
"ประยุทธ์"ให้คนไม่ชอบ"ทหาร"ไปอยู่ชายแดน
"นายกฯ"เผยไทยนั่ง"ปธ.อาเซียน"ดัน"อาร์เซป"ได้ปีนี้ ให้คนไม่ชอบ"ทหาร"ไปอยู่ชายแดนด้วยกันจะรู้ไม่ได้สบาย ปัด"ประชารัฐ" ไม่เกี่ยวพรรคการเมือง รัฐบาล
30 มกราคม 2562 ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ในฐานะประธานกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ
เป็นประธานเปิดงานและแสดงปาฐกถาพิเศษในงานมหกรรมยุทธศาสตร์ชาติ "อนาคตไทย อนาคตเรา" our country our future โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ความท้าทายใหม่อีกเรื่อง คือต่างประเทศมีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมากมาย ทั้งด้านความมั่นคงเศรษฐกิจจะเห็นว่ามีเรื่องความขัดแย้ง การเจรจา สงครามการค้ารอบบ้านเรา มีการทำกติกาพันธะสัญญาใหม่ ซึ่งไทยกำลังจะเป็นประธานอาเซียน
เพื่อผลักดันการทำพันธสัญญาการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซป) ระหว่างอาเซียน กับ 6 ประเทศคู่เจรจา คือ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ออกมา เพื่อให้เป็นพันธะสัญญาของอาเซียนและเกิดประโยชน์กับอาเซียน ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมี ทั้งที่ทำกันมาเกือบ 10 ปี รัฐบาลไทยตอนนี้พยายามที่จะผลักดันให้เกิดเรื่องนี้ให้ได้ เพื่อที่จะมีศักยภาพในการต่อรองกับภูมิภาคอื่นๆ ถ้าเราไม่มีก็จะลำบาก รัฐบาลต้องคิดในเรื่องใหญ่ๆแบบนี้ แล้วค่อยไปตามในรายละเอียดย่อย ๆว่า จะทำอย่างไรให้ได้ออกมา ซึ่งเราได้ร่วมผักดันกับประเทศรอบบ้าน คาดว่าจะออกมาได้ในปีนี้ ไม่เช่นนั้นเราจะเปลี่ยนแปลงไม่ทันเขาสู้เขาไม่ได้
นายกฯ กล่าวว่า หลายคนอยากให้ประเทศเราดีขึ้น รวยขึ้น มีรายได้ดีขึ้นจะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อโครงสร้างส่วนใหญ่เป็นเรื่องการเกษตรหลายประเทศปลูกข้าว ปลูกยางพาราและปาล์มในประเทศเขามากขึ้น ซึ่งเป็นอันตรายกับภาคการเกษตรของประเทศไทย ถ้าเรายังปลูกกันเรื่อยเปื่อยไม่มีอะไรได้ดี แล้วไปดูแลให้มีรายได้ดีทั้งหมดมันเป็นไปไม่ได้ ลองไปเช็คในสิ่งที่ตนพูดว่ามันใช่หรือไม่ใช่
ทั้งนี้โลกมีพันธะสัญญามากมายที่เขาจ้องมาที่เรา เหมือนการทำประมงผิดกฎหมาย หรือ ไอยูอยู่หรือปัญหาการบินอย่างไอเคโอ มันเหมือนกีดกันซึ่งกันและกัน เพราะเขาต้องการให้เกิดขึ้นกับประเทศเขาให้มากที่สุด เราจึงต้องแก้ปัญหาเรื่องความทับซ้อน รวมถึงเรื่องความมั่นคง การก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติ และสงครามไซเบอร์การลักลอบเข้าเมือง สิ่งเหล่านี้เกิดในโลกปัจจุบันเพราะการสัญจรไปมามันง่ายขึ้น ดังนั้นคนของเราต้องเข้มแข็งเฝ้าระวัง ช่วยกันดูแลเคารพกฎหายแต่เผอิญมีบางคนไปร่วมกระทำผิด ก็เป็นพวกเรากันเองนั่นแหละ เจ้าหน้าที่บางคนก็ไม่ดี ก็ต้องยอมรับกันตรงนี้ตนปฏิเสธแทนไม่ได้ ท่านต้องทำให้ทุกอย่างโปร่งใส
