
ตระเวนวิ่งราวทรัพย์อ้างทำ 2 ครั้ง
หนุ่มขี่ จยย. ตระเวนวิ่งราวทรัพย์ อ้างทำ 2 ครั้ง ตร. ไม่ปักใจเชื่อ
ที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (23 ม.ค.) พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. ได้รับรายงานผลการจับกุมคดีน่าสนใจจาก พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงศ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 ว่า พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกก.สน.ประเวศ พ.ต.ท.ปิยะกรณ์ ศรีวันทา รอง ผกก.สส.สน.ประเวศ พ.ต.ท.ปกรณ์ ทองช่วง สว.สส.สน.ประเวศ พ.ต.ต.จิรัสย์ หมื่นสิน สว.สส.สน.ประเวศ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ประเวศ ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายกฤษ มิตรเจริญ อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาวิ่งราวทรัพย์
พร้อมของกลางเครื่องโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ ซัมซุง รุ่น เจ 7 จำนวน 1 เครื่อง รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่น มีโอ สีขาว - น้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ฬฉย 855 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน เสื้อยืดคอกลม สีเลือดหมู จำนวน 1 ตัว เสื้อคลุมแขนยาว สีดำ จำนวน 1 ตัว กางเกงขาสั้น พื้นสีฟ้า ลายดำ จำนวน 1 ตัว และรองเท้าแตะแบบสวม สีดำ จำนวน 1 คู่ โดยสามารถจับกุมที่ห้องเช่าแห่งหนึ่ง แขวงทับช้าง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 ม.ค. เวลาประมาณ 14.15 น. มีคนร้ายได้ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์กระเป๋าถือแบบสตรีของผู้เสียหายสาว ภายในซอยพัฒนาการ 67 แขวงและเขตประเวศ กรุงเทพฯ จากนั้นคนร้ายได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนจึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และสืบสวนติดตามหาข่าวเรื่อยมา จนทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุในคดีนี้ คือ นายกฤษ และพบว่าวันที่เกิดเหตุคนร้ายรายนี้ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่น มีโอ สีขาว - น้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ฬฉย 855 กรุงเทพมหานคร มาก่อเหตุและขับขี่หลบหนีไป พักอาศัยอยู่ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่ง แขวงทับช้าง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร
ต่อมาตำรวจชุดจับกุมจึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่ห้องเช่าดังกล่าว เมื่อไปถึงได้เคาะประตูเรียกคนในห้อง ปรากฏพบ นายกฤษ และแฟนสาวเปิดประตูห้องออกมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าไปแสดงตัวจับกุม ทั้งนี้ จากการเข้าตรวจค้นภายในห้องพักของคนร้าย พบของกลางทั้งหมด ก่อนควบคุมตัวสอบสวน สน.ประเวศ
จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพว่า ตนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่น มีโอ สีขาว - น้ำเงิน คันหมายเลขทะเบียน ฬฉย 855 กรุงเทพฯ ไปตระเวนก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ ได้ทรัพย์สินของผู้เสียหาย เป็นกระเป๋าถือแบบสตรี , เงินสด , โทรศัพท์มือถือ ตามวัน เวลาและสถานที่เกิดเหตุ จริง ทั้งนี้ จากการสืบสวนขยายผล ผู้ต้องหายังรับอีกว่าได้ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ผู้เสียหายที่หมู่บ้านเคหะธานี 4 เมื่อวันที่ 20 ม.ค. โดยได้โทรศัพท์ ไอโฟน 7 พลัส สีแดง จำนวน 1 เครื่อง และเงินสด 1,200 บาท
อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อต่อคำให้การ ต้องทำการสอบสวนขยายผลอีกครั้ง เบื้องต้น แจ้งข้อหา “วิ่งราวทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป เพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



