
ป.ป.ช.รับลูกสอบทุจริตนมโรงเรียนรอผลสอบป.ป.ท.
ป.ป.ช.รับลูกสอบทุจริตนมโรงเรียน รอผลสอบ ป.ป.ท. หากอยู่ในอำนาจเตรียมดำเนินการทันที ตามที่ "พีระพันธุ์"เตรียมส่งนมโรงเรียนให้ ป.ป.ช.เช็คบิล "อภิสิทธิ์" จี้ เกษตร-มหาดไทย-ศึกษา-พานิชย์ เร่งแก้ปัญหาน้ำนมดิบ-นมโรงเรียน สั่ง"กอร์ปศักดิ์"เป็นประธาน
นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ป้องกันแกะปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) กล่าวถึงกรณีการตรวจสอบทุจริตนมโรงเรียน ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับเรื่องจาก คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท).ที่บอกว่าจะส่งสำนวนการสืบสวนสอบสวนในกรณีนี้มา
ดังนั้นคงต้องรอให้ ปปท. ส่งมาเสียก่อนจึงจะพิจารณาได้ว่าควรทำอย่างไร ทั้งนี้มือเรารับเรื่องก็จะดูว่าสำนวนที่ทำมานั้น มีความเกี่ยวข้องไปถึงระดับใด และที่สำคัญคือต้องูด้วยว่า อยู่ในอำนาจการพิจารณาของ ปปช.หรือไม่ หากเห็นว่าอยู่ในอำนาจเราพร้อมที่จะรับไว้ดำเนินการทันที และตั้งคณะอนุกรรมการต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่าเท่าที่ทราบเบื้อตนจากข่าวเห็นว่าอยู่ในอำนาจของ กกต. หรือไม่ และเกี่ยวข้องไปถึงระดับใด ตอนนี้คงพูดไม่ได้ว่าเกี่ยวข้องถึงระดับไหน เพราะข่าวที่ออกมาค่อนข้างสับสนจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเป็นอย่างไรกันแน่ เราต้องดูสำนวนการสอบสวนจริงๆของ ปปท. ว่าเป็นมาอย่างไรและเกี่ยวข้องถึงใคร
"พีระพันธุ์"เตรียมส่งนมโรงเรียนให้ ป.ป.ช.เช็คบิลต่อ
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการสรุปผลสอบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตนมโรงเรียนของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ที่มีการเสนอให้เอาผิดคณะรัฐมนตรีของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่กำหนดนโยบายจำกัดบริษัทจัดซื้อนมโรงเรียนเป็นโซนนิ่ง ว่า ได้รับรายงานด้วยวาจาจากนายธาริต เพ็งดิษฐ์ เลขาธิการป.ป.ท. แล้ว แต่ยังไม่ได้รับเรื่องอย่างเป็นทางการ หากได้รับผลสอบสวนทั้งหมด ก็จะนำส่งป.ป.ช.ตามระเบียบ เนื่องจากผู้เกี่ยวข้อง ในคดีดังกล่าว เป็นนักการเมืองและข้าราชการระดับสูงซึ่งถือเป็นอำนาจการสอบสวนของ ป.ป.ช.
