
ชาวไร่เฮราคาอ้อยขั้นต้นฤดูใหม่เคาะตันละ950บาท
กบ.กำหนดโควตาน้ำตาลฤดูกาลผลิตใหม่ กำหนดโควตา ก.ไว้ 21 ล้านกระสอบ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ราคาน้ำตาลตลาดโลกยังสูง ดันราคาอ้อยขั้นต้นฤดูใหม่ตันละ 950 บาท ชี้เป็นราคาสูงสุด ชาวไร่พอใจได้สูงกว่าต้นทุน
นายประเสริฐ ตปนียางกูร เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร (กบ.) เห็นชอบการกำหนดปริมาณน้ำตาลในฤดูกาลผลิต 2552/53 โดยกำหนดน้ำตาลโควตา ก. หรือใช้บริโภคในประเทศไว้ที่ 21 ล้านกระสอบ เพิ่มขึ้น 2 ล้านกระสอบ จากฤดูกาลผลิต 2551/52 เนื่องจากราคาน้ำตาลในตลาดโลกทรงตัวอยู่ในระดับสูง ทำให้มีแนวโน้มที่ผู้ผลิตอาหารส่งออกจะมาขออนุญาตใช้น้ำตาลโควตา ก.มากขึ้น ส่วนน้ำตาลโควตา ข. กำหนดไว้เท่าเดิมที่ 8 แสนตัน และน้ำตาลโควตา ค. หรือส่งออก กำหนดไว้ที่ 47.1 ล้านกระสอบ
ทั้งนี้ ได้กำหนดราคาอ้อยขั้นต้นฤดูกาลใหม่ไว้ที่ตันละ 950 บาท ที่ความหวาน 10 ซีซีเอส ซึ่งถือว่าเป็นราคาสูงที่สุดเท่าที่เคยมีระบบแบ่งปันผลประโยชน์ ขณะที่ฤดูกาลผลิต 2552/53 จะมีปริมาณอ้อย 71.4 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากฤดูกาลที่แล้ว 66.4 ล้านตัน
ขณะที่ราคาอ้อยขั้นสุดท้ายฤดูกาลผลิต 2551/52 อยู่ที่ตันละ 918 บาท ที่ความหวาน 10 ซีซีเอส โดยฤดูกาลดังกล่าวชาวไร่มีค่าความหวานเฉลี่ย 12.28 ซีซีเอส ส่งผลให้ชาวไร่ได้ราคาอ้อยขั้นสุดท้ายตันละ 1,043 บาท ซึ่งจะมีการเสนอคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ให้ความเห็นชอบมติของ กบ.ทั้งหมดภายในเดือน พฤศจิกายน 2552 รวมทั้งเสนอให้พิจารณาเรื่องการหักเงินค่าอ้อยขั้นสุดท้ายที่สูงกว่าขั้นต้น โดยมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เดือนเมษายน 2550 กำหนดให้ต้องส่งเข้ากองทุนอ้อยและน้ำตาลอย่างน้อยตันละ 15 บาท ซึ่ง กนอ.จะพิจารณาว่าจะหักเงินเข้ากองทุนเท่าไร
นายชัยวัฒน์ คำแก่นคูณ ประธานชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน กล่าวว่า ราคาอ้อยขั้นต้นฤดูกาลผลิต 2552/53 ที่ตันละ 950 บาท เป็นราคาที่ชาวไร่พอใจเมื่อเปรียบเทียบกับต้นทุนการผลิตที่ตันละ 920-930 บาท ซึ่งการคำนวณราคาอ้อยขั้นต้นไม่ควรมองเฉพาะจุดคุ้มทุนของชาวไร่ ควรให้ชาวไร่มีกำไรจากการลงทุน 10-20% เพื่อให้ชาวไร่มีทุนไปลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกอ้อยในฤดูกาลถัดไป ถ้ามีเครื่องมือและการบำรุงดินดีจะทำให้ผลผลิตดีขึ้นได้ หากราคาน้ำตาลดีต่อเนื่องอีก อาจทำให้ราคาอ้อยขั้นต้นฤดูกาลผลิต 2553/54 มาอยู่ที่ตันละ 1,000 บาท ได้
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ชาวไร่อ้อยต้องการให้ภาครัฐเร่งโครงการสินเชื่อรถตัดอ้อย เพื่อแก้ปัญหาอ้อยไฟไหม้และขาดแคลนแรงงาน ซึ่งผ่านการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว โดยชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน เห็นว่าชาวไร่ควรมีการรวมกลุ่มเพื่อซื้อรถตัดอ้อย เพราะมีราคาแพง และเห็นว่าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกาตร (ธ.ก.ส.) ควรลดเงื่อนไขในการปล่อยสินเชื่อด้วย



