ข่าว

มาร์คบัญชาการผบ.เหล่าทัพตรึงเข้มชายแดน-เตรียมอพอพ

มาร์คบัญชาการผบ.เหล่าทัพตรึงเข้มชายแดน-เตรียมอพอพ

05 พ.ย. 2552

เป็นอีกครั้งที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เรียกหน่วยงานด้านความมั่นคง ทั้ง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. เพื่อประเมินสถานการณ

หลังจากที่ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ลงหมึกแต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ ทั้งนี้ การเรียกประชุมด่วนของนายอภิสิทธิ์ เป็นเพราะไม่ไว้ใจต่อสถานการณ์การ “รุกหนัก" ของ สมเด็จฮุน เซน แม้ว่า นายอภิสิทธิ์ จะได้มีโอกาสคุยกับ สมเด็จฮุน เซน เป็นการส่วนตัวในช่วงที่เดินทางมาประชุมสุดยอดอาเซียน ชะอำ-หัวหิน ที่ผ่านมา ยืนยันว่า "มิตรภาพฉันเพื่อน" เพียงแค่นี้เอง การแต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ ถือเป็นการ “ตบหน้า" รัฐบาลไทยอย่างแรง เพราะดันไปตั้ง “นักโทษ" ที่มีคดีติดตัวหลายคดี ล่าสุด นายอภิสิทธิ์ จะมอบดาบให้นายกษิต "ตอบโต้" รัฐบาลกัมพูชา ด้วยการเรียก เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศกัมพูชา กลับประเทศด่วน การที่ “รัฐบาล" เต้นตาม พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่เป็นผลดีกับประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องการ “ตัดสัมพันธ์" ทางการทูตจะส่งผลเสียหายอย่างมาก ดังนั้นจะต้องปล่อยให้การเมืองว่ากันไปตามครรลอง อย่านำการเมืองเข้าไปแทรกแซงความสัมพันธ์ทางการทูต การตัดสัมพันธ์ทางการทูต จะต้องช้า และชัวร์ ไม่ใช่ใช้มาตรการ “ตาต่อตา-ฟันต่อฟัน" จะไม่เป็นผลบวกต่อประเทศ หากนายกรัฐมนตรีไทยเต้นตามการเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็จะมีแต่คำว่า “พัง" รวมถึงการเคลื่อนไหวของ “พ่อใหญ่จิ๋ว" พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี และประธานพรรคเพื่อไทย ที่จะเดินทางไปเยือนประเทศมาเลเซีย และสหภาพพม่า ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ หากรัฐบาลยังเดิมเกมตาม “พ่อใหญ่จิ๋ว” ก็จะยิ่งส่งผลเสียแก่ประเทศเท่านั้น ในส่วนของกองทัพ นายอภิสิทธิ์ได้สั่งเตรียมพร้อม จนทำให้ พล.อ.อนุพงษ์ เรียกประชุม ผบ.เหล่าทัพด่วน เพื่อประเมินท่าทีของรัฐบาลกัมพูชา โดยเฉพาะบริเวณปราสาทพระวิหาร เฉพาะสั่งการให้ พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 เข้มการใช้กำลังในการดูแลความสงบเรียบร้อย จึงมีการพูดคุยกันในลักษณะ “มุมเล็ก" ของเหล่าบรรดา ผบ.เหล่าทัพ เพื่อเตรียมความพร้อมหากเกิดกรณี “อุบัติเหตุทางการเมือง" เหมือนในอดีต โดยให้ พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.สส. เป็น ผอ.ศูนย์อำนวยการต่อต้านการก่อการร้ายฝึกซ้อมเพื่อพร้อมปฏิบัติการตลอด 24 ชม. ขณะที่แต่ละกองทัพก็มีการเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับอาวุธยุทโธปกรณ์ ขณะกองทัพยังรอตัดสินใจถอน “ผู้ช่วยทูตทางทหาร" ก็เท่ากับว่าอัตราเสี่ยงที่จะต้องมีการสู้รบกันระหว่าง “ไทย-เขมร" ในขณะเดียวกัน ภายในประเทศกัมพูชาก็มีการเคลื่อนไหว แหล่งข่าวกล่าวว่า สมเด็จฮุน เซน เรียกหน่วยงานด้านความมั่นคงประชุม พล.อ.เตีย บัน รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พร้อมกับ ผบ.บัญชาการทหารสูงสุด และ ผบ.เหล่าทัพ เพื่อประเมินสถานการณ์ และท่าทีของรัฐบาลไทยเช่นกัน หากจำเป็นอาจได้เห็นการอพยพคนไทยออกจากกัมพูชาอีกครั้ง ! ทีมข่าวความมั่นคง