
ก.ตร.ล่มซ้ำยังแต่งตั้งไม่ได้เหตุพิชิตทักท้วง
ก.ตร.ล่มซ้ำยังแต่งตั้งไม่ได้ เหตุพิชิตท้วงประกาศแต่งตั้งบอร์ดกลั่นกรองอาจไม่ถูกระเบียบ
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 พ.ย. นายสมศักดิ์ บุญทอง ประธานคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกข้าราชการตำรวจ หรือบอร์ดกลั่นกรอง เรียกประชุมคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกข้าราชการตำรวจ โดยมีพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. รองผบ.ตร. ทุกคนและยังมี ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิอีก 5 ท่าน ประกอบด้วย นางเบญจวรรณ สร่างนิทร นายสีมา เสมานันท์ พล.ต.อ.บุญเพ็ญ บำเพ็ญบุญ และพล.ต.อ.นพดล สมบูรณ์ทรัพย์ เข้าร่วมประชุม โดยใช้เวลาในการประชุมนานกว่า 3 ชั่วโมง ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายชัยเกษม นิติศิริ อดีตอัยการสูงสุด หนึ่งใน ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิไม่ได้มาเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ เนื่องจากติดภารกิจ
พล.ต.อ.นพ ดล กล่าวภายหลังการประชุมบอร์ดกลั่นกรองด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมชูนิ้วโป้งทั้งสองมือว่า การประชุมบอร์ดกลั่นกรองในช่วงเช้าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บัญชีรายชื่อการแต่งตั้งคาดว่าทุกคนจะพอใจและสามารถตอบคำถามสังคมได้ในการ เสนอชื่อเพื่อดำรงตำแหน่งต่างๆ
สำหรับ บอร์ดกลั่นกรองนายสมศักดิ์ ได้ออกกฎให้ผู้ที่จะขึ้นเป็น ผบช.ได้ ต้องดำรงตำแหน่งรองผบช.มาไม่ต่ำกว่า 4 ปี สำหรับรายชื่อข้าราชการตำรวจที่ผ่านบอร์ดกลั่นกรอง ในระดับรองผบ.ตร.ที่ว่างลง 2 ตำแหน่ง จะมีการโยก พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี และพล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต ที่ปรึกษา(สบ 10) เข้าดำรงตำแหน่ง รองผบ.ตร.ตำแหน่งหลัก และจะมีการเลื่อน พล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส (นรต.27) ผู้ช่วยผบ.ตร.อาวุโสอันดับ 1 พล.ต.ท.อดุลย์ แสงสิงแก้ว (นรต.29) และพล.ต.ท.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา (นรต.28)ผู้ช่วยผบ.ตร. ขึ้นเป็นที่ปรึกษา(สบ 10) เทียบเท่ารองผบ.ตร.
