ข่าว

แม่ทัพภาค2สั่งตรึงกำลังชายแดนไทย-เขมร

แม่ทัพภาค2สั่งตรึงกำลังชายแดนไทย-เขมร

06 พ.ย. 2552

แม่ทัพภาค 2 สั่งตรึงกำลังทหารชายแดนไทย-กัมพูชา ยันกัมพูชาไม่มีการเสริมกำลังตามที่มีข่าว ด้านช่องจอม-โอเสม็ด การค้าแนวชายแดน ไทย-กัมพูชา ยังปกติ ขณะที่รองผบช.ภ.3 สั่งคุมเข้มแรงงานเขมร หวั่นก่อเหตุรุนแรง

(6 พ.ย. 52) ที่สนามบินกองบัญชาการช่วยรบที่ 2 กองทัพภาคที่ 2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาค 2 ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-เขมร ภายหลังไทยสั่งถอนฑูตไทยประจำกัมพูชากลับประเทศ ว่า สถานการณ์ชายแดนไทยบริเวณเขาพระวิหารยังเป็นปกติไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง และจากการตรวจสอบยืนยันว่าทางฝ่ายกัมพูชาไม่ได้มีการเสริมกำลังทหาร 4 พันนายตามที่เป็นข่าวแต่อย่างไร ซึ่งความสัมพันธ์ระดับพื้นที่ยังคงเป็นไปด้วยดีเช่นเดิม และกองทัพภาคที่ 2 ก็ลงไปทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ว่าอย่าได้ตื่นตระหนกกับกับสถานการณ์ดังกล่าว และวันนี้ (6พ.ย.) ตนจะลงพื้นที่ไปเยี่ยมเยียนชาวบ้านในพื้นที่และเพื่อทำความเข้าใจด้วย

 ทั้งนี้ทางกองทัพภาคที่ 2 จะปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบที่ทางรัฐบาลและผู้บังคับบัญชากำหนด ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาระดับรัฐบาลกับรัฐบาลที่ต้องแก้ปัญหากัน แต่ในระดับพื้นที่และความสัมพันธ์ของประชาชนในพื้นที่ทั้งสองฝ่ายยังไม่มีผลกระทบ และในส่วนของพรมแดนบริเวณชายแดนก็ยังไม่มีการปิดพรมแดนแต่อย่างใด ซึ่งทางผู้บัญชาการทหารบกได้สั่งการให้รักษาสัมพันธ์ไมตรีทั้งสองฝ่าย และชี้แจงประชาชนในพื้นที่อย่าได้ตื่นตระหนก

 ทั้งนี้หากทางฝ่ายกัมพูชายังไม่มีการเสริมกำลังทหาร ทางฝ่ายไทยก็จะยังไม่มีการเสริมกำลังเช่นกัน แต่จะให้คงกำลังไว้ตามเดิม ซึ่งขณะนี้ทางเราก็ได้มีการเจรจากับทางทหารฝ่ายกัมพูชาว่าให้ใช้ความสัมพันธ์ที่มีอยู่ระหว่างกัน และคงกำลังไว้ตามแบบเดิมที่มีอยู่ตามปกติ

 นอกจากนี้ พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาค 2 ยังได้ฝากไปยังกลุ่มมวลชนที่จะออกมาเคลื่อนไหวในกรณีนี้ว่า ขอให้คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ที่เป็นอยู่ยังถือว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ดี แต่อาจจะเกิดเงื่อนไขหรือเกิดปัญหาบางประการ ซึ่งทางรัฐบาลเองก็กำลังดำเนินการแก้ไขอยู่ตามลำดับขั้นตอน เพราะฉะนั้นอย่าได้ไปสร้างภาระหรือปัญหาใดๆให้เกิดขึ้น เพราะจะเป็นผลเสียหายให้เห็นแก่ประเทศชาติเพิ่มขึ้นอีก ขอให้ใช้เหตุใช้ผล โดยเฉพาะกลุ่มมวลชนที่จะออกมาเคลื่อนไหวกดดันต่างๆให้อยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก

 จากนั้นพล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 และคณะได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์เดินทางไปยังศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาการบุกรุกป่าดงใหญ่ และในช่วงบ่ายวันนี้ (6 พ.ย. 52) แม่ทัพภาคที่ 2 และคณะจะเดินทางลงพื้นที่ชายแดนเขาพระวิหาร จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อเยี่ยมเยียนชาวบ้านในพื้นที่พร้อมทั้งทำความเข้าใจกับชาวบ้านถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย

 ด้านพ.ต.ต.อนันต์  ทองสุข สารวัตร ด่านชายแดนถาวรช่องจอม-โอร์เสม็ด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ กล่าวว่า ที่บริเวณชายแดนถาวรช่องจอม-โอเสม็ด ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวและนักพนันเดินทางเข้าออกปกติ ชาวไทยและชาวกัมพูชา ยังเข้ามาขายสินค้า นักท่องเที่ยว และนักพนัน ก็ทยอยกันเดินทางผ่านเข้าออกต่อเนื่องไม่ลดน้อยลง ถือว่าสถานการณ์บริเวณด่านผ่านแดนไม่มีความตรึงเครียดแต่อย่างใด

 สำหรับร้านจำหน่ายสินค้าบริเวณตลาดช่องจอม มีนักธุรกิจชาวกัมพูชารเข้ามาค้าขายสินค้าจำนวนมาก ขณะนี้เปิดร้านจำหน่ายสินิ ค้าตามปกติ ซึ่งครั้งนี้แตกต่างจากช่วงที่ทหารไทยมีการปะทะกับทหารกัมพูชา ที่ จ.ศรีสะเกษ ขณะนั้นร้ายค้าปิดหมด แต่ในครั้งนี้ยังไม่มีการอพยพ ซึ่งหากเกิดสถานการณ์รุนแรงผู้ประกอบการชาวกัมพูชา จะรู้เร็วกว่าคนไทย และจะรีบเก็บของปิดร้านกลับเข้าประเทศกัมพูชาทันที ดังนั้นในพื้นที่จึงถือว่าเป็นปกติ

 ในส่วนร้านจำหน่ายสินค้าของคนไทยที่อยู่ในเขตชายแดนประเทศกัมพูชา ก็ยังคงเปิดขายตามปกติ ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น หรือมีการประกาศปิดด่าน ทางบ่อนก็จะประกาศให้นักพนันออกจากบ่อนทันที และทางเจ้าหน้าที่ประจำด่านผ่านแดนถาวร ก็พร้อมที่จะเอารถเข้าไปรับคนไทยที่เข้าไปค้าขายในกัมพูชา และประชาชนที่เข้าไปเล่นการพนันอย่างทันท้วงที เพราะระยะทางจากบ่อนการพนันมาที่ด่านผ่านแดนห่างกันเพียง 100 เมตร

 พล.ต.ต.อำนาจ  อันอาตม์งาม รอง ผบช.ภ.3 กล่าวว่า ทางตำรวจภูธรภาค 3 ได้กำชับตำรวจพื้นที่ที่ติดแนวชายแดนมีการคุมเข้มเป็นพิเศษ โดยเฉพาะแรงงานกัมพูชาที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยบริเวณแนวชายแดน เพื่อเป็นการป้องกันการก่อการร้าย  ซึ่งได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจคอยเป็นแนวหลังของทหาร และติดตามเฝ้าฟังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

 ขณะนี้ตำรวจในพื้นที่ที่อยู่ตามแนวชายแดนได้มีการเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งได้ให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยทางตำรวจภูธรภาค 3 ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการอำนวยการควบคุมสถานการณ์ ตำรวจภูธรภาค 3 ขึ้น เพื่อหาข่าวตามแนวชายแดน และรายงานจากพื้นมายัง ตร.ภ.3 อย่างต่อเนื่อง

