ข่าว

"ทักษิณ"จ้อฮ่องกง12มี.ค.นี้แน่ทูตอังกฤษไม่รับ-ไม่ปฏิเสธข่าวคืนวีซ่า

"ทักษิณ"จ้อฮ่องกง12มี.ค.นี้แน่ทูตอังกฤษไม่รับ-ไม่ปฏิเสธข่าวคืนวีซ่า

04 มี.ค. 2552

ทูตอังกฤษไม่รับ-ไม่ปฏิเสธข่าวคืนวีซ่า"แม้ว" อัยการปัดเกียร์ว่าง ยันส่ง จนท.ไปฮ่องกงแล้ว รัฐบาลส่ง ครม.เดินสายแจงรากหญ้าทั่วประเทศ "นายกฯ" ประเดิมลงพื้นที่ จ.ลพบุรี เสาร์นี้ ขณะที่ "เพื่อไทย" วาง 3 ยุทธศาสตร์ล้มรัฐใน 6 เดือน "สุนัย" อัด "เสนาะ" ไม่ร่วมซักฟ

นายควินตันเควลย์ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย กล่าวถึงกรณีมีข่าวระบุว่ารัฐบาลอังกฤษให้วีซ่าคืนแก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อีกครั้ง หลังจากระงับวีซ่าไปก่อนหน้านี้ว่า เป็นเพียงเรื่องที่ปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์และไม่ขอแสดงความคิดเห็น และไม่ยืนยันด้วยว่าเรื่องดังกล่าวเป็นจริงหรือไม่ 

 ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวจากบุคคลที่อ้างตัวเป็นคนใกล้ชิดพ.ต.ท.ทักษิณว่า ทางการอังกฤษได้ออกวีซ่าที่อยู่อาศัยถาวร (เรสซิเดนท์ วีซ่า) ให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเวลา 5 ปี หลังเพิกถอนวีซ่าไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2551 ที่ผ่านมา 

นายพุทธิพงษ์ปุณณกันต์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า การคืนวีซ่าให้นั้นเป็นเรื่องของอังกฤษว่าจะคืนให้หรือไม่ อย่างไรก็ตามกรณีที่มีข่าว พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางไปยังประเทศอังกฤษนั้น ในส่วนของรัฐบาลก็ยินดีถ้ามีการเดินทางไปอังกฤษจริงตามข่าว ก็รู้สึกสบายใจที่อดีตนายกฯ มีที่อยู่ที่ชัดเจน ซึ่งรัฐบาลก็จะคอยติดตาม โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติที่มีอำนาจในการควบคุมติดตามในส่วนที่ยังมีคดีติดตัวอยู่ทั้งอัยการและตำรวจ ก็จะได้ติดตามตามที่อยู่ที่ชัดเจน ขณะนี้ก็กำลังรออยู่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางไปถึงอังกฤษเมื่อใด เพราะทั้งไทยและอังกฤษมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนต่อกัน  

รองโฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าวและยืนยันด้วยว่ารัฐบาลไม่ได้เร่งรัดหรือดำเนินการผิดไปจากบุคคลอื่น แต่ต้องการทำให้เห็นว่าผู้ที่ถูกดำเนินคดีและหนีคดี ไม่ว่าจะเป็นคนรวยหรือคนจน ไม่ว่าใครก็ตาม กระบวนการต้องเท่าเทียมกัน ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดความลักลั่นในสังคมได้  

ยื่นผบ.ตร.บี้ ส.ส.เพื่อไทยบอกที่อยู่ 

นายสาธิตปิตุเตชะ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ผ่าน พล.ต.ต.มนู เมฆหมอก เลขานุการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอให้เรียกตัว ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นายประชา ประสพดี นายสุชาติ ลายน้ำเงิน และนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.พรรคเพื่อไทย มาสอบถามถึงแหล่งพำนักและที่พักพิงของ พ.ต.ท.ทักษิณ หลังตกเป็นภาพข่าวเดินทางไปพบที่ฮ่องกง เพื่อประสานส่งตัวกลับมารับโทษในประเทศไทย เนื่องจากเป็นจำเลยในคดีซื้อขายที่ดินรัชดาฯ 

ทั้งนี้หากส.ส.ทั้ง 4 คน ปฏิเสธให้ข้อมูล ก็จะดำเนินคดีอาญามาตรา 189 ฐานซ่อนเร้นหรือช่วยผู้นั้นมิให้ถูกจับกุม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยจะให้เวลา 2 สัปดาห์ หากยังเพิกเฉยหรือการเชิญตัวไม่มีความคืบหน้า ก็จะเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ 4 ส.ส.อีกครั้ง

 อัยการโต้ละเว้นติดตามตัวทักษิณ 

นายธนพิชญ์มูลพฤกษ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร และโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้ต้องโทษคดีทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาภิเษก ซึ่งถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก 2 ปี ว่า สำนักงานอัยการสูงสุดไม่ได้ละเว้นการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งอยู่ระหว่างหลบหนี โดยคณะทำงานติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งมีนายถาวร พานิชพันธ์ รองอัยการสูงสุด และนายศิริศักดิ์ ติยะพรรณ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีต่างประเทศ กับทีมงานอัยการ ดำเนินการประสานความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงการต่างประเทศ มาโดยตลอด แต่บางครั้งไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ว่าการทำงานคืบหน้าไปถึงไหน เพราะเป็นเรื่องของการสืบสวนสอบสวน เปรียบเสมือนการที่อัยการทำสำนวนคดีซึ่งต้องเป็นความลับ  

"ยืนยันว่าอัยการไม่ได้วางเฉยต่อการทำหน้าที่ และได้ประสานกงสุลใหญ่ในฮ่องกงให้จับตัวแล้ว นอกจากนี้อัยการกำลังสืบถิ่นที่อยู่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในประเทศต่างๆ เพื่อทำหนังสือประสานความร่วมมือกับประเทศนั้นๆ ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณกลับมา น่าจะมีความคืบหน้าในเร็วๆ นี้" นายธนพิชญ์ กล่าว 

เมื่อถามว่ามีการส่งพนักงานอัยการไปติดตามความเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่จะจัดปาฐกถาในฮ่องกงตามที่รัฐบาลระบุหรือไม่ นายธนพิชญ์ กล่าวว่า ได้ส่งคณะทำงานอัยการติดตามความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณที่จะปาฐกถาที่ฮ่องกงในช่วงวันที่ 2 มีนาคม จริง แต่ไม่ได้เดินทางไปตามคำสั่งของรัฐบาล เป็นการเดินทางไปทำหน้าที่ของอัยการตามกฎหมายและความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังไม่ทราบว่าคณะทำงานอัยการชุดดังกล่าวจะเดินทางกลับประเทศไทยแล้วหรือไม่ แต่หากเดินทางกลับมาจะต้องรายงานผลการปฏิบัติงานให้นายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด และคณะทำงานอัยการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ รวมทั้งตน ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการ ทราบความคืบหน้า 

เมื่อซักต่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณอาจจะทราบว่าอัยการประสานกับฮ่องกงและส่งอัยการไปติดตามความเคลื่อนไหวก่อน จึงงดการปาฐกถาในวันที่ 2 มีนาคม นายธนพิชญ์กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่อัยการได้ประสานความร่วมมือกับฮ่องกงไปนานแล้ว และเป็นความลับทางราชการ จึงไม่ได้มีการเปิดเผยก่อนหน้านี้   

"ทักษิณ"จ้อฮ่องกง 12 มี.ค.
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่าสโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศ (เอฟซีซี) ของฮ่องกง ออกคำแถลงเมื่อวันจันทร์ที่ 2 มีนาคมว่า พ.ต.ท.ทักษิณชินวัตร จะไปแสดงปาฐกถาในหัวข้อเดิมคือ วิกฤติทางการเงิน, ความไม่มั่นคงทางการเมือง: บทเรียนจากประเทศไทย ผ่านวิดีโอลิงก์ในวันที่ 12 มีนาคมนี้หลังจากที่ต้องเลื่อนกำหนดเดิมที่จะไปพูดด้วยตัวเองที่ฮ่องกงในวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 

"อภิสิทธิ์"ให้สาทิตย์จัดตารางลงพื้นที่ 

นายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวที่เตรียมลงพื้นที่เพื่อพบปะประชาชนในจังหวัดต่างๆ ว่า ได้มอบหมายให้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปกำหนดจัดตารางเวลาและสถานที่สำหรับครม. โดยมอบหมายให้รัฐมนตรีทุกคนลงพื้นที่คนละ 2 จังหวัดในช่วงเดือนนี้ ก็จะครอบคลุมได้ทั้งประเทศ และถ้าไม่ครบก็จะมีการมอบหมายกันอีกครั้ง โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้จะเริ่มตั้งแต่เสาร์-อาทิตย์ที่จะถึงนี้ รวมกันแล้วน่าจะได้อย่างน้อย 36 จังหวัด ที่จะได้ไปติดตามงาน ทั้งมาตรการด้านเศรษฐกิจ ภัยแล้ง พืชผลทางการเกษตร  

"สำหรับผมจะลงพื้นที่ใน จ.ลพบุรี ในวันเสาร์ที่ 7 มีนาคมนี้ บังเอิญว่ามีประเด็นที่เคยทำงานด้านมวลชนในพื้นที่นั้น ผมเป็นคนเลือกเองว่าจะกลับไปที่นั่น ส่วนหนึ่งก็จะไปดูเรื่องผู้สูงอายุ และจะมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชุมชนพอเพียง รวมถึงงานสาธารณสุขด้วย เพราะเคยไปลงพื้นที่ตรงนั้นไว้และเคยไปรับข้อเสนอเรื่องของ อสม.ด้วย โดยพยายามลงพื้นที่อย่างน้อย 2 ครั้ง ตามที่ตกลงกันไว้เฉพาะเดือนนี้ก่อน เพราะปัญหาของผมก็คือมีกำหนดการค่อนข้างแน่น และไม่มีการแบ่งว่าพรรคใดต้องลงพื้นที่ไหน ขึ้นอยู่กับความสมัครใจเบื้องต้นก่อน อย่างเสาร์-อาทิตย์นี้ รัฐมนตรีหลายคนก็มีกำหนดการลงพื้นที่ในฐานะ ส.ส.อยู่แล้ว หลายคนจึงเลือกจังหวัดที่ตัวเองเป็นเจ้าของพื้นที่อยู่ นายอภิสิทธิ์กล่าว

 เมื่อถามว่าจะเห็นภาพนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือบ้างหรือไม่นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า พร้อมไป ถ้ามีภารกิจก็พร้อมไป ความจริงตั้งใจที่จะเดินทางไปยังทุกจังหวัดเท่าที่ทำได้ ก็จะค่อยๆ ทยอยไป แต่ช่วงนี้มีข้อจำกัดมากจึงต้องลงพื้นที่ส่วนใหญ่ในภาคกลางก็สะดวกที่สุด  

รัฐแก้เกมส่งรมต.ลงพื้นที่พบชาวบ้าน 

นายสาทิตย์กล่าวว่า ตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไปครม.จะลงพื้นที่ โดยนายกฯ จะเดินทางไปที่ จ.ลพบุรี เพื่อติดตามนโยบายการเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และอาสาสมัครสาธารณสุขมูลฐานประจำหมู่บ้าน (อสม.) ส่วนรัฐมนตรีที่เหลือจะพยายามจัดให้ครบทั้ง 36 คน หมุนเวียนลงพื้นที่ให้ครบทั้งหมดภายใน 2 สัปดาห์ โดยสัปดาห์แรกจะเริ่มต้น 36 จังหวัด  

นายสาทิตย์กล่าวว่าในฐานะกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ จะสั่งการประสานไปยังกรมประชาสัมพันธ์จังหวัดทั่วประเทศ ให้ประสานข้อมูลกับรัฐมนตรีที่จะลงไปในแต่ละพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกและเผยแพร่ถ่ายทอดภารกิจของรัฐมนตรีให้ประชาชานรับทราบ ยืนยันว่าการลงพื้นที่ของรัฐบาลไม่ได้เป็นการแก้เกมทางการเมืองหลังจากที่พ.ต.ท.ทักษิณใช้วิธีการโฟนอินเข้าไปถึงระดับหมู่บ้าน แต่ต้องการให้รัฐมนตรีได้ลงพื้นที่ตามแต่ละจังหวัด ไปรับฟังปัญหาของประชาชนแล้วนำกลับมารายงานให้ ครม.รับทราบ 

ส่งรมว.กลาโหม ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ 

รายงานข่าวจากทำเนียบเปิดเผยว่านายกรัฐมนตรีปรารภว่ารัฐมนตรีควรจะลงพื้นที่ โดยเปิดโอกาสให้รัฐมนตรีแต่ละคนมากรอกเอกสารแจ้งความประสงค์เดินทางลงพื้นที่ในต่างจังหวัดทั้ง 76 จังหวัดเพื่อติดตามภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาล ปรากฏว่า วันที่ 7 มีนาคมนี้มีรัฐมนตรีแจ้งความประสงค์ลงพื้นที่ ได้แก่ พล.อ.ประวิตรวงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหมลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมช.ศึกษาธิการลงพื้นที่ จ.ตาก และ จ.สุโขทัย พล.ต.สนั่นขจรประศาสน์ รองนายกฯ ลงพื้นที่ จ.กำแพงเพชรและ จ.พิจิตร นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง ลงพื้นที่ จ.นครสวรรค์นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่ จ.นครพนมคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมว.วิทย์ศาสตร์และเทคโนโลยีลงพื้นที่ จ.อุดรธานีนายไพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงานลงพื้นที่ จ.ขอนแก่นนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรมลงพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี 

นายชาญชัยชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรมลงพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ และร้อยเอ็ด นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทยลงพื้นที่ จ.นครราชสีมานายธีระ สลักเพชร รมว.วัฒนธรรม ลงพื้นที่ จ.ตราดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ลงพื้นที่ จ.ลพบุรีน.ส.นริศราชวาลตันพิพัทธ์ รมช.ศึกษาธิการลงพื้นที่ จ.นนทบุรีนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ลงพื้นที่ จ.สระแก้วนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกฯ ลงพื้นที่ จ.ชลบุรีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการลงพื้นที่ จ.ประจวบฯ นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทยลงพื้นที่ จ.กระบี่นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.การคลังลงพื้นที่ จ.สระบุรีและ จ.ราชบุรี นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯลงพื้นที่ จ.พัทลุง  

นายสุเทพเทือกสุบรรณ รองนายกฯ ลงพื้นที่ จ.นครนายกและ จ.สมุทรปราการ นายอิสสระ สมชัย รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ลงพื้นที่ จ.อุบลฯและ จ.ศรีสะเกษ นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลงพื้นที่ จ.หนองคายและยังแจ้งความประสงค์ที่จะเดินทางไปยัง จ.ปัตตานีและ จ.ยะลา ในสัปดาห์ต่อไป ส่วนนายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รมช.คมนาคม จะเดินทางไปยัง จ.อ่างทอง จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.ชัยนาท ส่วนนายวิทยา แก้วภราดรัย รมว.สาธารณสุข แจ้งความประสงค์เดินทางไปยัง จ.นครศรีธรรมราช และ จ.ขอนแก่น ส่วนนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ไม่ได้แจ้งความประสงค์ เนื่องจากเป็น ส.ส.สัดส่วน ไม่มีพื้นที่ของตนเอง แต่ให้เป็นหน้าที่ของพรรคจัดตามความเหมาะสม  

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าในการลงพื้นที่แต่ละจังหวัดของรัฐบาลครั้งนี้ จะมีการเชิญ ส.ส.จากพรรคฝ่ายค้านมาร่วมกิจกรรมด้วย เพื่อเปิดโอกาสในการรับฟังและร่วมชี้แจงแนวนโยบายของรัฐบาลเพื่อเป็นการเปิดกว้างในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่และฝ่ายค้านในพื้นที่  

"เหลิม"ไม่โกรธเสนาะไม่หนุนนั่งนายกฯ 

ร.ต.อ.เฉลิมอยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมพรรคกรณีนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช และ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก หัวหน้ากลุ่มเพื่อแผ่นดิน ระบุจะไม่ร่วมอภิปรายนั้น ก็ไม่มีปัญหา เพราะแค่เสียง ส.ส.พรรคเพื่อไทยเพียงพรรคเดียวก็เพียงพอสำหรับเสียง 1 ใน 5  ส่วน ส.ส. 12 ในกลุ่มเพื่อแผ่นดินของพล.ต.อ.ประชานั้น คงไม่สามารถมาร่วมเซ็นชื่อได้ เพราะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลไปแล้วจะให้มาเซ็นชื่อได้อย่างไร ผิดมารยาททางการเมือง 

ส่วนการที่นายเสนาะบอกว่า ร.ต.อ.เฉลิม ไม่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะแนบชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีในการอภิปรายนั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ได้โกรธ หรือรู้สึกน้อยใจ และไม่ขอตอบโต้ แต่วันนี้ประชาชนกำลังเข้าใจผิดแบบกู่ไม่กลับแล้วว่า เมื่อแนบชื่อคนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีจะมีผลทางการเมือง เพราะเสียงฝ่ายค้านให้โหวตอภิปรายอย่างไร ร้อยชาติก็ไม่ชนะ ไม่รู้เอาสมองส่วนไหนมาคิด  

วันนี้ขอยืนยันว่าฝ่ายค้านไม่มีปัญหาอะไรกัน จะไม่เอาเรื่องเล็กมาทำให้งานใหญ่เสีย ใครไม่มาร่วมลงชื่อก็ถือเป็นสิทธิ์ แต่พอฟังข้อมูลอภิปรายในสภาแล้ว จะคิดถึงเพลง พุ่มพวง ดวงจันทร์ ต้องร้องว่า เสียดายจัง เพราะไม่ได้ร่วมลงชื่อตั้งแต่แรก และรับรองว่าการอภิปรายครั้งนี้จะไม่ทำให้ประชาชนต้องผิดหวัง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ย้ำ  

"สุนัย"จวก"เสนาะ"มีวาระซ่อนเร้น 

ส่วนบรรยากาศการประชุมส.ส.พรรคเพื่อไทย นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน ในฐานะโฆษกในที่ประชุมได้กล่าวในช่วงที่ผู้สื่อข่าวและช่างภาพไปบันทึกภาพการประชุมพรรค ว่า กรณีที่นายเสนาะไม่เห็นด้วบกับการเสนอชื่อร.ต.อ.เฉลิม เป็นนายกฯ ว่า นายเสนาะเป็นผู้ใหญ่ที่พวกผมเคารพ แต่การเมืองวันนี้พัฒนาแล้ว มันต้องยึดระบบเป็นหลัก เมื่อพรรคมีความเป็นเอกภาพว่าจะเสนอชื่อ ร.ต.อ.เฉลิม เป็นนายกฯ พรรคเขาคือพรรคเขา พรรคเราคือพรรคเรา เหตุที่นายเสนาะคัดค้าน เพราะมีวาระซ่อนเร้นอย่างใดอย่างหนึ่ง  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน ได้พยายามตัดบท โดยขอให้สื่อมวลชนออกจากห้องประชุมและบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องภายใน 

มติเพื่อไทยส่งชื่อเหลิมนั่งนายกฯแนบญัตติ 

ต่อมาเวลา16.30 น.นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวว่า การอภิปรายนั้นจะยื่นในวันที่ 11 มีนาคม  โดยพรรคมีมติเป็นเอกฉันท์จะเสนอ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นนายกรัฐมนตรี และจะเสนอคณะกรรมการบริหารพรรคและผู้บริหารพรรคอนุมัติในวันที่ 11 มีนาคม เป็นขั้นตอนต่อไป  

เมื่อถามว่าจะประสานกับนายเสนาะเทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ที่ไม่เห็นด้วยกับการเสนอชื่อ ร.ต.อ.เฉลิมอย่างไร นายวิทยา กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นมติพรรคที่ต้องเคารพกติกา ส่วนการชี้แจงกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ ที่ร่วมอุดมการณ์กันนั้น พรรคจะแจ้งให้ทราบตามมารยาททางการเมือง พรรคต้องให้เกียรติเสนอชื่อร.ต.อ.เฉลิมในฐานะหัวหมู่ทะลวงค่าย ส่วนการไปพบนายเสนาะและพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก แกนนำพรรคเพื่อแผ่นดิน ในวันที่ 4 มีนาคมนั้น แกนนำพรรคจะนำมติพรรคไปแจ้งให้นายเสนาะและพล.ต.อ.ประชา รับทราบ ซึ่งเรื่องนี้ต้องดูที่การอภิปรายว่า มีหลักฐานที่เห็นสมควรลงมติอย่างไร ก็เป็นดุลพินิจของพรรคนั้นๆ ส่วนบุคคลของพรรคที่จะอภิปรายนั้น จะพิจารณาในต้นสัปดาห์หน้า โดยวันที่ 6 มีนาคม จะส่งประเด็นและข้อมูลการอภิปรายให้แกนนำพรรคพิจารณา ทั้งนี้ในวันที่ 24 มีนาคม จะมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2552 โดยน่าจะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพรรคใหม่ด้วย  

"เหลิม"เดิมพันซักฟอกด้วยเก้าอี้ประธานส.ส. 

นายพร้อมพงศ์นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงผลการประชุมพรรคว่า ที่ประชุมพรรคได้กำหนดยุทธศาสตร์ หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยพรรคจะทำวีซีดีการอภิปรายของฝ่ายค้านแจกประชาชนทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนเห็นข้อเท็จจริงว่ารัฐบาลมีข้อผิดพลาดอย่างไร โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ ที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายถึง 14 ประเด็น  

นายศักดาคงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า  ร.ต.อ.เฉลิมชี้แจงต่อที่ประชุมว่า ถ้าหลักฐานและข้อเท็จจริงในการอภิปรายไม่ดีจริง หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะขอรับผิดชอบโดยการลาออกจากตำแหน่งประธานส.ส.ของพรรคทันที 

วางยุทธศาสตร์ล้มรัฐบาลใน6 เดือน 

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่าคณะทำงานด้านยุทธศาสตร์ของพรรค ได้กำหนดยุทธศาสตร์ทางการเมืองใหม่ โดยแบ่งเป็นยุทธศาสตร์ 3 จังหวะ เพื่อล้มรัฐบาลให้ได้ภายใน 6 เดือน คือ 1.ก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล จะใช้เวที นปช.-คนเสื้อแดง เคลื่อนไหวทั่วประเทศ เพื่อกดดันรัฐบาลนอกรัฐสภา และให้ พ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินผ่านเวทีคนเสื้อแดงเพื่อวิจารณ์การบริหารงานของรัฐบาล ตอกย้ำความผิดพลาดในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยมีการตั้งเวทีในจังหวัดหลักๆ ของแต่ละภาค เช่น ภาคกลางที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ภาคอีสานที่ จ.ขอนแก่น ภาคตะวันออกที่ จ.จันทบุรี ภาคเหนือที่ จ.เชียงใหม่  

2.การอภิปรายไม่ไว้วางใจช่วยปลายเดือนมีนาคม และ 3.หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น พรรคได้วางตารางให้ ส.ส.เดินสายลงพบปะหัวคะแนน สมาชิกพรรคทั่วประเทศ เพื่ออธิบายทำความเข้าใจกับประชาชนถึงมาตรการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ล้มเหลว พร้อมเน้นการตอกย้ำยี่ห้อ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่ามีวิธีแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจสำเร็จ  

"เสนาะ"ด่ากลับพวกเด็กเมื่อวานซืน 

นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยระบุว่าจะไม่ร่วมการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า อย่าไปฟังพวกส.ส.ที่ไม่มีหัวคิดหัวอ่าน เรื่องการอภิปรายเป็นเรื่องใหญ่ อย่าไปฟังเด็กเมื่อวานซืนแล้วเอามาเป็นสาระ เพราะตนอยู่บนความถูกต้อง อยู่ตรงกลาง บ้านเมืองวิกฤติขนาดนี้ต้องยืนอยู่บนความถูกต้อง ส่วนการอภิปรายจะสมควรหรือไม่ และยังไม่มีการหารือกันว่าจะอภิปรายหัวข้ออะไรเรื่องอะไร  

ส่วนที่มีส.ส.พรรคเพื่อไทยบางคน ระบุว่านายเสนาะ ไม่ร่วมอภิปรายเพราะมีวาระซ่อนเร้นอยากเป็นพรรคร่วมรัฐบาล นายเสนาะกล่าวอย่างมีอารมณ์ว่าบอกพวกมันว่า ส้นตีน ถ้ากูไปกูไปตั้งนานแล้ว ส.ส.คนไหนพูด กูจะไปด่าแม่มันเอง ไอ้ห่า...มึงเด็กเมื่อวานซืนมึงมาพูดอย่างนี้ได้ยังไง  

 เมื่อถามว่าต้องปล่อยรัฐบาลทำงานไปก่อน นายเสนาะกล่าวว่า ต้องปล่อยให้รัฐบาลเขาล้มด้วยตัวเอง ซึ่งที่จริงก็ล้มอยู่แล้วเพราะบ้านเมืองวิกฤติขนาดนี้ ตนไม่มีวาระอะไรซ่อนเร้นทั้งนั้นจะขอยืนอยู่บนความถูกต้อง และมองว่ารัฐบาลขณะนี้ยิ่งกว่ารัฐบาลงูเห่าเอาแต่ประโยชน์ส่วนตัว  

มติปปช.แจ้งข้อหาบิ๊กขรก.คดีพระวิหาร 

 น.ส.สมลักษณ์จัดกระบวนพล กรรมการป.ป.ช.ในฐานะผู้รับผิดชอบสำนวนการถอดถอนอดีตครม.สมัยรัฐบาลนายสมัครสุนทรเวช ข้อหากระทำผิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 กรณีการออกมติครม.สนับสนุนการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกโดยไม่ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา กล่าวถึงความคืบหน้าคดีดังกล่าวว่า ได้สรุปคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของครม.ทั้ง28 คนเสร็จเรียบร้อยแล้วและได้เสนอให้ที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่ทราบเรียบร้อยแล้วยกเว้นนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีคนเดียว ที่ไม่ติดใจแก้ข้อกล่าวหา 

น.ส.สมลักษณ์กล่าวว่าที่ประชุมป.ป.ช.พิจารณาแล้วมีความเห็นให้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับข้าราชการระดับสูงของกระทรวงต่างประเทศ และสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) 4 - 5 คนในความผิดมาตรา 157 ของประมวลกฎหมายอาญาเนื่องจากมีอดีตรัฐมนตรีบางคนสงสัยว่า เหตุใดข้าราชการจึงไม่มีความผิด ประกอบกับที่ผ่านมาก็มีการกล่าวหาข้าราชการเหล่านี้อยู่แล้ว แต่แยกสำนวนของนักการเมืองออกมาพิจารณาก่อน ดังนั้น ที่ประชุม ป.ป.ช.จึงขอให้ไต่สวนอดีตครม.และข้าราชการเหล่านี้ไปพร้อมกันหลังจากนี้ ป.ป.ช.จะส่งหนังสือแจ้งข้อหาให้ข้าราชการเหล่านี้รับทราบเพื่อให้มาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน 

ตั้ง"หม่อมเต่า"ปธ.บอร์ดแบงก์ชาติ 

นายพุทธิพงษ์ปุณณกันต์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จำนวน6 คน ประกอบด้วย ม.ร.ว.จัตุมงคลโสณกุล อดีตผู้ว่าการ ธปท. เป็นประธานกรรมการ ธปท. ที่เหลืออีก5 คนเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร.คณิตแสงสุพรรณ ผู้อำนวยสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง นายนนทพล นิ่มสมบุญ อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ดร.บวรศักดิ์อุวรรณโณ ผู้อำนวยการสถาบันพระปกเกล้า คุณพรทิพย์ จาละ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และดร.ศิริการเจริญดี อดีตรองผู้ว่าการ ธปท.  

นอกจากนี้ตามพระราชบัญญัติ ธปท. ยังกำหนดให้มีกรรมการโดยตำแหน่งอีก6 คน ประกอบด้วย ผู้ว่าการ ธปท. รองผู้ว่าการธปท. 3 คน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)  

นายพุทธิพงษ์กล่าวอีกว่า ตามพระราชบัญญัติ ธปท. พ.ศ. 2551 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2551 ได้เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของคณะกรรมการ ธปท. จากเดิมกำหนดให้ผู้ว่าการธปท. เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง มากำหนดให้ประธานกรรมการ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่ผ่านการคัดเลือก และแต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์ ดังนั้น กระทรวงการคลังจึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการ เพื่อคัดเลือกกรรมการ ธปท. ขึ้นมาพิจารณาผู้ที่เหมาะสม  

ตั้ง"เด็กเนวิน"นั่งปธ.บอร์ดกฟน.

  นอกจากนี้ที่ประชุม ครม. ยังมีมติแต่งตั้ง นายวิชัย ศรีขวัญ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวมหาดไทย สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เป็นต้นไป นอกจากนี้ ครม.ยังอนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอให้แต่งตั้งนายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิพาณิชย์ เป็นประธานกรรมการการไฟฟ้านครหลวง คณะกรรมการอีก 13 ราย 

ทั้งนี้มีรายงานว่านายวงศ์ศักดิ์ มีความสนิทสนมกับนายเนวิน ชิดชอบ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย  

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอให้แต่งตั้ง นายชลิต ดำรงศักดิ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมชลประทาน และนายเฉลิมพร พิรุณสาร ผู้ตรวจราชการกระทรวง ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีผลตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป ในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เสนอให้แต่งตั้ง นายเกษมสันต์ จิณณวาโส ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายอุทัย วายุพัฒน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ เป็นรองปลัดกระทรวง ทั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป 

 "สุภาลักษณ์" ถอนตัวผู้ช่วยรมว.ยุติธรรม 

ที่ประชุมครม. ยังเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการการเมืองตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เสนอให้แต่งตั้ง นายสาทิตย์ จีนาภักดิ์ ดำรงตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และให้นายประกิจ พลเดช เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม ที่ประชุม ครม.ยังได้เห็นชอบตามที่ รมว.ยุติธรรมเสนอให้ถอนรายชื่อน.ส.สุภาลักษณ์ ตั้งจิตต์ศีล ออกจากตำแหน่งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ทั้งที่ ครม.เพิ่งแต่งตั้งไปเมื่อวันที่10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาโดยไม่มีการชี้แจงใดๆ เป็นพิเศษ และในที่ประชุม ครม. ก็มิได้ติดใจสอบถามแต่อย่างใด

 เช็คช่วยชาติรอบแรกถึงมือ26 มี.ค.

นายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เห็นชอบแนวทางการปฏิบัติงานตามโครงการช่วยเหลือค่าครองชีพให้ประชาชนและบุคลากรภาครัฐ ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ พร้อมอนุมัติงบประมาณ 39.63 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจ่ายเช็คจำนวน 2,000 บาท ให้แก่ผู้ประกันตนที่มีรายได้ต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาท โดยให้กระทรวงการคลังไปดำเนินการออกระเบียบกระทรวงการคลังเป็นการเฉพาะ เพื่อใช้เป็นแนวทางการออกเช็คและสั่งจ่ายเช็คในโครงการดังกล่าว  

นายพุทธิพงษ์ปุณณกันต์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯ ยังได้เสนอให้ข้าราชการและบุคลากรภาครัฐจำนวน 1.2 ล้านคนได้รับเช็คช่วยชาติ เช่นเดียวกับผู้ประกันตน จากเดิมที่จะโอนเงิน2,000 บาท เข้าบัญชีเงินเดือนข้าราชการ ซึ่ง ครม.ได้ให้ความเห็นชอบตามแนวทางนี้แล้วโดยข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ สามารถนำเช็คไปซื้อสินค้าจากร้านค้าที่มีส่วนลดได้ รวมถึงครูเอกชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ก็จะได้รับเช็คด้วย และคาดว่าเช็คจะส่งถึงมือข้าราชการได้ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม-8เมษายนนี้ เช่นกัน 

 นอกจากนี้ระเบียบกระทรวงการคลังจะมีการขยายอายุ "เช็คช่วยชาติ" ไปขึ้นเงินจากเดิมที่กฎหมายกำหนดว่าเมื่อมีการรับเช็คแล้วต้องนำไปขึ้นเงินภายใน 15 วันแต่คราวนี้ จะขอให้ขยายอายุการนำเช็คช่วยชาติไปขึ้นเงินได้ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ได้รับเช็ค