ระดับผู้ช่วยผบ.ตร.จะมีการเลื่อน พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น.(นรต.30) พล.ต.ท .ประชิน วารี จตร.(สบ8) ขึ้นเป็น รองจตร.(สบ9)เทียบเท่าผู้ช่วยผบ.ตร. แทน พล.ต.ท.พรชัย พันธุ์วัฒนา รองจตร.(สบ9)ที่เออรี่รีไทร์ พล.ต.ท.จิโรจน์ ไชยชิต ผบช.ศ.(นรต.28) ขึ้นเป็นผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ท.ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง ผบช.ส.ขึ้นเป็น ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ท.บรรจง ตันศยานนท์ จตร.(สบ8) ขึ้นเป็น ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ท.สถาพร ดวงแก้ว รองจตร.(สบ.9) โยกเป็นผู้ช่วยผบ.ตร.ตำแหน่งหลัก และให้พล.ต.ท.ฉัตรชัย โปตระนันทน์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.เป็น รองจตร.(สบ.9)พล.ต.ท.ชลธาร จิราณรงค์ ผบช.นรป. ขึ้นเป็น รองนรป.(สบ9)
ในส่วนของตำแหน่งระดับผบช. พล.ต.ท.ถวิล สุรเษฐพงษ์ ผบช.ภ.7 เป็น จตร.(สบ8) แทน พล.ต.ท.บรรจง พล.ต.ท .ธีระยุธ กิติวัฒน์ ผบช.งป.เป็น ผบช.สกบ. พล.ต.ท.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ผบช.สตม.โยกเป็น ผบช.ศ. สำหรับตำแหน่ง ผบช.น.ในบอร์ดกลั่นกรองถกกันยังไม่ได้ข้อยุติมีการเสนอชื่อ พล.ต.ท.เจตต์ มงคลถัตถี ผบช.กมค. พล.ต.ท.รชต เย็นทรวง ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.ภ.8(นรต.28) คนสนิทนายสุเทพ มานั่งเป็นผบช.น. พล.ต.ต.เดชาวัต รามสมภพ รองผบช.ภ.3 ขึ้นเป็นผบช.ภ.1 พล.ต.ต.เฉลิมชัย จงศิริ รองผบช.ภ.4ขึ้น เป็นผบช.ภ.4 พล.ต.ต.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน รองผบช.น. คนสนิท นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผบช.ภ. 7 และหากพล.ต.ท.สัณฐาน ได้ตำแหน่งผบช.น.จะให้ พล.ต.ต.พิทักษ์ จารุสมบัติ รองผบช.สตม. เป็น ผบช.ภ.8 พล.ต.ท.วีรยุทธ สิทธิมาลิก ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. คนสนิท พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. เป็นผบช.ภ.9
พล.ต.ต .มล.พันธ์ศักดิ์ เกษมสันต์ รองผบช.กตร. ขึ้นเป็น ผบช.สตม. พล.ต.ต.อดิเทพ ปัญจมานนท์ รองผบช.ปส.เป็น ผบช.ส. พล.ต.ท.อุดม รักศีลธรรม จตร.(สบ.8) เป็น ผบช.สตส. พล.ต.ต .ยงยุทธ เตียวตระกูล รองผบช.ภ.7 เป็น จตร.(สบ.8) พล.ต.ต.เอกรัตน์ มีปรีชา รองผบช.น. ขึ้นเป็น จตร.(สบ8) พล.ต.ต.ณัฐพิชย์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รองผบช.ปส.เป็น จตร.(สบ8) พล.ต.ต.ธนากร ศิริอัฐ รองผบช.สตม.ขึ้นเป็น ผบช.งป. พล.ต.ต.ยงยศ นาคเฉลิม รองจตร.(สบ7) ขึ้นเป็น ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.วิบูล ปรองดอง รองผบช สง.ก.ตร.ขึ้นเป็น ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.จงเจตน์ อาวน์เจนพงศ์ รองนายแพทย์ใหญ่(สบ 7) เป็นนายแพทย์ใหญ่(สบ 8) พล.ต.ต.ไตรรัตน์ อมาตยกุล นรป.(สบ7) ขึ้นเป็น ผบช.นรป.(สบ8)
