธรรม และบนพื้นฐานของความเคารพในเสรีภาพสื่อมวลชน ซึ่งถูกตั้งคำถามและท้าทายอย่างยิ่งมาตลอดระยะเวลาหลังการรัฐประหาร 2557 เป็นต้นมา"