
ปาฏิหาริย์แห่งชีวิต...ทิ้งทารกในปั๊ม ปตท.
"หากไม่ถึงคราวตายวายชีวาตม์ ใครพิฆาตเข่นฆ่าไม่อาสัญ" คงใช้ได้ดีกับชีวิต "น้องปั๊ม" ทารกเพศชายวัยแรกเกิด ที่ถูกแม่วัยรุ่นคลอดทิ้งไว้ในปั๊มน้ำมัน ปตท. ถนนมหิดล ต.หายยา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ แล้วรอดตายปาฏิหาริย์
ปฐมบทเรื่องเศร้าเคล้ารอยยิ้มเกิดขึ้นตอน 11 โมงเช้า วันที่ 4 พฤศจิกายน 2552 แม่บ้านทำความสะอาดปั๊มน้ำมัน ปตท.สังเกตเห็นคราบเลือดหยดเป็นทางในห้องน้ำหญิง จึงเดินตามรอยเลือดไปที่ถังขยะแล้วเปิดออกดู พบถุงพลาสติกสีดำ เมื่อเปิดออกดูก็พบทารกเพศชาย จึงแจ้งผู้จัดการปั๊มให้โทรแจ้งตำรวจ ไม่นาน พ.ต.ท.สวัสดิ์ หล้ากาศ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองเชียงใหม่ และ ร.ต.อ.เกริกชัย กิตติ พนักงานสอบสวน ก็เดินทางมายังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ซึ่งเข้าใจว่าทารกเพศชายนั้นเสียชีวิตแล้ว
แต่แล้ว...ลมหายใจอ่อนๆ และหน้าอกที่พองขึ้นยุบลงก็ทำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนเริ่มมีความหวัง เมื่อแน่ใจว่าเด็กน้อยยังมีชีวิตอยู่ แม้จะตัวซีดขาวและเปรอะเปื้อนคราบเลือด เจ้าหน้าที่จึงปฐมพยาบาลด้วยการใช้ลูกยางสีแดงแดงแหย่เข้าไปในช่องปากดูดของเสียและเลือดออก จากนั้นก็ใช้ผ้าขนหนูห่มตัวให้ความอบอุ่น แล้วนำส่ง รพ.มหาราชนครเชียงใหม่
"ระหว่างทางอุ้มเด็กไว้แนบตัว เอานิ้วแหย่ให้เขาร้องไห้ออกมาดังๆ ปอดจะได้ขยาย หายใจได้คล่องขึ้น พอมาถึงโรงพยาบาลก็มีแพทย์และพยาบาลมารอรับช่วงต่อไปดูแล" ราชัน สกุลเจริญ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพ รพ.เซ็นทรัล เชียงใหม่ เมมโมเรียล เล่าถึงนาทีชีวิต
ทันทีที่มาอยู่ในความดูแลของแพทย์และพยาบาล หอผู้ป่วยกุมารเวชศาสตร์ ทุกคนต่างก็พร้อมใจกันตั้งชื่อให้ว่า "น้องปั๊ม" เพราะถูกทิ้งไว้ในปั๊มน้ำมัน ปตท.
