ข่าว

"สมชัย" โพสต์ กกต. ทำงานอืดเอกชนส่อชวดส่องเลือกตั้ง

"สมชัย" โพสต์ กกต. ทำงานอืดเอกชนส่อชวดส่องเลือกตั้ง

06 ก.พ. 2562

"สมชัย" โพสต์เฟซบุ๊กแฉ กกต. ยังไม่ออกระเบียบเบิกจ่ายค่าตอบแทนผู้ช่วยเหลือการปฏิบัติงานเลือกตั้ง หวั่นทำ ปชช. ไม่มีส่วนร่วมตรวจสอบ

 

               เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 62  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้สมัคร ส.ส. สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง กกต. กำลังออกอาการแปลกๆ ระบุว่า มีหนังสือสั่งการจากรองเลขาธิการ กกต. ไปยังผู้อำนวยการสำนักงาน กกต. ทุกจังหวัด ให้ชะลอโครงการที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกโครงการ เช่น โครงการรณรงค์เผยแพร่ประชาธิปไตย โครงการ กปน. มืออาชีพ โครงการ รด. จิตอาสา ฯลฯ เนื่องจากระเบียบเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายยังไม่ผ่านการอนุมัติจาก กกต. ทั้งที่การเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนน่าจะมีส่วนร่วมในการส่งเสริมประชาธิปไตย และเข้าไปตรวจสอบการเลือกตั้งได้ ซึ่งไม่ทราบว่า กกต. คิดอะไร หรือใช้เวลาในการทำอะไรในช่วงที่ผ่านมา ระเบียบจึงยังไม่เสร็จ

 

 

 

               ทั้งนี้ นายสมชัยได้แนบเอกสารที่ลงนามโดย นายเมธา ศิลาพันธ์ รองเลขาธิการ กกต. ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ กกต. ลงวันที่ 1 ก.พ. 62 เรื่อง การประสานงานเพื่อดำเนินกิจกรรมกับเครือข่ายตามโครงการตามภารกิจส่งเสริมการทำกิจกรรมเผยแพร่และประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง ส.ส. กรณีที่มีการเบิกจ่ายค่าตอบแทนผู้ช่วยเหลือการปฏิบัติงาน ระบุถึง 8 โครงการที่จะต้องมีการเบิกจ่ายค่าตอบแทนผู้ช่วยเหลือการปฏิบัติงานตามโครงการ ประกอบด้วย 1. กิจกรรมรณรงค์เผยแพร่ความรู้การเลือกตั้ง ส.ส. (3 สัปดาห์ก่อนวันเลือกตั้ง) 2. กิจกรรม ศส.ปชต. ขยายเครือข่าย กปน. มืออาชีพ 3. กิจกรรม รด. จิตอาสาชุดปฏิบัติงานประจำหน่วยเลือกตั้ง 4. กิจกรรมลูกเสืออาสา กกต. ปฏิบัติงานหน้าหน่วยเลือกตั้ง และ 5. กิจกรรม ดีเจ จัดรายการวิทยุเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง ส.ส.

               โดยแจ้งว่าระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายค่าตอบแทนผู้ช่วยเหลือการปฏิบัติงานในการดำเนินกิจกรรมดังกล่าว ยังไม่ผ่านความเห็นชองของคณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงขอให้ชะลอการประสานงานเพื่อดำเนินกิจกรรมกับเครือข่ายดังกล่าวไว้ก่อน ทั้งนี้ รวมถึงกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับองค์กรเอกชนตรวจสอบการเลือกตั้งที่มิได้แจ้งแนวทางด้วย ส่วนการดำเนินโครงการกิจกรรมอื่น เช่น การอบรมให้ความรู้ การประชุมชี้แจง การจัดกิจกรรมรณรงค์เผยแพร่และประชาสัมพันธ์ หรือการจัดกิจกรรมอื่นๆ สามารถดำเนินการได้ตามแนวทางและงบประมาณที่ได้รับจัดสรร

 

 

 

