ข่าว

ธปท.ยันเรื่องไทย-เขมรไม่กระทบเชื่อมั่นลงทุน

ธปท.ยันเรื่องไทย-เขมรไม่กระทบเชื่อมั่นลงทุน

06 พ.ย. 2552

พาณิชย์เกาะติดการค้าไทย-กัมพูชา ยังไม่เรียกทูตพาณิชย์กลับ ทัวร์ไทย-เทศผวายกเลิกทริปที่จองไว้ ห่วงไม่ปลอดภัย ส.อ.ท.ชี้ไม่ควรเรียกเจ้าหน้าที่ทูตกลับเพิ่มอีกรอบ ทำให้ความสัมพันธ์แย่ลง ด้านหอการค้าเชียร์รัฐตอบโต้รักษาศักดิ์ศรี

(6พ.ย.)นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท.เปิดเผยว่า สถานการณ์ทางการเมืองระหว่างไทยและกัมพูชา เกิดความตึงเครียด ซึ่งอาจเกิดผลกระทบต่อนักลงทุนที่ไปลงทุนในประเทศกัมพูชานั้น  ธปท.ประเมินว่า ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมากนัก เพราะเป็นเรื่องที่ทั้ง 2 ประเทศ ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีกันมายาวนานแล้ว และปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาลเท่านั้น ในส่วนของภาคประชาชนยังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน

ส.อ.ท.ชี้ไม่ควรเรียกจนท.กลับเพิ่ม
 
 นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังประชุมร่วมกับผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้า ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา (ทูตพาณิชย์) และพาณิชย์จังหวัด ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อให้นโยบายแก่พาณิชย์จังหวัดที่อยู่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา 6-7 จังหวัดติดตามและดูแลสถานการณ์การค้าไทย-กัมพูชา อย่างใกล้ชิด และให้รายงานข้อมูลกลับมาที่ส่วนกลางทุกวัน โดยขณะนี้สถานการณ์การค้ายังอยู่ในภาวะปกติ จึงไม่อยากให้ตื่นตระหนกเกินจำเป็น และกระทรวงพาณิชย์จะไม่เรียกทูตพาณิชย์กลับ

 อย่างไรก็ตาม ในส่วนของธุรกิจท่องเที่ยวนั้น กลุ่มนักท่องเที่ยวที่ซื้อทัวร์เพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวกัมพูชาได้ระงับการเดินทางทั้งหมด โดยนายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) กล่าวว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวขอรอให้สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชาสงบก่อน เพราะเกรงปัญหาความไม่ปลอดภัย ซึ่งผลกระทบช่วงนี้ถือว่าค่อนข้างสูง เพราะเป็นฤดูกาลที่คนไทยนิยมไปเที่ยวกัมพูชา

 ด้านนายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า ขณะนี้พบว่านักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวตะวันตก ก็ไม่กล้าเดินทางเข้าประเทศกัมพูชาด้วย เนื่องจากไม่มั่นใจความปลอดภัย ขณะที่นักท่องเที่ยวกัมพูชาก็ไม่กล้าเข้ามาไทย สร้างผลกระทบด้านการท่องเที่ยวบ้าง ส่วนนักธุรกิจที่ดำเนินการอยู่ในกัมพูชาก็ไม่กล้าลงทุนเพิ่มเติม ต้องรอดูสถานการณ์ต่างอย่างใกล้ชิด

 นายทวีกิจ จตุรเจริญคุณ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เมื่อรัฐบาลเรียกเอกอัครราชทูตกลับมาแล้ว ไม่ควรจะเรียกเจ้าหน้าที่การทูตที่เหลือรอบ 2 เช่น อุปทูต ทูตพาณิชย์ ทูตทหาร หากเรียกเจ้าหน้าที่การทูตอีกรอบอาจทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแย่ลง ซึ่งเอกชนไม่ต้องการให้ปัญหาบานปลายถึงขั้นปิดด่าน หรือเรียกคนไทยกลับ เพราะการลงทุนในกัมพูชาต้องส่งผู้บริหารคนไทยเข้าไปดูแล เมื่อลงทุนแล้วไม่สามารถขนทุนกลับได้ทันที 

 นายดุสิต นนทะนาคร ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เห็นด้วยกับการตอบโต้ของรัฐบาล ถ้าไทยอยู่อย่างไร้ศักดิ์ศรีก็ไม่สามารถค้าขายกับใครได้ ถ้ามีการเจรจากันระหว่างรัฐบาลจบก็จะไม่มีปัญหาการค้าและการลงทุน ซึ่งต้องปล่อยให้รัฐบาลใช้วิธีทางการทูตต่อไป ส่วนนักธุรกิจก็คงดำเนินธุรกิจต่อไป

 "รัฐบาลไม่ควรยอมเป็นเบี้ยล่างใคร เพราะถ้ายอมเป็นเบี้ยล่างใครก็ไม่ควรเกิดมาเป็นคนไทย แต่ละประเทศควรมีการเคารพกติกาซึ่งกันและกัน ไม่ควรที่จะเข้าไปยุ่งเรื่องภายในของอีกประเทศ" นายดุสิตกล่าว