"โชคดีของน้องปั๊มที่มีคนไปพบก่อน ตอนนี้ร่างกายค่อนข้างแข็งแรง หายใจได้เอง ปอดค่อนข้างแข็งแรง น้ำหนักประมาณ 3,090 กรัม สีผิวค่อนข้างขาว เบื้องต้นแพทย์ให้ยาฆ่าเชื้อป้องกันไว้ก่อน เพราะตอนมาถึงห้องฉุกเฉินสายสะดือถูกตัดไม่ถูกวิธี แพทย์เกรงว่าจะติดเชื้อ" ทีมแพทย์ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ เปิดเผย
ด้านหนึ่งกำลังให้ชีวิตใหม่แก่น้องปั๊ม อีกด้านหนึ่งก็ควานหาแม่ที่เกือบทำให้เด็กเสียชีวิต ระหว่างที่ ร.ต.อ.เกริกชัยกำลังสอบปากคำพยานในเหตุการณ์ ทีมแพทย์และพยาบาล รพ.แม่และเด็กเชียงใหม่ ก็เดินทางมายังปั๊ม ปตท.ถนนมหิดล เนื่องจากก่อนหน้านี้ไม่นานเพิ่งรับหญิงวัยรุ่นคนหนึ่งเข้ารักษาตัว เนื่องจากอาการตกเลือดมาก เป็นลมไม่ได้สติ แพทย์ช่วยเหลือและตรวจร่างกายแล้วพบว่ามีสาเหตุมาจากเพิ่งผ่านการคลอดบุตร โดยยังมีรกติดอยู่ที่ช่องคลอด เมื่อฟื้นคืนสติจึงสอบถามหาเด็กก็ได้คำตอบว่าอยู่ที่ปั๊ม ปตท.จึงออกมาช่วยเหลือ
ทันทีที่ได้ข้อมูล ร.ต.อ.เกริกชัยจึงเดินทางไปที่ รพ.แม่และเด็กเชียงใหม่ ได้พบกับอาผู้หญิงและอาผู้ชายของผู้ป่วย สอบถามได้ความว่า แม่น้องปั๊มเพิ่งอายุได้เพียง 16 ปีเท่านั้น และเพิ่งครบรอบวันเกิดไปเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ที่ผ่านมา เรียนจบชั้น ม.3 จากโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.อุตรดิตถ์ แล้วย้ายมาเรียนต่อที่ จ.เชียงใหม่ อาศัยอยู่กับอาทั้งสองคน โดยทั้งสองไม่เคยระแคะระคายมาก่อนว่าหลานตั้งครรภ์ เนื่องจากรูปร่างที่ค่อนข้างอ้วนถึงท้วม ประกอบกับเป็นท้องแรกจึงไม่ค่อยผิดสังเกต
ก่อนเกิดเหตุแม่น้องปั๊มโทรศัพท์ไปหาอาผู้หญิงให้ไปรับที่โรงเรียน บอกว่าปวดท้องมาก อาผู้หญิงกับอาผู้ชายจึงขับรถไปรับที่โรงเรียน เพื่อไปส่ง รพ.แม่และเด็กเชียงใหม่ ที่อยู่ใกล้บ้านและค่ารักษาไม่แพงมาก แต่หลานสาวขอเปลี่ยนชุดนักเรียนก่อน กระทั่งระหว่างทางอาผู้ชายแวะเติมน้ำมัน ส่วนหลานสาวก็ขอตัวเข้าห้องน้ำ หลังจากเติมน้ำมันเสร็จก็ขับรถมารอที่หน้าห้องน้ำ เมื่อเห็นว่าไปนานผิดสังเกตอาผู้หญิงจึงเดินเข้าไปดูได้ยินหลานสาวบอกว่า กำลังอุจจาระอยู่ สักพักก็ตะโกนบอกว่ามีอะไรติดอยู่ที่อุจจาระไม่ทราบ ให้เอาอะไรมาตัดหน่อย
"ตอนนั้นอาผู้หญิงเลยไปยืมกรรไกรตัดกิ่งไม้ของแม่บ้านส่งให้ แล้วออกไปรอข้างนอก สักพักหลานสาวก็ออกมา ทั้งสองเห็นสภาพหลานแล้วตกใจมาก เพราะอยู่ในสภาพอิดโรย มีเลือดเต็มกางเกง จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลและได้รู้ความจริงว่า หลานสาวตัวเองท้องและเพิ่งคลอดลูกในห้องน้ำปั๊มน้ำมัน" ร.ต.อ.เกริกชัย กล่าว
ในชั้นนี้พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีอาจจะพิจารณาตั้งข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 306 ฐานผู้ใดทอดทิ้งเด็กอายุยังไม่เกิน 9 ปี ไว้ ณ ที่ใด เพื่อให้เด็กนั้นพ้นไปเสียจากตน โดยประการที่ทำให้เด็กนั้นปราศจากผู้ดูแล ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ



