
ญี่ปุ่นพร้อมเข้ามีบทบาทในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
นายกฯ เผย ผลการประชุมผู้นำลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่นครั้งที่ 1 เน้นการหารือถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากประชาชนและภูมิภาค ญี่ปุ่นพร้อมเข้ามามีบทบาทในการให้ความช่วยเหลือทั้งด้านการบริหารจัดการ และการถ่ายทอดเทคโนโลยี
(7พ.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมผู้นำลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่น ครั้งที่ 1 ว่า การหารือถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนในอนุภูมิภาค ทั้งเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เรื่องโรคติดต่อ และโรคระบาดใหม่ รวมถึงการหารือถึงความร่วมมือ และบทบาทของญี่ปุ่นที่จะเข้ามาช่วยในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง การบริหารจัดการ และบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น จากสภาพอากาศที่แปรปรวน เรื่องโรคติดต่อ ที่ญี่ปุ่นมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับไทย โดยเฉพาะการผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ซึ่งถ้ามากพอจะสามารถขยายไปให้ประเทศในภูมิภาคด้วย
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังมีการพูดถึงการจัดการประชุมเรื่องต่าง ๆ และแลกเปลี่ยนทางด้านการศึกษา วัฒนธรรม และหารือถึงสถานการณ์ในภูมิภาค เช่น ปัญหาเกาหลีเหนือ พม่า และการปฏิรูปสหประชาชาติ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับรองปฏิญญาโตเกียวของการประชุมระหว่างหัวหน้ารัฐบาลของญี่ปุ่นกับประเทศลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่น ครั้งที่ 1 การจัดตั้งหุ้นส่วนใหม่เพื่ออนาคตที่รุ่งเรืองร่วมกัน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทั้ง 5 ประเทศในลุ่มน้ำโขง เป็นส่วนหนึ่งของอาเซียน ดังนั้น สิ่งที่ให้ความสำคัญร่วมกัน คือเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน และเการเชื่อมโยงเส้นทาง คมนาคม การดูแลเรื่องกฎระเบียบการผ่านแดนทั้งคนและสินค้า ถ้าสามารถทำให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมได้ จะทำให้เรื่องอื่นเกิดขึ้นตามมา และ ถึงแม้จะเป็นโครงการที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้าน แต่ก็มีผลในทางบวกกับเราโดยตรง ในแง่การลดต้นทุนการขนส่ง และเป็นผลให้อนุภูมิภาคมีความดึงดูดมากขึ้นในการลงทุน
ต่อข้อถามว่า ไทยต้องการให้ทางญี่ปุ่นสนับสนุนเรื่องใดหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราคิดว่าเราเป็นเสมือนประตู ถ้าญี่ปุ่นมาทำเรื่องการฝึกอบรม และผ่านเราก็เป็นเรื่องดี เพราะทำให้เราได้รับการยอมรับในการเป็นประตูเข้าสู่อนุภูมิภาค และความร่วมมือกับญี่ปุ่นในเรื่องเทคโนโลยี ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการลงทุนสาขาใหม่ในประเทศไทย



