
อัยการเร่งส่งฟ้องจี้ธปท.ล่าเงิน"ราเกซ"ต่อ
"อัยการ" รอผลสอบสวน "ราเกซ" จาก พงส. ก่อนนัดพิจารณาสั่งฟ้องก่อนครบฝากขังครั้งที่ 2 วันที่ 11 พ.ย. นี้ ส่วนผลสอบสวนราเกซ ปูดนักการเมือง ฝ่ายรัฐบาลจะขอข้อมูลรับศึกอภิปรายไม่ได้ต้องเก็บเป็นความลับ อธิบดีราชทัณฑ์มั่นใจมาตรการควบคุมตัวราเกซ สร้างความเชื่อมั่
เมื่อวันที่ 6 พ.ย.นายกฤษณะ ประจงเกียรติ รองอธิบดีอัยการฝ่ายคดี เศรษฐกิจและทรัพยากร คณะทำงานอัยการคดีนายราเกซ สักเสนา อดีตที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพฯพาณิชย์การ จำกัด (มหาชน)หรือบีบีซี ผู้ต้องหาคดีทำผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 อนุมัติสินเชื่อปล่อยกู้ให้บริษัท ซิตี้ เทรดดิ้งฯ จำนวน 1,657 ล้านบาทโดยทุจริต กล่าวว่า หลังจากที่คณะทำงานอัยการได้พิจารณาสำนวนแล้วมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เจ้าของสำนวน ไปแปลเอกสารหลักฐานซึ่งเป็นภาษาอังกฤษ เป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลให้ถูกต้องเรียบร้อย
พร้อมกับดำเนินการตาม ป.วิอาญา ม.134 ในการแจ้งข้อหาที่ถูกดำเนินคดีและแจงสิทธิตามกฎหมายให้นายราเกซ ทราบและทำการสอบสวนปากคำแล้ว ให้เร่งส่งสำนวนการสอบสวนและเอกสารการแปลดังกล่าวส่งให้กับอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 3 เพื่อนายเศกสรรค์ บางสมบุญ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร จะได้เรียกคณะทำงานอัยการประชุมพิจารณาว่าสามารถดำเนินกระบวนการยื่นฟ้องนายราเกซ เป็นจำเลยต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ได้เลยหรือไม่
“หากคณะทำงานได้รับสำนวนการสอบสวนเพิ่มเติมจากพนักงานสอบสวนแล้ว จะเร่งประชุมพิจารณาถ้าหากสำนวนมีความครบถ้วนไม่มีจุดบกพร่องที่จะทำให้เกิดข้อโต้แย้งคาดว่าจะสามารถยื่นฟ้องได้ก่อนหรือในวันที่ 11 พ.ย. ซึ่งเป็นวันครบกำหนดฝากขังนายราเกซ ครั้งที่ 2” นายกฤษณะ กล่าว
เมื่อถามว่าหากผลการสอบสวนนายราเกซ พบว่ามีนักการเมืองเกี่ยวข้องด้วย จนอาจมีคนในรัฐบาลขอผลการสอบสวนดังกล่าว นำไปเตรียมรับมือการอภิปรายของฝ่ายค้านนั้น นายกฤษณะ กล่าวว่า เอกสารหลักฐานในสำนวนคดีเป็นความลับ อัยการต้องเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี ไม่สามารถนำไปเปิดเผยได้
อธิบดีราชทัณฑ์มั่นใจมาตรการควบคุมตัวราเกซ
นายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงมาตรการควบคุมตัวนายราเกซ สักเสนา ผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์ธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ จำกัด (มหาชน) ว่า ความปลอดภัยของผู้ต้องขังที่อยู่ในความรับผิดชอบของเรือนจำ จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งสามารถดูแลผู้ต้องขังได้ทั้งในแง่ความปลอดภัย และการคุ้มครองสิทธิ โดยเรือนจำของไทยเน้นมาตรการคุมขังเพื่อป้องกันการแหกหักเรือนจำเป็นอันดับแรก รองลงมาคือการดูแลความปลอดภัย ส่วนกรณีที่มีข่าวว่านายราเกซเริ่มให้ข้อมูลถึงผู้เกี่ยวข้องในคดียักยอกทรัพย์บีบีซีนั้น ยังไม่ได้รับรายงาน ที่สำคัญกรณีดังกล่าวไม่ใช่หน้าที่รับผิดชอบโดยตรงของเรือนจำ แต่เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน
ทางด้านเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เวลา 12.30 น. พ.ต.ท.พงษ์สวัสดิ์ คำปาเชื้อ และพล.ต.ท.สุขกิจ อรุณเลิศถวิล พนักงานสอบสวนคดียักยอกทรัพย์บีบีซี. พร้อมทีมล่ามได้เดินทางมาสอบปากคำนายราเกซที่แดนพยาบาลเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง ซึ่งการสอบปากคำครั้งนี้ เป็นการสอบปากคำเพิ่มเติมหลังพนักงานอัยการมีความเห็นให้ตำรวจกลับไปสอบปากคำนายราเกซเพิ่ม 2 ประเด็น คือ เรื่องการแปลสำนวนที่มาจากศาลแคนาดาให้เป็นภาษาไทย และการแจ้งสิทธิขั้นพื้นฐานกรณีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้นายราเกซรับทราบ เนื่องจากสำนวนเดิมที่พนักงานสอบสวนส่งให้อัยการนั้นไม่สมบูรณ์
