
ใจจะขาด
บ้านเรานี่ บางทีคนที่อยากให้พูดให้ชี้แจง กลับไม่พูด แต่คนที่ไม่ค่อยจะเกี่ยวข้องโดยตรงล่ะก็ชอบนัก
หลังจากที่เข้ามาด่ากลางบ้านมาแล้วหนหนึ่ง คราวนี้ ฮุน เซน ไม่รอให้ เตีย บัน กลับจากกรุงเทพฯ ถึงพนมเปญเสียก่อน ก็จัดการประกาศตั้งเพื่อนรัก "แม้ว ณ ดูไบ" เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ อย่างเป็นทางการ
ความจริงไม่มีใครคาดหวังว่า ฮุน เซน จะมีมารยาททางการทูต หรือเคยอ่านหนังสือสมบัติผู้ดีกะเขาหรอก แต่ก็อดตกใจไม่ได้ว่า คนระดับผู้นำประเทศจะกล้าทำในสิ่งที่ผู้นำประเทศเพื่อนบ้าน ที่ทำมาค้าขายกัน แลกเปลี่ยน-ช่วยเหลือกัน เตือนไปแล้ว บอกไปแล้วว่า อย่า.. จะกล้าทำในสิ่งที่เพื่อนบ้านไม่ชอบ ไม่พอใจ
ถึงจะเป็นเรื่องราวที่เขมรทำกันเองภายใน แต่ในเมื่อรู้ทั้งรู้อยู่ว่า คนคนนี้ยังมีปัญหา มีคดีความอยู่กับประเทศไทย แต่ก็ยังดันทุรังตั้ง
นั่นอาจเป็นเพราะมั่นใจว่า การเล่นเกมนี้จะเกิดแรงกระเพื่อมภายในไทย จะมีแรงกดดันจากกลุ่มมวลชนต่างๆ ไปยังรัฐบาล โดยเฉพาะ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ที่เคยส่งสัญญาณเตือนไปยัง ฮุน เซน ในก่อนหน้านี้
แต่ก็นั่นแหละ อย่างที่บอกตั้งแต่เริ่มยังไม่ทันที่ นายกรัฐมนตรีไทย จะได้พูดอะไร บรรดารัฐมนตรีทั้งหลายพอถูกไมค์จ่อปาก ก็พูดๆ ๆ ไปตามภูมิ ตามความรู้สึก
หลายคนไม่ได้พูดเพราะเข้าอกเข้าใจจิตใจของประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่เดือดแค้นกับการกระทำซ้ำซากของ ฮุน เซน
ถึงเรื่องนี้จะเกี่ยวเนื่องกับความมั่นคง และก่อนหน้านี้ก็เดินทางไปเจรจากับ ฮุน เซน แต่ได้เห็น-ได้ยินถ้อยแถลงของ สุเทพ เทือกสุบรรณ แล้วใครต่อใครก็คงอยากจะบอกว่า ...ถ้าคิดได้แค่นั้น ไม่ต้องพูดก็ได้นะเรื่องนี้
เช่นเดียวกับ ชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ที่บอกว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับประเทศไทย ...ก็ไม่รู้ว่าจะพูดไปทำไม
ส่วนรัฐมนตรีต่างประเทศ กษิต ภิรมย์ คนที่มีหน้าที่พูดจาแทนประเทศไทยโดยตรง ก็กลับไม่พูด โยนให้ไปถาม นายกฯ อภิสิทธิ์
คราวที่แล้วเรียกทูตกัมพูชามาคุย อยากรู้จริงๆ ว่าคราวนี้จะใช้วิธีการแบบไหน จะถูกใจคนไทยที่เฝ้ารอดูการตอบโต้ แบบผู้ดีมีมารยาทเขาทำกันนั้น เขาจะทำกันอย่างไร
ทั้งที่อีกหลายคนอยากจะใช้วิธีการที่แรงกว่า ฮุน เซน แสดงต่อไทย ..ใจจะขาด