ผู้ สื่อข่าวรายงานว่าจากกฎที่ต้องดำรงตำแหน่งรองผบช.ไม่ต่ำกว่า 4 ปี ทำให้ผู้ที่ข้ามอาวุโสต้องตกไปหลายรายชื่อไม่ว่าจะเป็น พล.ต.ต.วิบูลย์ บางท่าไม้ รองผบช.น.ที่จะได้ขึ้น ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผบช.น.ที่จะได้ขึ้นเป็นผบช.ก็ไม่ได้เพราะติดกฎดังกล่าว
ต่อมาเมื่อเวลา 11.45 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธาน ก.ตร. ได้เดินทางมาถึงที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อร่วมประทานอาหารกลางวันร่วม กับคณะกรรมการ ก.ตร. ทุกท่าน และเริ่มประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 14/2552 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 อาคาร 1 ในช่วงบ่าย
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังการประชุม ก.ตร.ผ่านไปเพียง 1 ชั่วโมงก็เกิดความวุ่นวายมีการถกเถียงถึงวาระการประชุมบางวาระในที่ประชุม โดย ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ และ พล.ต.อ.พิชิต ควรเตชะคุป ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้ออกมาอภิปรายถึงคุณสมบัติของคณะอนุกรรมการพิจารณาบอร์ดกลั่นกรองว่ามี จริยธรรม คุณสมบัติและความโปร่งใสหรือไม่ โดย ร.ต.อ.ปุระชัยยังได้นำนามบัตรของบอร์ดกลั่นกรองบางคนที่ใช้ฝากฝังแต่งตั้ง โยกย้ายกับ พล.ต.อ.พัชรวาท มาแสดงในที่ประชุมและให้นายสุเทพ ที่ประชุมจึงเกิดการโต้เถียงกัน รวมทั้งมีความขัดแย้งในตำแหน่ง ผบช.น.ที่มีการเสนอถึง 3 ราบชื่อ คือ พล.ต.ท.รชต เย็นทรวง ผบช.ประจำ.ตร. พล.ต.ท.สัณฐาน ชยานนท์ ผบช.ภ.8 และพล.ต.ท.เจตน์ มงคลหัตถี ผบช.กมค. โดยในที่ประชุมมีแนวโน้มที่จะเลือก พล.ต.ท.เจตน์ ซึ่ง ไม่ตรงเป้าหมายที่นายสุเทพ ต้องการให้ได้พล.ต.ท.สัณฐาน นอกจากนั้นพล.ต.อ.พิชิตยังเสนอให้ทบทวนประกาศก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งคณะกร รมการพิจราณาคัดเลือกข้าราชการตำรวจ(บอร์ดกลั่นกรอง) ซึ่งอาจไม่ถูกต้องถามกฎหมายและระเบียบ ในที่ประชุมได้ถกเถียงกันอย่างรุนแรง นายสุเทพได้พูดติดตลกว่าจะชกกันหรือเปล่า ร.ต.อ.ปุระชัย ยกมือบอกว่าที่นี่ไม่ใช่สภา นายสุเทพ จึงบอกว่าขอโทษผมคิดว่าเป็นสภา
จนนายสุเทพเห็นบรรยากาศไม่ดี ต้องยกเลิกการประชุมโดยใช้ กฎ ก.ตร. ข้อ 17 เนื่องจากการประชุมมีปัญหาและอุปสรรค โดยไม่มีการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายแต่อย่างใด จากนั้นนายสุเทพ ก็เดินทางกลับทันทีโดยกล่าวเพียงว่า ให้สอบถาม พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษก ตร. เช่นเดียวกับ พล.ต.อ.ปทีป
ด้าน พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวว่า บรรยากาศในที่ประชุมไม่มีปัญหาอะไรเป็นการประชุมตามปกติ ปัญหาที่ทำให้การประชุมดำเนินการต่อไม่ได้ คือ คณะกรรมการบางท่านได้มีการท้วงติงถึงความสมบูรณ์ของ ประกาศก .ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกข้าราชการตำรวจ(บอร์ดกลั่น กรอง)ซึ่งประธานก.ตร.