"แม้ว่าคดีดังกล่าวจะเกี่ยวพันถึงกลุ่มการเมืองที่เป็นขั้วอำนาจเก่า แต่ผมไม่มีส่วนเกี่ยวหรือสั่งการให้ป.ป.ท.เข้าไปทำคดี แต่ป.ป.ท.ทำตามหน้าที่ จึงยืนยันได้ว่า คดีนี้ไม่เกี่ยวกับการเมือง"
"อภิสิทธิ์"จี้ 4กระทรวงเร่งสางปัญหานม
เมื่อเวลา 13.15 น. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม. ว่า ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ครม.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้สอบถามในที่ประชุม ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำนมดิบและนมโรงเรียน
นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงพาณิชย์ ไปประชุมร่วมกัน เพื่อหาทางออกโดยเร็วที่สุด และมอบหมายให้นายกอร์ปศักดิ์ สภาวะสุ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้ โดยจะมีการประชุมกันในเช้าวันที่ 4 มี.ค. นี้ จากนั้นช่วงบ่ายของวันเดียวกันตัวแทนผู้ประกอบธุรกิจนมจะเข้าพบนายกรัฐมนตรีที่รัฐสภา
ส.ส.ปชป.เตรียมเปิดเผยรายชื่อ-โครงสร้างการโกงนมกลางสภาพรุ่งนี้
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 3 มีนาคม นายสุวโรจน์ พะลัง ส.ส.แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานกรรมธิการ สภาผู้แทนราาฎร กรรมธิการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เปิดเผยถึงกรณี การฉ้อโกงการจัดซื้อาหารเสริม (นม) โรงเรียน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีข่าวในเรื่องการฮั้วประมูลนมโรงเรียน โดยโยงใยไปถึง นายเจริญ เดชเกิด ตัวแทนรับมอบอำนาจในการจัดหาผู้ประกอบการแปรรูปนม ในเขตพื้นที่โซน 2 ภาคตะวันตก/ภาคใต้จำนวน 22 จังหวัด ตั้งแต่ จ.สุพรรณบุรี จนถึง จ.ปัตตานี ซึ่งนายเจริญ ได้เสนอรายชื่อผู้ประกอบการโคนมจำนวน 18 รายชื่อ ให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการคัดเลือกผู้ประกอบการมาส่งให้กับโรงเรียน ขระเดียวกันนายเจริญ ยังได้ยักยอกเงินค่าอาหารเสริม(นม) ของสหกรณ์โคนมหนองโพ ราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์)
นายสุวโรจน์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบได้ข้อมูลว่านายเจริญเป็นตัวแทนผู้รับมอบอำนาจจากสหกรณ์หนองโพฯ ให้ทำสัญญาซื้อขายนมกับหน่วยงานราชการในเขต 14 จังหวัดภาคใต้ และบางส่วนของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยผู้ตรวจการสหกรณ์โคนมหนองโพ ฯได้ทำการตรวจสอบพบว่ามีการปลอมแปลงเอกสารของสหกรณ์โคนมหนองโพฯ เพื่อไปเปิดบัญชีในนามสหกรณ์โคนมหนองโพ ฯ กับธนาคารแห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต ก่อนทำการเบิกเช็คของหน่วยงานราชการสั่งจ่ายค่านมให้กับบัญชีดังกล่าว จำนวนเงิน 280 ล้านบาท ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายมากมาย
"ผมพยายามเข้าไปตรวจสอบจนทราบว่า หลังเรื่องดังกล่าวแดงขึ้น นายเจริญได้นำเงินจำนวน 280 ล้านบาท ไปจ่ายคืนให้กับทางสหกรณ์โคนมหนองโพ ฯ อีกทั้งยังชดเชยค่าเสียหายอีก 9 แสนบาท ซึ่งพฤติการณ์การปลอมแปลงเอกสารดังกล่าว ยังสามารถสืบทราบอีกว่า มีเจ้าหน้าที่ในสหกรณ์โคนมหนองโพฯ เกี่ยวข้องด้วย แต่เมื่อผมได้สอบถามไปยังสหกรณ์โคนมหนองโพ ฯ ก็ไม่ได้รับความร่วมมือ เพราะอ้างว่านายเจริญได้นำเงินมาคืนและชดใช้ค่าเสียหายแล้ว สำหรับตนคิดว่าเรื่องไม่น่าจบแค่นี้ เพราะการกระทำดังกล่าวสร้างความเสียหายระดับประเทศ ทั้งที่นมดังกล่าวก็ต้องนำให้เด็กดื่มกิน ส่วนนายเจริญ ก็ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางแหล่งที่มาของเงินหลายร้อยล้านบาท เพราะนายเจริญเป็นแค่ยี่ปั้วทำไมถึงมีเงินไหลเวียนมากมายขนาดนั้น" นายสุวโรจน์ กล่าว
นายสุวโรจน์ กล่าวอีกว่า ตนได้ไปประสานกับอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวกับทางสหกรณ์โคนมหนองโพฯ ซึ่งในวันที่ 4 มี.ค. เวลา 09.30 น. จะมีการประชุมผู้เกี่ยวข้องกับเรื่อง นมโรงเรียนที่รัฐสภา และได้ส่งจดหมายเชิญตัวนายเจริญ มาให้ข้อมูล เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่ตนไม่แน่ใจว่านายเจริญ จะมาตามจดหมายเชิญหรือไม่ แต่ในส่วนที่ตนได้ทำการตรวจสอบมาจะมีใครเกี่ยวข้องบ้างนั้นพรุ่งนี้จะมีการเปิดเผยในที่ประชุม เพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป