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กิจกรรมข้างต้นมีปัญหามาตั้งแต่การเลือก ส.ว. ที่ผ่านมา โดยแต่ละจังหวัดมีการดำเนินโครงการเหล่านี้นำร่องมาแล้ว แต่ กกต. เห็นว่าเมื่อเป็นการทำงานแบบจิตอาสาก็ไม่จำเป็นต้องตั้งเป็นผู้ช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานที่ต้องมีค่าตอบแทน โดยขณะนี้หลายจังหวัดยังมีปัญหาไม่สามารถจ่ายค่าตอบแทนได้ ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่าในส่วนขององค์กรเอกชนตรวจสอบและสังเกตการณ์การเลือกตั้งที่ กกต. เคยสนับสนุนในทุกการเลือกตั้งที่ผ่านมา และก่อนที่จะถึงการเลือกตั้งครั้งนี้ กกต. ก็เปิดให้องค์กรเอกชนมาขึ้นทะเบียน ซึ่งมีการลงทะเบียนทั่วประเทศแล้วกว่า 100 องค์กร พร้อมปฏิบัติงาน แต่ปรากฏว่าจนถึงขณะนี้ กกต. ยังไม่ได้เปิดให้ยื่นเสนอโครงการ อีกทั้ง กกต. ยังไม่มีการพิจารณาอนุมัติงบประมาณที่ตั้งไว้ในแผนราว 60 ล้านบาท เพื่อให้องค์กรเอกชนเหล่านั้นลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจ ทั้งๆ ที่ปกติจะเริ่มปฏิบัติภารกิจนับตั้งแต่มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ทำให้องค์กรเอกชนเริ่มตั้งข้อสังเกตว่า ความล่าช้าในเรื่องนี้จะส่งผลทำให้การตรวจสอบเป็นไปได้ยาก ทำให้เกิดข้อครหาเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ว่ามีใบสั่งอะไรจากผู้มีอำนาจหรือไม่ เพื่อไม่ให้มีการตรวจสอบจากภาคประชาชนในการเลือกตั้งครั้งนี้

 

 

 

               อย่างไรก็ตาม มีรายงานด้วยว่าในการประชุม กกต. ที่ผ่านมา ฝ่ายการมีส่วนร่วมได้พยายามเสนอให้ กกต. พิจารณาเรื่องนี้ ซึ่งในที่ประชุม กกต. มีการแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่มองว่าการทำงานขององค์กรเอกชนที่ผ่านมาไม่ได้ตรวจสอบการเลือกตั้งได้จริง และเบาะแสที่แจ้งมาก็ไม่สามารถนำไปสู่การให้ใบเหลือง ใบแดง ของ กกต. ได้เลย อีกทั้งบางองค์กรมีการขออนุมัติงบประมาณแต่ไม่ได้มีการปฏิบัติภารกิจจริง และกฎหมายใหม่ก็ไม่ได้เขียนให้องค์กรเอกชนตรวจสอบการเลือกตั้ง แต่เขียนให้องค์กรเอกชนให้ความรู้ประชาชนในการตรวจสอบการเลือกตั้ง รวมทั้งไม่ได้กำหนดให้ กกต. ต้องสนับสนุนงบประมาณให้องค์กรเอกชน ขณะที่อีกฝ่ายเป็นห่วงว่า หากไม่ให้องค์กรเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม กกต. ก็จะถูกข้อครหาได้ ทำให้ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ ซึ่งขณะนี้เหลือเวลาอีกเพียงแค่ 46 วัน ก็จะถึงวันเลือกตั้งแล้ว ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่องค์กรเอกชนอาจจะไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งจะถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการเลือกตั้งระบบใหม่ที่ให้ กกต. เป็นผู้จัดการเลือกตั้งในปี 2544 นอกจากนี้การเลือกตั้งครั้งนี้ยังถูกองค์กรเอกชนวิจารณ์ว่า เป็นการเลือกตั้งที่เงียบที่สุด ทั้งๆ ที่ กกต. มีเวลาเตรียมการยาวนานที่สุดด้วย