ข่าว

พาณิชย์นำคณะเยือนกัมพูชา สานสัมพันธ์การค้า

พาณิชย์นำคณะเยือนกัมพูชา สานสัมพันธ์การค้า

01 ก.พ. 2562

พาณิชย์ นำคณะเยือนกัมพูชา สานสัมพันธ์ทางการค้า ชี้ตลาดกัมพูชายังเติบโตสูง เตรียมเจาะผู้บริโภควัยหนุ่มสาวแล้ว หวังเป้าปี 62 โต 10 %

 

          1 ก.พ. 62 - นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้พบกับภาคเอกชนไทยที่ดำเนินธุรกิจในกัมพูชาเพื่อรับฟังสถานการณ์ในกัมพูชาที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยปัญหาหลัก คือ กฎหมายแรงงานฉบับใหม่ของกัมพูชา และกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงบ่อย ซึ่งทำให้ต้นทุนในการดำเนินธุรกิจค่อนข้างสูงในกัมพูชา อย่างไรก็ดี โอกาสสำหรับสินค้าไทยยังมีอีกมาก เนื่องจากกัมพูชาเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูงขึ้นตามอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่สูงอย่างต่อเนื่อง มีประชากรวัยหนุ่มสาวจำนวนมาก และที่สำคัญสินค้าไทยเป็นที่ชมชอบและยอมรับในคุณภาพสูงมาก

 

พาณิชย์นำคณะเยือนกัมพูชา สานสัมพันธ์การค้า

 

          นางสาวชุติมา กล่าวอีกว่า ยังได้สอบถามโอกาสสำหรับข้าวไทย โดยเฉพาะในส่วนของข้าวสีเพื่อสุขภาพ เนื่องจากต้องการหาช่องทางช่วยเหลือเกษตรกรขยายตลาดสู่ต่างประเทศตามนโยบาย Local to Global ซึ่งได้รับข้อมูลว่า ตลาดข้าวกลุ่มนี้ในกัมพูชายังมีขนาดเล็กมาก โดยเป็นตลาดกลุ่มเฉพาะ (niche market) ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะพิจารณาจัดกิจกรรมทดลองตลาดผ่านแมคโครในกัมพูชา และจะเน้นการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับประโยชน์ทางโภชนาการของข้าวสีในตลาดกัมพูชามากขึ้น ในส่วนข้าวประเภทอื่น การประกาศของคณะกรรมาธิการยุโรปเก็บภาษีนำเข้าในสินค้าประเภทข้าวจากกัมพูชาเป็นเวลา 3 ปีนับจากวันที่ 18 มกราคม 2562 เป็นทั้งโอกาสและความท้าทายสำหรับข้าวไทย โดยมีความเป็นไปได้ที่ผู้นำเข้าในอียูจะพิจารณานำเข้าข้าวไทยทดแทน แต่ก็มีความเสี่ยงที่ไทยจะเสียโอกาสในตลาดอื่นด้วย โดยล่าสุด ผลการเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีกัมพูชาเมื่อเร็วๆนี้ จีนประกาศเพิ่มโควตานำเข้าข้าวจากกัมพูชาในปี 2562 อีก 1 แสนตันรวมเป็น 4 แสนตัน

 

          ในส่วนสินค้าในหมวดอื่นๆ มีช่องทางขยายเข้าสู่ตลาดกัมพูชาผ่านธุรกิจค้าปลีกและห้างสรรพสินค้าสมัยใหม่ของไทย รวมถึงร้านอาหารและเครื่องดื่มแบรนด์ไทยที่เข้าไปลงทุนดำเนินธุรกิจในกัมพูชาและมีการขยายสาขาจำนวนมากในช่วงปีที่ผ่านมา อาทิ คาเฟ่อเมซอน ซึ่งปัจจุบันมีสาขาถึง 110 สาขาในกัมพูชา สถานีบริการน้ำมันของ ปตท. และร้านสะดวกซื้อจิ๊ฟฟี่ เป็นต้น

 

          รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ตนยังได้เป็นประธานเปิดงาน TOP Thai Brands 2019 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าไทยโดยมีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมออกคูหารวมทั้งสิ้น 215 บริษัท 282 คูหา ใน 6 กลุ่มสินค้า ได้แก่ สินค้าอาหารและเครื่องดื่ม เครื่องสำอางผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและอาหารเสริม เสื้อผ้าและเครื่องประดับแฟชั่น ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในบ้าน ผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็ก และอื่นๆ คาดว่าจะมีผู้เข้าเยี่ยมชมงานกว่า 100,000 คน การจัดงาน TOP Thai Brands มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs แบรนด์ไทยมีช่องทางในการขยายการส่งออกและการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ สนับสนุนการเพิ่มมูลค่าการส่งออกสินค้าด้วยเครื่องหมายการค้า และเสริมสร้างภาพลักษณ์สินค้าไทย             

 

          “การเยือนกัมพูชาครั้งนี้ ทำให้เห็นว่า สังคมและไลฟไตล์ของชาวกัมพูชามีการเปลี่ยนแปลงไปมากและอย่างรวดเร็ว ปัจจุบัน สินค้าไทยเป็นที่นิยมมากในตลาดกัมพูชา เนื่องจากความเชื่อมั่นต่อคุณภาพ โอกาสในการขยายการส่งออกสินค้าไทยจึงยังมีอีกมาก ในการนี้ นอกจากการส่งเสริมขยายช่องทางการตลาดแล้วกระทรวงพาณิชย์จะเน้นดำเนินการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของสินค้าไทยในตลาดกัมพูชาอย่างต่อเนื่องต่อไป” นางสาวชุติมา กล่าว


          ทั้งนี้ ในปี2561 มูลค่าการค้า 8,800 ล้านดอลลาร์ และปีนี้ตั้งเป้าเพิ่ม 10 % และในปี 2563 ตั้งเป้ามูลค่าการค้าของทั้ง 2 ประเทศ ไว้ที่ 15,000 ล้านดอลลาร์.