พ.ต.ท.พงษ์สวัสดิ์ กล่าวภายหลังเข้าสอบปากคำนายราเกซว่า จะนำผลการสอบสวนทั้งหมดรายงานต่อพล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(รองผบช.ก.) ทั้งนี้จากการพบปะกับนายราเกซพบว่า สุขภาพร่างกายดีและไม่มีอาการเครียด โดยการสอบปากคำวันนี้ก็เป็นไปตามที่อัยการมีความเห็นให้แจ้งเกี่ยวกับการแปลเอกสารสำนวนตลอดจนสิทธิในการส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้นายราเกซรับทราบและลงนามรับรองเอกสารด้วย
ด้านนายคุณาชา ไชยชุมพร ทนายความของนายราเกซที่เดินทางร่วมฟังการสอบปากคำครั้งนี้ปฏิเสธตอบข้อซักถามของสื่อมวลชนเกี่ยวกับความเป็นอยู่และความเคลื่อนไหวของนายราเกซ ตลอดจนแนวทางการต่อสู้คดีโดยอ้างว่าเป็นความประสงค์ของครอบครัวนายราเกซที่ไม่ต้องการให้เปิดเผยข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 5 พ.ย. ที่ผ่านมา ภรรยาชาวไทยของนายราเกซได้นำรถเข็นวิลแชร์ มาฝากเจ้าหน้าที่ไว้ให้นายราเกซใช้ส่วนตัว หลังจากทราบว่าภายในสถานพยาบาลดังกล่าวมีรถวิลแชร์เพียง 2 คัน
อัยการจี้ธปท.ล่าเงิน"ราเกซ"ต่อ
แหล่งข่าวสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า การติดตามยึดอายัดทรัพย์นายราเกซ สักเสนา อดีตที่ปรึกษาธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ (บีบีซี) เพิ่มเติม จากที่ได้คืนมาจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ และหมู่เกาะประเทศอังกฤษว่า เป็นหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะต้องสืบหาทรัพย์ว่า ยังมีซุกซ่อนที่ประเทศใดอีก ซึ่งหากพบว่า มีอยู่ในต่างประเทศ ก็สามารถส่งผลการตรวจสอบ ให้อัยการสูงสุด ในฐานะผู้ประสานงานกลาง ทำเรื่องขออายัดและยึดคืน เหมือนที่ประเทศสวิสฯ และหมู่เกาะในประเทศอังกฤษ
แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า สำหรับการดำเนินคดีอาญากับนายราเกซในคดียักยอกทรัพย์ที่เหลืออีก 19 คดี นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด ได้เร่งรัดให้อัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร ฟ้องให้ทันภายในปี 2553 เพราะ 19 คดีจะทยอยขาดอายุความไล่เลี่ยต่อจากคดีซิตี้เทรดดิ้ง จำกัด ซึ่งจะขาดอายุความในกลางปี 2553 ดังนั้น อัยการสูงสุดจึงติดตามและเร่งรัด ให้นายเศกสรรค์ บางสมบุญ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร เร่งส่งฟ้องคดีซิตี้เทรดดิ้ง และเมื่อส่งฟ้องนายราเกซต่อศาลแล้ว อัยการสูงสุดจะได้นำผลการฟ้องคดีซิตี้เทรดดิ้ง ส่งให้รัฐบาลประเทศแคนาดาทราบขั้นตอนว่า ทำถูกต้องครบถ้วนตามที่ทางการไทยรับปาก ขณะเดียวกันก็จะขออนุญาตรัฐบาลประเทศแคนาดาดำเนินคดีที่เหลืออีก 19 คดีกับนายราเกซต่อไปทันทีด้วย
แหล่งข่าวกล่าวว่า การที่นายจุลสิงห์ จะต้องขออนุญาตดำเนินคดีนายราเกซอีก 19 คดี เนื่องเพราะนายราเกซได้โอนสัญชาติเป็นชาวแคนาดา จึงต้องถือเป็นคนของรัฐบาลแคนาดา นอกจากนั้น แล้วในการร้องขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนอัยการสูงสุดอ้างเพียงคดีซิตี้เทรดดิ้ง เพราะเป็นคดีแรกที่จะขาดอายุความ การจะดำเนินคดีที่เหลือ ก็ต้องประสานประเทศแคนาดา ทราบว่า เรามีความจำเป็นต้องดำเนินคดียักยอกทรัพย์ 19 คดีที่เหลือ กับนายราเกซเช่นเดียวกับคดีซิตี้เทรดดิ้งอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องมารยาทที่ต้องรายงานประเทศแคนาดาเพื่อทราบ โดยจะไม่กระทบหรือทำให้ฟ้องคดีที่เหลืออีก 19 คดีไม่ได้แต่อย่างใด