 ด้านนายศรีวรรณ เกียรติสุรนนท์ ประธานหอการค้าศรีสะเกษ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการที่ไทยดึงทูตกลับจากประเทศกัมพูชา เพราะถือว่ารุนแรงมาก อันที่จริงทูตในทุกๆประเทศ ควรจะมีคงไว้ เพราะเกี่ยวกับการค้า การขาย การลงทุน หรืออีกหลายๆ เรื่องที่ยังต้องใช้การทูตในการเจรจา แต่ก็เห็นควรในการที่ไทย ควรจะแสดงอะไรที่เป็นจุดยืนในการโต้ตอบการกระทำของกัมพูชา ซึ่งน่าที่จะไปแสดงต่อประชาคมโลก เพื่อให้ทราบว่าการที่กัมพูชา ทำเช่นนี้กับไทยเป็นการไม่ให้เกียติอย่างไร และไทยเองก็จะมีมาตรการตอบโต้อย่างไรเช่นกัน แต่ไม่ควรดึงทูตกลับด่วนเช่นนี้

  สำหรับบรรยากาศบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาทั่วไป เช่นบนเขาพระวิหาร ทหารทั้งสองฝ่ายยังคงตรึงกำลังกันอยู่เช่นเคย ยังไม่มีความเคลื่อนไหวที่จะส่อไปในแนวทางรุนแรงเพิ่มขึ้น ขณะที่ตลาดที่จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ ตั้งแต่เช้าของวันนี้ มีการข้ามเข้ามาซื้อขายกันแต้มีปริมาณที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยมีข่าวลือไปทั่วชายแดนฝั่งกัมพูชา ว่า ไทยจะปิดด่านตลาดนัดในวันอาทิตย์ที่ถือว่าเป็นตลาดนัดใหญ่นี้ด้วย
 
 ภายหลังที่มีแถลงการณ์ของกระทรวงต่างประเทศตอบโต้รัฐบาลกัมพูชาอย่างเป็นทางการ  นายประวัติ    รัฐิรมย์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ด้านดูแลรักษาความมั่นคงชายแดน  เปิดเผยว่าขณะนี้บริเวณชายแดนเขาพระวิหารและชายแดนช่องสะงำเหตุการณ์ปกติ  ยังไม่มีความเคลื่อนไหวแต่อย่างใด  ทั้งประชาชนทั้งชาวไทยและกัมพูชามีการติดต่อสัมพันธ์กันอย่างดี  ไม่มีปัญหาหรือข้อบ่งชี้เรื่องกระทบกระทั่งก็ไม่มี  มีความเข้าใจกันดีทั้ง  2  ฝ่าย  ไม่มีปัญหาอะไรในระดับพื้นที่   จังหวัดก็ยังพิจารณาให้ความช่วยเหลือแลกเปลี่ยนอุปสรรคต่าง ๆ  ไม่ว่าจะเป็นด้านให้ทุนการศึกษาหรือดูแลสินค้าที่ทางกัมพูชาขาดแคลน ในระดับพื้นที่ถือว่ายังมีความสัมพันธ์ดีไม่มีอะไรน่าห่วง

  พ.ต.ท.เศรษฐ์    ธรรมปาโล  สารวัตรด่านตรวจคนเข้าเมืองช่องสะงำ อ.ภูสิงห์  ประจำที่ด่านช่องสะงำ  จังหวัดศรีสะเกษ  เปิดเผยว่า  ปกติชาวกัมพูชาจะเดินทางเข้า - ออก  ที่บริเวณด่านช่องสะงำวันละประมาณ  40 - 50  คน  บางวัน  100 - 200  คน  เพื่อเข้ามาซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคที่ฝั่งไทยและวันนี้ก็มีตลาดนัดเช่นเคย  ไม่มีเหตุการณ์ตึงเครียดหรือมีการระงับไม่ให้ชาวกัมพูชาเข้ามาซื้อของแต่อย่างใด ตลาดนัดจะมีทุกวันพฤหัสบดี  และวันอาทิตย์  ขณะนี้ก็ยังมีการซื้อขายปกติ