
เทือกอัดแม้ว"ใช้ประเทศเป็นเกมส์ชิงอำนาจ
สุเทพฉะทักษิณ"ใช้ประเทศเป็นของเล่นในการช่วงชิงอำนาจ ขู่ฮุนเซนยังแข็งกร้าวอาจบานปลายอาจสู่ปิดด่าน สั่งบชน.จัดกำลังคุมเข้มสถานทูตเขมร พร้อมประชดทักษิณดูแลทรัพย์สินคนไทยฝั่งกัมพูชาด้วย
(6พ.ย.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวกรณีท่าทีรัฐบาลไทยหลังจากที่ได้ลดระดับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาไปแล้ว และหลังจากนี้ในส่วนรัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรต่อ ว่า เราต้องทำเป็นขั้นตอนไป เพราะวิธีการดำเนินการทางการทูตมีขั้นตอนในการปฏิบัติ ในช่วงแรกต้องเรียนว่าฝ่ายไทยต้องใช้ความอดทนมาก เวลาที่ตนพูดจาถึงกรณีนี้ ก็จะพยายามระมัดระวังพูดให้ดูเบาเข้าไว้ แต่เมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา หลังจากที่ได้เห็นแถลงการณ์ของรัฐบาลกัมพูชาที่ออกมาอย่างเป็นทางการได้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าสิ่งที่แสดงออกมานั้นกระทบต่อเรื่องภายในของประเทศไทย ท่าทีที่เขาประกาศชัดเจนว่าจะไม่ส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้กับประเทศไทย และให้เหตุว่า เพราะเป็นเรื่องที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกเล่นงานทางการเมือง ทั้งที่ความจริงเรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่ตนได้รับมอบหมายให้ไปอธิบายให้สมเด็จฮุนเซนเข้าใจมาตั้งแต่ต้นแล้วว่า พ.ต.ท.ทักษิณ หลบหนีคดีอาญา และพิจารณาโดยศาลสถิตยุติธรรมของประเทศไทย เมื่อกัมพูชาแสดงท่าทีอย่างนี้แสดงว่าได้ก้าวล่วงเข้ามาในเรื่องภายในประเทศไทยแล้ว จึงจำเป็นที่รัฐบาลไทยต้องตอบโต้ทางการทูต
นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ยืนยันนายกรัฐมนตรีไม่มีความประสงค์ที่จะทำให้ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านต้องมีปัญหา แต่เมื่อรัฐบาลกัมพูชาได้ดำเนินการมาถึงขณะนี้ก็มีความจำเป็น ส่วนการลดระดับความสัมพันธ์จะยืดเยื้อยาวนานเท่าใดนั้น ต้องดูสถานการณ์ว่าฝ่ายกัมพูชาเขาจะคิดได้หรือไม่ จะเข้าใจได้หรือไม่ เมื่อถามว่าแต่สัญญาณที่กัมพูชาเรียกทูตของเขากลับประเทศเหมือนกัน เหมือนกับยืนยันท่าทีจุดยืนเดิมจะไม่ผ่อนปรนอะไรหรือไม่ฟังฝ่ายไทย นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องดูกันต่อไป ถ้าไม่ฟังก็มีปัญหาเป็นธรรมดา ทั้งนี้เรื่องที่จะมีการส่งตัวทูตไทยกลับไปประจำในกัมพูชาหรือไม่นั้น ต้องให้ทางกระทรวงการต่างประเทศเป็นคนชี้แจง ในส่วนของฝ่ายความมั่นคงที่ตนรับผิดชอบดูแลพยายามที่จะไม่ให้ความขัดแย้งในครั้งนี้ไปมีผลต่อปัญหาชายแดน ฝ่ายความมั่นคงพยายามให้กระบวนการแก้ไขปัญหาชายแดนเป็นไปด้วยสันติ
