ข่าว

พิสูจน์พุทธลักษณะ"หลวงพ่อโสธร"ก่อน-หลังบูรณะ

พิสูจน์พุทธลักษณะ"หลวงพ่อโสธร"ก่อน-หลังบูรณะ

05 พ.ย. 2552

ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งและการต่อต้านของการแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ รูปใหม่นั้น ประเด็นหนึ่งที่ถูกจุดขึ้นมาเพื่อเรียกร้องและหาผู้รับผิดชอบ โดยเฉพาะความรับผิดชอบจากพระพรหมสุธี (เสนาะ) เจ้าคณะภาค 12 กรรมการ มส. วัดสระเกศ ในฐานะรักษาการเจ้าอาวาสโสธร คือ "ห

 พุทธศาสนิกชนที่เดินทางไปกราบไหว้ขอพรหลวงพ่อโสธรในช่วงนี้อาจจะได้รับแจกภาพถ่าย "หลวงพ่อโสธร" พร้อมกับคำระบุในภาพว่า "หลวงพ่อโสธรองค์เดิม" เพราะขณะนี้ร้านถ่ายรูปในเมืองแปดริ้วหลายแห่งได้ค้นฟิล์มรูปเก่าๆ ของหลวงพ่อโสธรเพื่อจะอัดแจกชาวแปดริ้ว และนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปกราบไหว้ขอพรหลวงพ่อโสธรในอุโบสถหลังใหม่ เพื่อให้นำไปเปรียบเทียบกับหลวงพ่อโสธรที่ได้รับการบูรณะใหม่ ที่ว่ากันว่าพุทธลักษณะของหลวงพ่อโสธรก่อนและหลังการบูรณะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง 

 สำหรับพุทธลักษณะเดิมของพระหลวงพ่อโสธรก่อนการบูรณะนั้นที่เป็นเอกลักษณะเฉพาะองค์ มีอยู่ 3 จุดสำคัญๆ คือ 1.พระเนตทราย เป็นศิลปล้านนาล้านช้าง (หลับตา) 2.มวยผมจะเรียบ และ 3.พระกัณฑ์ทั้งสองไม่เหมือนกัน (ติ่งหูด้านหนึ่งยาวกว่าอีกด้านหนึ่งมาก)

 แต่หลังการบูรณะของกรมศิลปากรในครั้งที่พระพรหมสุธี รักษาการเจ้าอาวาสอยู่นั้น แล้วพุทธลักษณะพระเนตรทรายที่เคยหลับตากลับลืมตา ในขณะที่มวยผมที่เรียบ เมื่อบูรณะใหม่กลายเป็นนูนแหลม ศิลปะออกไปทางเชียงแสน ส่วนพระกัณฑ์ทั้งสองที่ไม่เหมือนกัน หรือไม่เท่ากัน ซึ่งเป็นเอกลักษณะเฉพาะองค์กลับเหมือนกัน

 พุทธลักษณะดั้งเดิมของหลวงพ่อโสธรนั้น นักโบราณคดีในอดีต 2 ท่าน ได้เคยให้ทัศนะเกี่ยวกับพระพุทธโสธรไว้อย่างคราวๆ คือ 1.หลวงรณสิทธิพิชัย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมศิลปากร ได้บันทึกไว้ในเรื่องการสำรวจของโบราณในเมืองไทย เกี่ยวกับพระพุทธโสธรนี้

 “…หลวงพ่อโสธรเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิหน้าตักกว้าง 1.65 เมตร สูง 1.98 เมตร เป็นพระพุทธรูปที่บูรณะขึ้นในปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา หรือต้นสมัยรัตนโกสินทร์ และช่างผู้บูรณะนั้นเข้าใจว่าจะเป็นฝีมือช่างผู้มีภูมิลำเนาอยู่ทางภาคอีสาน ประวัติที่ข้าพเจ้าพึงกล่าวได้นั้นมีเพียงเท่านี้ และที่กล่าวนี้โดยอาศัยวัตถุที่เห็นเท่านั้น”

