ข่าว

ศาลพิพากษาให้"มาบตาพุด"เป็นเขตควบคุมมลพิษ

ศาลพิพากษาให้"มาบตาพุด"เป็นเขตควบคุมมลพิษ

03 มี.ค. 2552

ศาลปกครองระยองพิพากษา ให้เขตพื้นที่เทศบาลมาบตาพุดทั้งเทศบาล รวมทั้งพื้นที่ใกล้อีก 4 ตำบล ในเขต อ.เมือง และอ.บ้านฉาง เป็นพื้นที่ควบคุมมลพิษ และให้ดำเนินการประกาศเขตภายใน 60 วัน หลังตรวจพบสารก่อมะเร็ง 20 ชนิด กรมควบคุมมลพิษเสนอบอร์ดสิ่งแวดล้อม ตัดสินจะอุทธร

จากกรณีชาวมาบตาพุดจาก 11 ชุมชนรอบนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ได้มอบอำนาจให้โครงการนิติธรรมสิ่งแวดล้อม ยื่นฟ้องคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฐานละเลยต่อหน้าที่ไม่ประกาศพื้นที่มาบตาพุดเป็นเขตควบคุมมลพิษ เพื่อควบคุม ลดและขจัดมลพิษ ซึ่งยื่นต่อศาลปกครองระยอง ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2550 นั้น
 ล่าสุด เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 มีนาคม ที่ศาลปกครองระยอง ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง นางสายสุดา เศรษฐบุตร อธิบดีศาลปกครองระยอง เจ้าของสำนวน นายประสิทธิศักดิ์ มีลาภ  รองอธิบดีศาลปกครองระยอง และนายสรศักดิ์ มไหศิริโยดม ตุลาการศาลปกครองระยอง ได้อ่านคำพิพากษาคดีนายเจริญ เดชคุ้ม พร้อมพวก รวม 27 คน ยื่นฟ้องคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
 โดยอ้างว่าการดำเนินการของนิคมอุตสาหกรรมในเขตเทศบาลมาบตาพุด ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชนในพื้นที่มาบตาพุดอย่างรุนแรง ทั้งทางอากาศ ทางน้ำ และจากกากของเสียอันตราย ทำให้ประชาชนในท้องถิ่นเจ็บป่วยเป็นจำนวนมาก แต่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติละเลย มิได้ประกาศกำหนดให้พื้นที่ ต.มาบตาพุด และเทศบาลเมืองมาบตาพุด ตลอดจนพื้นที่ข้างเคียงที่มีปัญหาสิ่งแวดล้อมร้ายแรงเป็นเขตควบคุมมลพิษ เพื่อดำเนินการควบคุม ลด และขจัดมลพิษ ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 บัญญัติไว้
 ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ปรากฏตามรายงานของกรมควบคุมมลพิษ เอกสารแนบท้ายการประชุมของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติครั้งที่ 11/2548 ว่าปัญหามลพิษทางอากาศพบสารอินทรีย์ระเหยมากกว่า 40 ชนิด เป็นสารก่อมะเร็ง 20 ชนิด ใน 20 ชนิดพบสารอินทรีย์ระเหยก่อมะเร็งที่มีค่าเกินระดับเฝ้าระวังคุณภาพอากาศในบรรยากาศจำนวน 19 ชนิด 
 สรุปว่าหากแหล่งกำเนิดทุกแหล่งในพื้นที่มาบตาพุดระบายมวลสารทางอากาศออกในอัตราสูงสุด ตามค่าที่ได้รับอนุญาต จะมีผลทำให้ค่าความเข้มข้นของมวลสารในบางค่าสูงกว่ามาตรฐาน
 ในปี พ.ศ.2540-2544 สถาบันมะเร็งแห่งชาตินำเสนอข้อมูลจากโครงการศึกษาระบาดวิทยาของโรคมะเร็งทุกชนิดในประเทศไทยของ จ.ระยอง สถิติการเกิดโรคมะเร็งทุกชนิด และโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวของ อ.เมือง สูงกว่าอำเภออื่นเป็น 3 เท่าและ 5 เท่า คุณภาพน้ำคลองสาธารณะปี พ.ศ.2550 คลองสาธารณะส่วนใหญ่ในพื้นที่มาบตาพุดอยู่ในระดับเสื่อมโทรมพบสารปนเปื้อนโลหะหนักสูงเกินค่ามาตรฐาน
  ศาลรับฟังได้ว่าเขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด เป็นพื้นที่ซึ่งมีปัญหามลพิษ มีแนวโน้มที่ร้ายแรงขนาดเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน หรืออาจก่อให้เกิดผลกระทบเสียหายต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม จึงสมควรที่ผู้ถูกฟ้องคดีจะประกาศให้เป็นเขตควบคุมมลพิษเพื่อดำเนินการควบคุม ลด และขจัดมลพิษได้ในเขตเทศบาลเมืองมาบตาพุดและพื้นที่ตำบลบางส่วนอยู่ในพื้นที่ ต.เนินพระ ต.มาบข่า และต.ทับมา อ.เมือง เป็นเขตควบคุมมลพิษด้วย