เมื่อถามว่าตามแนวชายแดนมีปัญหาความตรึงเครียดอะไรหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้ฝ่ายกัมพูชามีการตรึงกำลังอย่างเหนียวแน่น นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่ถึงขนาดนั้น กำลังยังคงเป็นกำลังเดิมอยู่ อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ตนยังไม่มีการติดต่อประสานงานโทรศัพท์พูดคุยกับสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาแต่อย่างใด ตนต้องประเมินท่าทีทุกอย่างให้ชัดเจนก่อน บางอย่างก็เหมือนกับเป็นหวัด ถ้าเป็นน้อยๆ ทานยาก็หาย แต่ถ้าเป็นมากก็ต้องดำเนินการมากกว่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเมินว่าสถานการณ์ไปถึงระดับไหนจึงจำเป็นจะมีการปิดด่านตามแนวชายแดน นายสุเทพ กล่าวว่า “ ก็ดูท่าที ถ้ากัมพูชาเขาแข็งกร้าว เขาโต้ตอบมาในลักษณะไม่ประนีประนอม ระดับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศก็ต้องลดลงไปเรื่อย ๆ อาจจะต้องถึงขั้นปิดด่านชายแดนอะไรก็ว่าไป แต่ขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่านักธุรกิจของไทยได้รับผลกระทบ แต่ก็ไม่ใช่เราจะไปเปิดศึกอะไร การยิงกันกับการปิดด่านเป็นคนละเรื่อง เป็นคนละอย่าง ซึ่งผมยังคาดหวังว่าอะไรมันจะต้องดีขึ้น โดยต้องดูสถานการณ์วันต่อวัน ”
เมื่อถามว่า กัมพูชาไม่มีท่าทีลดความแข็งกร้าวลงตั้งแต่วันประชุมรัฐมนตรีอาเซียน นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องติดตามดู เมื่อตอนที่เขามาประชุมอาเซียนเราเป็นเจ้าภาพ จะแสดงอะไรรุนแรงไปมากกว่านั้นก็ไม่ได้ ตนได้อธิบายกับสมเด็จฮุน เซน ไปตั้ง 2 ชั่วโมงครึ่ง คิดว่าเขาจะเข้าใจทุกอย่าง และคิดว่าอะไรจะดีขึ้น เพราะสมเด็จฮุน เซน ก็รับปากตนว่าจะไม่อะไรแล้วช่วงที่อยู่ในประเทศไทย แต่พอกลับไปก็มีการกระทำที่มากกว่าพูด จึงหนักขึ้น ซึ่งเราต้องแก้ปัญหาต่อไป ทั้งนี้คงยังไม่มีการแสดงท่าทีไปถึงประเทศอื่น ๆ ที่พ.ต.ท.ทักษิณ ไปทำกิจกรรมคงต้องดูไปทีละประเทศ ทั้งนี้ตนคงไม่ไปวิจารณ์ว่าทำไม สมเด็จฮุน เซน ถึงไปเลือกข้าง พ.ต.ท.ทักษิณ คงไม่ไปวิจารณ์ว่า เกี่ยวข้องกับเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมานายสุเทพ ระบุว่าได้คุยกับสมเด็จฮุนเซน หลายครั้งทำไมจึงยังไม่เข้าใจหรือหยังท่าทีกันไม่ได้ นายสุเทพ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เขาคบกับสมเด็จฮุน เซน มาหลายปีแล้ว เป็นสิบ ๆปี แต่ตนเพิ่งคบ
นายสุเทพ กล่าวว่า ตนได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บชน.) จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดูแลสถานทูตกัมพูชาเป็นพิเศษ และได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับเอกอัครราชทูตกัมพูชา ประจำประเทศไทย เพื่ออธิบายข้อเท็จจริงให้ฟัง และฝากให้นำเรียนสมเด็จฮุน เซน ด้วยว่า สิ่งที่รัฐบาลกัมพูชาทำนั้น กระทบกระเทือนความรู้สึกและจิตใจของคนไทย แต่เราจะทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ทั้งเรื่องของการดูแลรักษาสถานทูต และให้ความคุ้มครองนักการทูตเราก็จะทำอย่างเต็มที่ ต่อข้อถามว่า เป็นห่วงสถานทูตไทยในกัมพูชาหรือไม่ เพราะเคยเกิดเหตุชาวกัมพูชาบุกเผาสถานทูตไทยมาแล้ว นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่รัฐบาลกัมพูชาจะต้องดูแล จริงๆ เรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่พ.ต.ท.ทักษิณ อาจจะคิดใช้รัฐบาลกัมพูชา สถานที่ในประเทศกัมพูชาเป็นฐานปฏิบัติการทางการเมือง ดังนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ควรที่จะรู้จักพูดจา บอกกล่าวให้รัฐบาลกัมพูชาช่วยดูแลกิจการของคนไทย หรือสถานทูตไทยในกัมพูชาด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีบางฝ่ายมองว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะพ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการให้ไทยรบกับเพื่อนบ้านจะถือว่ารัฐบาลกำลังเดิมตามเกมของพ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า มีหลายฝ่าย หลายคนมีบอกกับตนว่า ทั้งหมดสงสัยจะเป็นแผนการของพ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อที่จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมีปัญหารุนแรงมากขึ้น เพื่อให้เรามีปัญหากับประเทศเพื่อนบ้าน แต่จะให้ตนสรุปอย่างนั้นเสียทีเดียวไม่ได้ก็ต้องติดตามดูว่า จะจริงหรือไม่อย่างไร ซึ่งตนคิดว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ก็เคยเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องมีความรู้สึกรับผิดชอบ ชั่วดี ที่จะไม่ทำร้ายประเทศไทยอย่างนั้น ตนคาดหวังอย่างนั้น ในส่วนรัฐบาลเองก็พยายามติดตามดูเพื่อแก้ไขปัญหา แต่ตนคงไม่คุยโดยตรงกับพ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อถามย้ำว่า อย่างนี้เรียกได้หรือไม่ว่า เป็นการชักศึกเข้าบ้าน นายสุเทพ กล่าวว่า คงต้องรอดูกันต่อไป
นายสุเทพ กล่าวต่อว่า บางทีวันเดียวกันนี้ในระหว่างที่นายกรัฐมนตรีได้ไปร่วมประชุมกับกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง ที่ประเทศญี่ปุ่น อาจจะมีการจัดให้มีการพบกันกับสมเด็จฮุน เซน ก็ได้ แม้จะไม่มีกำหนดการวาระ แต่เมื่อเราได้แสดงปฏิกริยาอย่างนี้ ถ้าฝ่ายกัมพูชาเห็นว่าน่าจะได้คุยกันก็น่าจะได้คุยกัน แต่ถ้าไม่ได้คุยกันก็จะดูโอกาสอื่น ยืนยันว่ารัฐบาลไทยจะดำเนินการให้พอเหมาะพอพอดีกับเหตุการณ์ ก็เป็นการตัดสินใจโดยที่พี่น้องประชาชนของเราเห็นแล้วว่า เราทำเพราะความจำเป็นต้องทำ จะไม่ทำอะไรให้เกินเลยไป ทั้งนี้ในส่วนของตนจะมีการประสานพูดคุยกับหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อเตรียมการทุกอย่างเอาไว้ ในขณะเดียวกันก่อนเดินทางไปญี่ปุ่น นายกรัฐมนตรีได้ให้แนวทางกับตนไว้แล้วว่า ให้ตนหารือกับฝ่ายความมั่นคงเอาไว้ โดยดูแลอย่าให้สถานการณ์ตามแนวชายแดนมีความตรึงเครียด
" นายกฯเป็นห่วงว่าพี่น้องประชาชนจะตระหนกตกใจ ขอเรียนยืนยันว่าฝ่ายความมั่นคงจะพยายามไม่ให้มีการกระทบกระทั่งกันตามแนวชายแดน ส่วนการติดตามตัวพ.ต.ท.ทักษิณ มาดำเนินคดีในไทย ก็อาจจะต้องมีคณะกรรมการร่วม ระหว่างอัยการสูงสุด ตำรวจ และกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อปรึกษาหารือทำงานกันเป็นทีม เพื่อเตรียมดำเนินการในการขอตัวส่งผู้ร้ายข้ามแดน " นายสุเทพ กล่าว เมื่อถามต่อว่า มีความเป็นห่วงหรือไม่ที่ปัญหาดังกล่าวอาจจะรุกลามอาจจะต้องให้อาเซียนเข้ามามีบทบาทช่วย นายสุเทพ กล่าวว่า นี่เป็นเรื่องของสองประเทศ เราต้องพยายามหาทางออกดูก่อน
ต่อข้อถามว่า มีการมองกันว่าฝ่ายกัมพูชาอาจจะงอแงพยายามดึงเรื่องไปร้องให้ประเทศอื่นเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย นายสุเทพ กล่าวว่า อย่าไปคาดการณ์ เพราะอาจจะคาดการณ์ผิดก็ได้ ต้องดูไปตามสถานการณ์ และตนคิดว่าประเทศเพื่อนบ้านส่วนใหญ่ ต้องเข้าใจในสิ่งที่รัฐบาลไทยได้ทำไป โดยเมื่อคืนวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา ตนได้ไปให้การรับรองต้อนรับนายกรัฐมนตรีพม่าและลาว และนายกฯของทั้งสองประเทศได้แสดงความเข้าใจ ซึ่งตนได้อธิบายเรื่องทั้งหมดให้ฟังและเรียนให้ทราบว่า มีหลายฝ่ายที่เรียกร้องว่านายกฯอภิสิทธิ์ น่าจะไม่เดินทางไปร่วมประชุมที่ประเทศญี่ปุ่นครั้งนี้ เพราะมีสมเด็จฮุน เซน อยู่ด้วย แต่นายอภิสิทธิ์ ได้บอกว่าการเดินทางไปประชุมกับกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขงเป็นการประชุมกับหลายประเทศ ซึ่งความร่วมมือนี้จะยังประโยชน์ให้เกิดกับประชาชนในประเทศในลุ่มน้ำโขง แม้แต่โครงการที่ให้ความช่วยเหลือกับกัมพูชาก็เป็นการช่วยเหลือประชาชน ตนคิดว่าประเทศเพื่อนบ้านเข้าใจสถานการณ์ดี
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้จำเป็นต้องเลิกคบกับสมเด็จฮุน เซน หรือยัง นายสุเทพ หัวเราะพร้อมกับกล่าวว่า ตนมีหน้าที่ไปเจรจา ถ้าไปตัดสะพานแล้วจะเดินไปได้อย่างไร เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาโพสต์ในทวิตเตอร์ว่า รัฐบาลตอบโต้กัมพูชาเกินความเป็นจริง นายสุเทพ กล่าวว่า “ คุณทักษิณ ไม่ควรจะเอาประเทศชาติมาเป็นของเล่น สำหรับการช่วงชิงอำนาจ เพราะยังสามารถทำได้ด้วยวิธีการอื่น ทั้งนี้ตนได้กำชับให้ฝ่ายความมั่นคงที่เกี่ยวข้องได้ติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา และตนพร้อมที่จะเรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง ส่วนที่มองว่ารมว.ต่างประเทศมีบทบาทอ่อนเกินไปตามเกมกัมพูชาไม่ทันนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า คงไม่ใช่อย่างนั้น และเรื่องนี้ไม่ใช่รัฐมนตรีของเราไปหาเรื่องเขา แต่เขาหาเรื่องเรา ดังนั้นรมว.ต่างประเทศของเราก็ต้องตอบโต้เป็นธรรมดา ซึ่งถ้าปัญหาไม่จบลงง่าย ๆ รัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบโดยการแก้ปัญหาต่อไป แต่จะจบช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับความยากง่ายของปัญหา
เมื่อถามว่า ถึงขั้นต้องรบกันจริง ๆ ไทยพร้อมหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า “ ทำไมวัยรุ่นจังเลย มันไม่ใช่เรื่องสนุก เพราะถ้ารบกัน ยิงกันต้องมีคนบาดเจ็บ ล้มตาย เราอย่าไปคิดสนุกตามอารมณ์ เรื่องรบกันไม่ใช่เรื่องยาก แต่รบกันมีทั้งบคนเจ็บและคนตาย ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือชาวบ้านที่จะถูกลูกหลง ล้วนแต่เป็นญาติพี่น้องเราทั้งนั้น ฉะนั้นเรื่องสงครามต้องหลีกเลี่ยง ต้องใช้วิธีการอื่นไปก่อน ทางกัมพูชาจะฟังรัฐบาลไทยหรือไม่ก็ต้องสู้กันไป