นายกฯ กล่าวว่า เราต้องติดตามข่าวสารบ้านเมืองในต่างประเทศ ไม่เช่นนั้นจะรู้แต่สิ่งที่ดีของเขา มันมีเรื่องที่ไม่ดีเราอย่าดูถูกประเทศเราเท่านั้นเอง แล้วเราจะแก้สิ่งที่ไม่ดีของเราได้อย่างไรเราก็รู้ดีกันอยู่ ตนทำคนเดียวไม่ได้ ถ้าทุกคนไม่ช่วยกันทุกภาคส่วนต้องร่วมมือ อย่างไรก็ตามในเรื่องของความมั่นคงไม่ใช่เฉพาะพลเรือน ตำรวจ ทหารหลายคนกำลังเกลียดทหาร ตนก็ไม่เข้าใจว่าวันนี้เราอยู่กันอย่างไร
ใครจะไปอยู่ชายแดนได้บ้าง หมอจะไปอยู่ได้หรือไม่ คนที่ไม่ชอบทหารไปนั่งอยู่ชายแดนกับผมหน่อยเหอะ ให้ไปอยู่ที่นั่นเป็นปี ๆ มันไม่ได้สบายนักหรอก ถ้าไม่มีทหารชายแดนจะเกิดอะไรขึ้น ภาคใต้ไม่มีทหารลงไปแก้ปัญหามันจะเกิดอะไรขึ้น ไอ้ที่พูดๆ กันรู้จริงหรือเปล่า คือประเด็นสำคัญ ทหารที่ดีก็มีเยอะ ทหารที่ไม่ดีก็มีอยู่ เมื่อทหารที่ไม่ดีก็จัดการออกไป ก็เห็นกันอยู่ว่ามีการลงโทษมีการสั่งย้าย มีการจำคุกเยอะแยะไปหมด ถ้าหากไม่มีทหารก็ลองนึกดูแล้วกัน เวลาเกิดเหตุน้ำท่วม ภัยพิบัติ ใครจะไปช่วย
จะมีเรือที่ไหนบางคนบอกว่าภัยพิบัติเกิดขึ้นบนบก ไม่เห็นเกี่ยวข้องกับทหารเอาเรือออกไปทำไม เอาออกไปเพื่อเบิกเบี้ยเลี้ยงหรือ ปัดโธ่สมองมันคิดอะไรได้ไง การที่เอาเรือออกไปอย่างตอนเหตุการณ์พายุปลาบึก ทหารเอาเรือออกไปวิ่งเล่นหรือทหารเอาไปเป็นสถานีลอยน้ำ คอยช่วยเหลืออพยพคนมีแผนงานแบบนี้ทุกประเทศ ไอ้นี่ติทุกอัน สมองมีแค่นี้เองหรือ วันนี้หากใครเข้าใจก็ต้องช่วยกันพูดและไม่ต้องมาพูดเอาใจ ผมรู้ว่าอะไรคือเอาใจและไม่เอาใจ ขอแค่พูดในสิ่งที่เป็นความจริงจะได้ช่วยลดความขัดแย้งลงไปได้บ้าง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกฯ กล่าวว่า ความร่วมมือในลักษณะที่มองอนาคตประเทศจะร่วมมือได้อย่างเดียวคือในลักษณะประชารัฐ ซึ่งไม่เกี่ยวกับพรรคใดทั้งสิ้นเรื่องประชารัฐพูดกันมานานแล้ว ตั้งมา3-4 ปีแล้วตลาดประชารัฐก็มีอะไรก็มีเอามายึดโยงกันอยู่นั่นแหละก็เป็นเรื่องของอนาคต แต่อดีตและปัจจุบันคือการทำงานแบบประชารัฐ ฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วน รวมถึงโครงการไทยนิยมก็ลงไปทุกหมู่บ้านสร้างความเข้มแข็งเป็นกลุ่มให้เงินไปไม่ได้มากมาย ทั้งนี้การร่วมมือแบบประชารัฐเป็นวิธีการใหม่ หลายคนอาจไม่รู้แต่เกิดขึ้นมาแล้ว เพราะฉะนั้นอยากให้เข้าใจคำนี้ ว่าอะไรคือประชารัฐ คือทุกคนต้องร่วมมือกัน แต่เหลืออีกพวกไม่รู้จะเชิญ เข้ามาร่วมมือกันอย่างไร ทั้งเอ็นจีโอ กลุ่มสิทธิมนุษยชน
อย่างกรณีการสร้างเขื่อนวังหีบซึ่งมีการคัดค้าน ในเมื่อทุกคนต้องการน้ำและป้องกันน้ำท่วมรัฐบาลก็จะทำโครงการลงไป ประชาชนในพื้นที่ก็ยินยอมแต่คนนอกพื้นที่กับคัดค้านมาเดินขบวนมาชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลมันเกิดอะไรขึ้นที่ประเทศไทยนี่คือความยากในการบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าไม่แข็งพอหรือมีหลักการที่มั่นคงเพียงพอก็ต้องเลิกและยอมไม่สร้าง ก็จะลากกันยาวอยู่อย่างนี้แก้ไขอะไรไม่ได้เสียหายกันทุกปีทั้งนี้ 4-5ที่ผ่านมา รัฐบาลนี้ลดการเยียวยา เหลือแค่จำนวนพันล้าน จากเมื่อก่อนหลายหมื่นล้านบาท การพัฒนาแหล่งน้ำ 4-5 ที่ผ่านมารัฐบาลนี้ทำมากกว่ารัฐบาลที่ผ่านมาด้วยซ้ำ ก็ไม่มีใครรู้ เพราะไม่สนใจ เอาแต่สนใจเฉพาะเรื่องของตัวเองก็เป็นธรรมดาตนไม่ได้ว่า



