ข่าว

ภัยในบริการแท็กซี่

ภัยในบริการแท็กซี่

07 พ.ย. 2552

ภัยอาชญากรรมส่วนหนึ่งมาจากการใช้บริการรถแท็กซี่ ซึ่งมีหลายรูปแบบ ทั้งปล้นจี้ ชิงทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย เหยื่อของอาชญากรรมมีทั้งคนขับรถแท็กซี่และผู้โดยสาร ขึ้นอยู่กับเคราะห์หามยามร้ายว่าจะโดนกับใคร มีหลายคดีซึ่งเป็นอาชญากรรมโหด นอกจากสร้างความสยดสยองแล้ว ยั

กรณีล่าสุดคืออาชญากรรมก่อโดยนายวัชรินทร์ หรือ ต้น โชติสันเทียะ อายุ 32 ปี คนขับรถแท็กซี่ ก่อเหตุข่มขืนนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งย่านบางเขน 2 คน หลังจากที่ผู้เสียหายทั้งสองกลับจากเที่ยวงานวันลอยกระทง ซึ่งผู้เสียหายได้เรียกรถแท็กซี่ โดยมีผู้ต้องหาเป็นโชเฟอร์ จากปากซอยพหลโยธิน 59 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน เพื่อให้ไปส่งที่บริเวณซอยพหลโยธิน 53 เหตุเกิดใกล้รุ่งวันที่ 3 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

 ผู้ต้องหารับสารภาพว่าเห็นเหยื่อแต่งกายไม่มิดชิด อยู่ในสภาพมึนเมาจึงอดใจไว้ไม่ได้ หลังจากข่มขืนผู้เสียหายทั้งสองในซอยเปลี่ยวหลังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต แล้ว ก็พาไปที่โรงแรมเพื่อข่มขืนต่อ โดยทั้ง 2 คน ยังมีสติและถูกใส่กุญแจมือ จากนั้นก็จ่ายเงินค่าห้องและพาทั้งสองเข้าไป แต่ข่มขืนเพียงคนเดียว โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที จากนั้นก็ไปส่งที่หน้าโรงแรม และขับรถแท็กซี่กลับไปนอนพักผ่อนที่บ้านจนมาถูกจับกุมตัว

 อาชญากรรมครั้งนี้มีเหตุสมควรพิจารณาหลายประการ นั่นคือ การใช้บริการแท็กซี่เป็นความเสี่ยงระดับหนึ่ง ไม่ว่าจะแต่งกายอย่างไร เพราะคนร้ายแฝงในอาชีพแท็กซี่มีทั้งประสงค์ต่อทรัพย์สินและความสุขจากการได้ข่มขืนเหยื่อ บางกรณีก็ถึงกับถ่ายภาพไว้สำหรับแบล็กเมล์รีดไถเหยื่อซึ่งอับอาย ไม่กล้าแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 ในสังคมที่พัฒนา มีการกลั่นกรองคุณสมบัติ ประวัติผู้ขับรถรับจ้างสาธารณะ ผู้ขับรถแท็กซี่สมควรเป็นผู้ช่วยเหลือผู้ใช้บริการที่ไม่อยู่ในสภาพที่ช่วยเหลือตัวเองได้ เช่น พิการ มึนเมาสุรา หรือหลงทาง เป็นที่พึ่งพาให้พ้นจากสภาพลำบาก ไม่ว่าจะแต่งกายยั่วยวน ไม่มิดชิดอย่างไรก็ตาม เพราะถึงอย่างไรก็ไม่มีสิทธิไปข่มขืน เพราะผู้โดยสารต้องการความสะดวกในการเดินทางให้ถึงจุดหมายปลายทางโดยเร็ว จึงยอมจ่ายเงินมากกว่าปกติ และหวังความปลอดภัยเช่นกัน และภัยดังกล่าวทำให้ผู้ให้บริการรายอื่นเสียชื่อเสียง ไม่น่าไว้วางใจตามไปด้วย

 หน่วยงานรัฐบาลได้รณรงค์ “เมาไม่ขับ” ให้ใช้บริการรถสาธารณะ เมื่อเกิดภัยร้ายแรงต่อร่างกายและทรัพย์สิน ทำให้เห็นว่าการมึนเมาหรือแต่งกายยั่วยวนล้วนนำภัยมาสู่ตัว แม้จะไม่มึนเมาก็ยังเสี่ยงต่อการถูกจี้ปล้น ดังนั้นรัฐบาลสมควรแก้ไขกฎหมายให้เจ้าของรถผู้ให้เช่าต้องรับผิดชอบต่อการกระทำผิดกฎหมายของแท็กซี่ ในด้านอาญาและชดใช้สินไหมทดแทน เพราะเป็นพาหนะสำหรับประกอบอาชญากรรม และให้หน่วยงานของรัฐเพิ่มการตรวจสอบประวัติผู้ขับรถสาธารณะทั้งหมดในการออกใบขับขี่อย่างเข้มงวดดังเช่นหลายประเทศ เช่น อังกฤษ หรือสหรัฐ เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนผู้ใช้บริการ อย่างน้อยที่สุดความเข้มงวดจะช่วยลดความเสี่ยงต่อภัยอาชญากรรมได้บ้างพอสมควร อย่าให้กรณีล่าสุดเป็นเพียงวัวหายแล้วล้อมคอก จนเกิดอาชญากรรมรายใหม่ซ้ำซาก สะท้อนให้เห็นการไม่ใส่ใจในสวัสดิภาพของประชาชน