 เหตุผลที่สันนิษฐานว่าพระพุทธโสธรได้บูรณะหรือสร้างขึ้น ในปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาหรือต้นสมัยรัตนโกสินทร์นั้น ในฐานะที่ นายมานิต วัลลิโภดม ภัณฑารักษ์เอกของกรมศิลปากรในสมัยนั้นได้ร่วมเดินทางไปสำรวจโบราณวัตถุกับหลวงรณสิทธิพิชัย ในครั้งนั้นด้วย ได้ชี้แจงว่าที่สันนิษฐานเช่นนั้นก็สังเกตจากวงพระพักตร์ ชายสังฆาฏิ ทรวงทรง และลีลาในการสร้างโดยเฉพาะช่างฝีมือในภาคอีสาน การสร้างพระพุทธรูปไม่สู้จะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก

 ส่วนอีกท่านหนึ่ง คือ นายมนตรี อมาตยกุล อดีตหัวหน้ากองประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร ได้ให้ทัศนะไว้ในเรื่องนำเที่ยวฉะเชิงเทรา กล่าวความไว้ตอนหนึ่งว่า "…พระพุทธโสธรเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ลงรักปิดทอง เท่าที่ตรวจดูรูปภายนอกซึ่งลงรักปิดทองไว้ ปรากฏว่าเป็นพระพุทธรูปฝีมือช่างแบบลานช้าง หรือซึ่งเรียกกันเป็นสามัญว่า “พระลาว” พระพุทธรูปแบบนี้นิยมทำกันมากที่เมืองหลวงพระบางในประเทศอินโดจีน ฝรั่งเศส และทางภาคอีสานของประเทศไทย”

 อย่างไรก็ตามการบูรณะหลวงพ่อโสธรในยุคปัจจุบันนั้น มีการบูรณะครั้งใหญ่อยู่ 2 ครั้ง ซึ่งห่างกันประมาณ 5 ปีเท่านั้น คือ ระหว่างการก่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ ในช่วง พ.ศ.2542-2543 ซึ่งตรงกับในช่วงที่พระราชมงคลวุฒาจารย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร เนื่องจากปูนที่พอกองค์หลวงพ่อบางส่วนเสื่อมสภาพ โดยได้นำทองและปูนที่ติดอยู่กับองค์ท่าน มาสร้างพระผงรุ่น "มวลสารหลวงพ่อโสธรรุ่นแรก" ออกมาประมาณ 2 ล้านองค์

 หลังจากนั้นอีกประมาณ 4-5 ปี กรศิลปากรซึ่งตรงกับช่วงที่ พล.อ.ต.อาวุธ เงินชูกลิ่น ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (ประยุกต์ศิลป์) สาขาย่อย สถาปัตยกรรม ผู้เชี่ยวชาญด้านออกแบบสถาปัตยกรรมไทย เป็นอธิบดีกรมศิลปากร ได้มีการเสนอให้มีการบูรณะอีกครั้ง และเป็นช่วงเดียวที่พระพรหมสุธี มาเป็นรักษาการเจ้าอาวาสอยู่นั้น พุทธลักษณะหลวงพ่อโสธรเปลี่ยนแปลงไปจากครั้งแรกชนิดที่เรียกว่าเป็นคนละองค์เลยทีเดียว

 พุทธลักษณะของหลวงพ่อโสธรที่บูรณะขึ้นใหม่นี้จะเหมือนกับหลวงพ่อโสธรองค์ที่ประดิษฐานอยู่ในวัดต่างๆ ที่มีการหล่อองค์หลวงพ่อโสธรจำลองขึ้น ความเป็นเอกลักษณ์ของหลวงพ่อโสธรเกือบจะไม่เหลือเค้าโครงเดิมเลย ซึ่งผิดหลักในการบูรณะโบราณสถานและโบราณวัตถุที่ว่า "หากจะมีการบูรณะต้องให้คงอยู่ในลักษณะเดิมมากที่สุด"

 ในครั้งนั้นมีความพยายามให้ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะรักษาการเจ้าอาวาสออกมาชี้แจงเรื่องพุทธลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไปของหลวงพ่อโสธร แต่มีพระบางรูปในวัดโสธรปล่อยข่าวออกมาว่า "การบูรณะหลวงพ่อโสธรโดยมีพุทธลักษณะเปลี่ยนไปเพื่อแก้เคล็ดให้บุคคลสำคัญท่านหนึ่ง" เรื่องการเรียกร้องให้ผู้รับผิดชอบในการบูรณะหลวงพ่อโสธรออกมาชี้แจงจึงเงียบไป

 และเมื่อมีการต่อต้านของการแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ รูปใหม่ จึงมีการเปิดประเด็น ทวงถามว่า "หลวงพ่อโสธรองค์เดิมหายไปไหน?"