ข่าว

ศาลปกครองกับแผนกคดีสิ่งแวดล้อม

ศาลปกครองกับแผนกคดีสิ่งแวดล้อม

06 พ.ย. 2552

นับเป็นความคืบหน้าอีกคืบใหญ่ที่น่าชมเชยยิ่งของศาลปกครองที่กำลังเดินมาถูกทางแล้วในแนวทางแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่กระจายอยู่ทั่วประเทศมาเนิ่นนาน นับตั้งแต่ศาลปกครองกลางได้ตัดสินคดีตัวอย่างด้านสิ่งแวดล้อมคดีแรกเมื่อเร็วๆ

 นี้ด้วยการสั่งให้คุ้มครองชั่วคราวชุมชนในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด โดยให้ระงับโครงการ 76 โครงการ มูลค่าลงทุนสูงถึง 4 แสนล้านบาท ล่าสุด ศาลปกครองได้ตั้งแผนกคดีสิ่งแวดล้อมขึ้นเพื่อจะได้เป็นหลักประกันให้ประชาชนได้พึ่งพาและเยียวยาผลกระทบจากปัญหาการทำลายสิ่งแวดล้อมซึ่งขณะนี้มีการฟ้องร้องกันถึง 4,000 คดี หลังจากที่ประชาชนเคยถูกปล่อยเกาะให้ต่อสู้ตามยถากรรมโดยไม่แจ้งชัดว่าจะไปฟ้องกับใครหรือหน่วยงานใด ลงเอยด้วยการชุมนุมเรียกร้องจากรัฐบาล แต่ก็หาข้อยุติไม่ได้ หรือต้องใช้เวลาเนิ่นนานนับสิบๆ ปี

 ผลจากการปรับเปลี่ยนระบบการบริหารจัดการภายในองค์กรของศาลปกครอง รวมไปถึงการวางระบบการจัดการคดี และการเตรียมบุคลากรให้พร้อมสรรพ ด้วยการเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อมมาช่วยเติมเต็มในด้านวิชาการ ตลอดจนจัดอบรมเพื่อให้ความรู้ด้านคดีปกครอง และศึกษากรณีคดีปกครองของต่างประเทศ ตลอดจนการตั้งองค์คณะ 18 องค์คณะขึ้นมารับผิดชอบคดีปกครองที่เกี่ยวกับกฎหมายสิ่งแวดล้อม โดยแต่ละองค์คณะจะมีความเชี่ยวชาญตามประเภทคดี อาทิ องค์คณะที่เกี่ยวกับคดีที่ดิน คดีบุคคล และคดีที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ทำให้มีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าข้อพิพาทด้านสิ่งแวดล้อมคงจะยุติลงด้วยดี สามารถทำให้ชุมชนในพื้นที่ที่ต่างมีส่วนได้ส่วนเสียกับกลุ่มอุตสาหกรรมสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข

 ความเชื่อมั่นนี้ยิ่งได้รับการตอกย้ำมากขึ้นเมื่อทุกภาคส่วนในสังคมโดยเฉพาะภาคเอกชน อาทิ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ต่างเห็นด้วยกับการตั้งแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลปกครอง ในเมื่อมีแนวโน้มว่ายิ่งเวลาผ่านไปจะมีคดีสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อันเนื่องมาจากปัจจัยหลายปัจจัย ที่สำคัญก็คือคดีสิ่งแวดล้อมถือเป็นคดีที่ต้องใช้ข้อมูลทางวิชาการเฉพาะด้านมาก อีกทั้งยังเป็นข้อมูลที่เข้าใจยากจนตีความผิดๆ ไปคนละทิศคนละทาง และยังเกี่ยวข้องกับอีกหลายหน่วยงานรวมไปถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่ข้อพิพาทระหว่างบุคคล หรือระหว่างรัฐกับบุคคล ดังที่เข้าใจผิดกันมานาน

 ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้จำเป็นต้องมีการอธิบายในเชิงลึกตามหลักวิชาการ การมีแผนกคดีสิ่งแวดล้อมนี้คงจะทำให้การพิจารณาคดีมีความรวดเร็วขึ้น และฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติเมื่อเห็นว่ามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาดูแลคดีสิ่งแวดล้อมมากขึ้น