 นอกจากนี้ นิคมอุตสาหกรรมเอเชียตั้งอยู่ใน อ.บ้านฉาง พบว่าคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งหาดพยูนมีแบคทีเรียและเหล็กมีค่าเกินมาตรฐาน ศาลจึงมีคำพิพากษาให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ผู้ถูกฟ้องคดี ประกาศให้ท้องที่เขตเทศบาลเมืองมาบตาพุดทั้งหมด รวมทั้ง ต.เนินพระ ต.มาบข่า ต.ทับมา อ.เมือง ตลอดจนท้องที่ ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง เป็นเขตควบคุม ลด และขจัดมลพิษ ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย ทั้งนี้ให้ดำเนินการให้แล้วสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา
เดินหน้าค้านปิโตรเคมี เฟส 3
 นายสุทธิ อัชฌาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก เผยภายหลังร่วมรับฟังคำพิพากษาว่า การที่ชาวบ้านชนะคดีครั้งนี้ ถือเป็นก้าวแรกของความสำเร็จ และต่อไปเครือข่ายภาคประชาชนจะเดินหน้าเรื่องการปฏิบัติตามแผนลดและขจัดมลพิษ และจะขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมทบทวนแผนขยายปิโตรเคมีเฟส 3 และกิจกรรมการพัฒนาในพื้นที่ว่าทำให้เกิดมลพิษเพิ่มหรือไม่    
  นายสุทธิกล่าวว่า ขณะนี้ในเขตมาบตาพุด มีการปรับพื้นที่ถมทะเล เพื่อเตรียมขยายปิโตรเคมีเฟส 3 ซึ่งหากหน่วยงานอนุญาต โดยเฉพาะกรมโรงงานอุตสาหกรรม หรือแม้แต่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มีส่วนในการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) อนุมัติโครงการโดยไม่เข้าเกณฑ์เงื่อน มาตรา 67 ชาวบ้านก็จะไปฟ้องหน่วยงานที่อนุญาตต่อไป
   “การยื่นฟ้องของชาวบ้านครั้งนี้ สืบเนื่องจากรัฐบาลมีโครงการขยายปิโตรเคมี ระยะที่ 3 แต่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบมาบตาพุด ประสบปัญหาความเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งและระบบทางเดินหายใจมานานกว่า 20 ปีจากการมีนิคมอุตสากรรมมาบตาพุด โดยมีผลการยืนยันจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ว่าคนระยองเป็นมะเร็งมากขึ้น รวมทั้งหลักฐานจาก ดร.เรณู เวชรัตน์พิมล เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม และ ดร.เดชรัตน์ สุขกำเนิด เป็นต้น ซึ่งชัดเจนแต่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ กลับชะลอการประกาศเขตควบคุมมลพิษตามมาตรา 59 พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535” นายสุทธิระบุ
 ต่อมาเมื่อเวลา 13.15 น. วันเดียวกัน นายสุทธิ นายสุรชัย ตรงงาม ทนายความ นายศุภกิจ นันทะวรการ มูลนิธินโยบายสุขภาวะ นายรัชยุทธ วงศ์ภุชชงค์ ประธานชุมชนซอยร่วมพัฒนามาบตาพุด นายเจริญ เดชคุ้ม และพวก ผู้ฟ้องคดี คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ที่โรงแรมโกลเด้น ซิตี้ อ.เมือง จ.ระยอง
ทนาย ดีใจ หลังสู้มาหลายปี
 นายรัชยุทธกล่าวว่า ความรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง หลังมีการต่อสู้เรื่องสิ่งแวดล้อมมานาน และอยากจะฝากถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กรณีศาลปกครองระยองมีคำพิพากษาให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ประกาศพื้นที่มาบตาพุดและพื้นที่ใกล้เคียง เป็นเขตควบคุมมลพิษ ช่วยแจ้งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย อย่าอุทธรณ์คดีนี้เลย เพราะต้องใช้เวลานานหลายปี โรงงานอุตสาหกรรมจะเกิดขึ้นอีก และยังจะมีการประกาศพื้นที่สีม่วงเพิ่มขึ้นอีก ขอให้ยึดหลักธรรมาภิบาลอยู่ร่วมกัน เพื่อพี่น้องประชาชนชาวระยอง
 นายสุรชัยกล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีสำคัญ และเป็นคดีตัวอย่างที่ประชาชนมาบตาพุด ได้รับผลกระทบ จึงลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิให้หน่วยงานรัฐปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะปัจจุบันนี้มาบตาพุดมีความรุนแรงเรื่องมลพิษและขอขอบคุณนักวิชาการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยที่นำข้อมูลยืนยันมาบตาพุดมีปัญหารุนแรงเรื่องมลพิษ ส่วนผลคดีผู้ถูกฟ้องสามารถที่จะยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน การประกาศเขตพื้นที่ควบคุมมลพิษเป็นแค่เงื่อนไขหนึ่งในการบังคับใช้กฎหมาย
คพ.เล็งชงบอร์ดสวล.อุธรณ์คำสั่ง
  นายสุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวถึงคำตัดสินของศาลปกครองว่า ขอดูรายละเอียดคำวินิฉัยของศาลให้ชัดเจนก่อน เนื่องจากมีรายละเอียดมากถึง 60 หน้า หลังจากนั้นจะสรุปเป็นข้อเสนอส่งไปให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมพิจารณา เนื่องจากศาลสั่งบอร์ดสิ่งแวดล้อม ซึ่งประเด็นในการนำเสนอ คงจะรวมไปถึงการเสนอให้มีการอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองด้วยภายใน 30 วัน
 "ตอนนี้ผมขอดูรายละเอียดคำวินิจฉัยก่อน จากนั้นจะเสนอแผนในการดำเนินการให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมว่า ควรเสนอเป็นเขตควบคุมมลพิษหรือไม่ รวมไปถึงการอุทธรณ์ด้วย โดยจะเสนอให้บอร์ดสิ่งแวดล้อมพิจารณาด่วนที่สุด" นายสุพัฒน์ กล่าว
 นายวิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสำนักจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า เตรียมนำเสนอเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานบอร์ดชุดใหม่ในเร็วๆ นี้ เนื่องจากตามระยะเวลาที่ศาลมีคำสั่ง 60 วันเท่านั้น โดยคาดว่าภายในกลางเดือนมีนาคมนี้ อาจจะมีการประชุมบอร์ดสิ่งแวดล้อมชุดใหม่เป็นครั้งแรก
เครือปตท.ทบทวนแผนลงทุน
 นายณอคุณ สิทธิพงษ์ รองปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ปตท.ได้ลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดค่อนข้างมาก ทั้งโครงการเก่าและโครงการใหม่ที่จะเกิดตามมา แต่ต้องเคารพคำตัดสินของศาลปกครอง ซึ่งหลักจากนี้ไปบริษัทในเครือปตท.คงต้องไปทบทวนแผนธุรกิจในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดใหม่ จากเดิมที่จะมีแผนลงทุนในโครงการปิโตรเคมีระยะที่ 3 รวมถึงโรงแยกก๊าซธรรมชาติ แห่งที่ 7 และโรงไฟฟ้า ที่จะป้อนให้อุตสาหกรรมปิโตรเคมี
 อย่างไรก็ตาม ต้องรอให้ผู้บริหารของแต่ละบริษัทในเครือ จัดทำรายละเอียดของแต่ละโครงการเข้ามาว่า จะต้องดำเนินการอย่างไรให้สอดคล้องกับภาวการณ์หรือครบถ้วนตามคำตัดสินของศาลปกครอง ส่วนโครงการที่ได้รับอนุมัติในรายงานศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) แล้ว คงสามารถดำเนินการต่อไปได้ ส่วนโครงการที่ยังไม่ได้รับอนุมัติอีไอเอ อาจจะกระทบบ้าง เพราะจะต้องดำเนินการปรับปรุงโครงการใหม่ เช่นโรงแยกก๊าซธรรมชาติแห่งที่ 7 และอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เป็นต้น