ข่าว

ฟันผู้ให้เช่าพื้นที่ขายสินค้าละเมิดร่างกฎชงนายกฯ27พ.ย.นี้

ฟันผู้ให้เช่าพื้นที่ขายสินค้าละเมิดร่างกฎชงนายกฯ27พ.ย.นี้

05 พ.ย. 2552

พาณิชย์เตรียมร่างกฎกะทรวงกำหนดพื้นที่สีแดง มีความผิดทางอาญาฐานให้เช่าพื้นที่ขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ คาดเสนอนายกฯ 27 พฤศจิกายนนี้ ชะลอกรณีเอาผิดผู้ซื้อ เตรียมจ้างสถาบันการศึกษาทำวิจัยข้อดี-เสีย

นางปัจฉิมา ธนสันติ รักษาการอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมอยู่ระหว่างการร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดขอบเขตพื้นที่ของผู้ให้เช่าพื้นที่จำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คาดว่าจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายด้านการปราบปรามการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน วันที่ 27 พฤศจิกายนนี้

 ทั้งนี้ ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวอยู่ภายใต้ร่างแก้ไข พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ และพ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ซึ่งแต่เดิมเพิ่มเติมให้ผู้ซื้อ อาคารและเจ้าของสถานที่ให้เช่าพื้นที่จำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ มีความผิดทางอาญา อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีได้ให้กลับมาทบทวน โดยมีความกังวลในกรณีของผู้ซื้อ จึงดึงส่วนนี้ออกมาและชะลอออกไปก่อน โดยจะจ้างสถาบันการศึกษาทำการวิจัยถึงข้อดีข้อเสีย รวมไปถึงผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนไทย

 “คงเหลือในส่วนของอาคารและเจ้าของสถานที่ให้เช่าที่มีความผิดทางอาญา แต่ยังถือว่ากว้างเกินไป จึงร่างออกมาเป็นกฎกระทรวง เพื่อกำหนดขอบเขตพื้นที่ให้ชัดเจน เบื้องต้นจะเป็นพื้นที่สีแดง และจะหารือกับอัยการอีกครั้งว่าจะกำหนดเป็นสถานที่ได้หรือไม่” นางปัจฉิมา กล่าวและว่า ส่วนสถานที่ให้เช่าที่เป็นวัด ตลาดนัดริมถนน ในระยะแรกอาจจะเว้นไปก่อน แต่กำลังดูว่าจะใส่ตลาดนัดที่มีพื้นที่ขายขนาดใหญ่ หรืออยู่ในเขตห้างค้าปลีกขนาดใหญ่เข้าไปในกฎหมายด้วยหรือไม่

 ก่อนหน้านี้กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้กำหนดพื้นที่สีแดง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังพิเศษ รวม 25 จุด ใน 8 จังหวัดที่เป็นหัวเมืองท่องเที่ยวสำคัญๆ ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี ชลบุรี สงขลา กระบี่ และประจวบคีรีขันธ์

 นางปัจฉิมากล่าวอีกว่า ในการประชุมวันที่ 27 พฤศจิกายนนี้ นอกจากจะนำเสนอร่างกฎกระทรวงเข้าสู่การพิจารณาแล้ว ยังจะรายงานเรื่องการเสนอให้เอาผิดแก่ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์รายใหญ่ หรือมีขนาด 3 พันชิ้นขึ้นไป อยู่ในฐานความผิดตามกฎหมายฟอกเงินของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ด้วย

 ส่วนสถิติการจับกุมการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา (มกราคม- สิงหาคม 2552) สามารถจับกุมได้ทั้งหมดรวม 5,521 ราย รวมเป็นของกลางจำนวนทั้งสิ้น 4,200,630 ชิ้น แบ่งเป็นการละเมิดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ จำนวน 2,783 ราย คิดเป็น 2,786,912 ชิ้น พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้าจำนวน 2,732 ราย คิดเป็น 1,364,662 ชิ้น พ.ร.บ.สิทธิบัตร จำนวน 5 ราย คิดเป็น 45,461 ราย และพ.ร.บ.ควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์จำนวน 1 ราย คิดเป็น 3,595 ชิ้น