เป็นผู้ลงนามในคำสั่ง ว่าคณะกรรมการคัดเลือกฯไม่มีความสมบูรณ์ในด้านไหนอย่างไร ซึ่งประธานได้สั่งให้เลขานุการ ก.ตร. ไปตรวจสอบความสมบูรณ์ของประกาศตามที่ถูกท้วงติง คาดว่าจะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 1 สัปดาห์เพราะไม่ต้องการให้มีข้อครหาหรือการฟ้องร้องตามมาทีหลัง ต้องพิจารณาองค์ประกอบว่ามีความชัดเจนสมบูรณ์หรือไม่ ส่วนคุณสมบัติของคณะกรรมการก็คงต้องมีการตรวจสอบด้วยเพื่อความรอบคอบและ โปร่งใส ส่วนการประชุม ก.ตร.ครั้งต่อไปจะมีขึ้นเมื่อไรนั้นยังไม่สามารถตอบได้แต่จะดำเนินการให้ เร็วที่สุด
ด้านร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ กล่าวถึงสาเหตุที่การประชุม ก.ตร.ต้องยกเลิก ว่า ตนได้ท้วงติงในที่ประชุม ก.ตร.ในวาระที่ 3 ในเรื่องคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการซื้อขายตำแหน่ง ที่นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัติ ได้ร้องเรียนว่ามีการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งในสมัยที่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ เป็น ผบ.ตร. และสรุปว่าพล.ต.อ.พัชรวาท ใช้อำนาจในการแต่งตั้งระดับต่ำลงไป ซึ่งเรื่องนี้มีข้อสงสัยเรื่องของความเป็นกลางและเรื่องของจริยธรร ม ตนเองได้ถามอนุก.ตร.ฯว่าได้มีการตรวจสอบกรณีที่นายศิริโชคออกมาให้สัมภาษณ์ หรือไม่ ซึ่งต้องตรวจสอบ 2 ด้าน และต้องตรวจสอบลายเซ็นต์นามบัตรผู้ที่ร้องเรียนแต่ปรากฏว่าไม่ได้มีการตรวจ สอบ ก็ถือว่าอนุก.ตร.ฯทำงานได้ไม่ครบถ้วน
ร.ต.อ. ปุระชัย กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ตนยังทราบว่า อนุ ก.ตร. กว่าครึ่งหนึ่งก็เกี่ยวข้องกับการซื้อขายตำแหน่ง โดนตนมีหลักฐานว่ามีการทำหนังสือลงชื่อจากสำนักงานตนเอง ถึง พล.ต.อ.พัชรวาท เพื่อฝากฝังแต่งตั้งนายตำรวจระดับรองผู้บังคับการไปจนถึงสารวัตร ซึ่งหลักฐานต่างๆ ได้ส่งให้นายสุเทพไปแล้ว อนุ ก.ตร.คนใดที่ทำก็ถือว่าผิดจริยธรรม หลักธรรมาภิบาล
ร.ต.อ. ปุระชัย กล่าวต่อว่า อนุก.ตร.ตรวจสอบการซื้อขายตำแหน่ง บางท่านบอกจะลาออกแต่ตนเองเห็นว่าม่เพียงพอ ต้องลาออกจาก ก.ตร.ด้วย และถ้าหากมีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ก็ถือว่ามีความผิดตามรัฐ ธรรมนูญ 50 มาตรา 266 อนุ2 ที่ห้าม ส.ส. ก้าวก่ายเรื่องการแต่งโยกย้ายตำรวจหากพบหลักฐานว่ามีความผิดจริงสามรถยื่นถอดถอนได้ ส่วนจะเป็นนักการเมืองคนใดนั้นตนไม่ทราบ
ร.ต.อ. ปุระชัย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้พล.ต.อ.พิชิต ได้มีข้อโต้แย้งเรื่องประกาศ ก.ตร. ที่แต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกข้าราชการตำรวจที่มีเสียงถึง 13 เสียงในขณะที่ก.ตร.ในขณะนี้มีเพียง 20 เสียง เข้ามาเป็นผู้ซึ่งจะทำให้ เมื่อนำเข้า ก.ตร.ก็จะไม่มีความหมาย เพราะเสียงที่พิจารณาก็เกินกว่าครึ่งอยู่แล้ว จึงต้องการให้ ก.ตร. ไปตรวจสอบเพื่อให้เกิดความชอบธรรม ไม่มีข้อครหาภายหลัง ในที่ประชุมจึงยังไม่มีการพิจารณารายชื่อบอร์ดกลั่นกรองที่เสนอมา



