ข่าว

คลังโล่งสัญญาณเศรษฐกิจฟื้นรายได้ทะลุเป้า

คลังโล่งสัญญาณเศรษฐกิจฟื้นรายได้ทะลุเป้า

05 พ.ย. 2552

คลังปลื้มผลจัดเก็บรายได้กรมสรรพากร-ศุลกากรเดือนแรกปีงบ 53 ทะลุเป้า สะท้อนสัญญาณเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวทั้งจากการใช้จ่ายในประเทศและการนำเข้าสินค้า แต่ยังไม่นิ่งนอนใจ ระบุต้องจับตาผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่อเนื่อง

 นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงผลการจัดเก็บรายได้ของกรมศุลกากร และกรมสรรพาสากร ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเดือนแรกของปีงบประมาณ 2553 ว่า สามารถจัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการที่ตั้งไว้ทั้งสองหน่วยงาน โดยกรมสรรพากรจัดเก็บได้ 72,216 ล้านบาท สูงกว่าเป้า 6,978 ล้านบาท ทั้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา นิติบุคคลและมูลค่าเพิ่มล้วนจัดเก็บสูงกว่าเป้าหมาย

 ขณะที่กรมศุลกากรจัดเก็บได้ทั้งสิ้น 7,812 ล้านบาท สูงกว่าเป้า 1,357 ล้านบาท เป็นผลจากการนำเข้าสินค้าในเดือนนี้เพิ่มขึ้น ทั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องจักรกล เชื้อเพลิง เหล็กและโลหะมีค่า จึงส่งผลให้การจัดเก็บภาษีแทนกรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกระทรวงมหาดไทยเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งแม้ว่ารายได้ของกรมศุลฯ ปีนี้จะเป็นเพียง 5% ของรายได้ทั้งหมด แต่ยังมีบทบาทจัดเก็บแทนกรมอื่นๆ ดังนั้นเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้นจึงได้สั่งการให้เร่งเดินหน้าสานต่อโครงการปฏิรูปองค์กรอย่างต่อเนื่อง

 "ผลการจัดเก็บรายได้ของทั้ง 2 กรมเป็นที่น่าพอใจมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายภาษีก็พบว่าการนำเข้าและการใช้จ่ายภายในประเทศดีขึ้นมาก เป็นสัญญาณที่ดีของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวม และสอดคล้องกับการประเมินสถานการณ์ของทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชนที่มองว่าเศรษฐกิจไทยจะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น แต่ยังไม่ชะล่าใจต้องจับตามองปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะการจ้างงานในสหรัฐอเมริกาที่ยังฟื้นตัวไม่ชัดเจน" นายประดิษฐ์ กล่าวและว่า หากสามารถเร่งรัดเบิกจ่ายจากโครงการไทยเข้มแข็งให้เกิดประสิทธิภาพและได้ประโยชน์สูงสุดจะมีผลให้จีดีพีขยายตัวได้ดีขึ้นด้วย

 อย่างไรก็ตามแม้แนวโน้มเศรษฐกิจจะปรับดีขึ้น แต่คงยังไม่ปรับประมาณการการจัดเก็บรายได้ของแต่ละกรมใหม่ เนื่องจากที่ผ่านมาการกำหนดเป้าหมายรายได้ของแต่ละกรมที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลังจัดทำขึ้นได้คาดการณ์เศรษฐกิจครอบคลุมอนาคตไว้แล้ว อีกทั้งเป้าทั้งปีของกรมสรรพากรซึ่งอยู่ที่ 1,097 ล้านบาท ถือเป็น 75% ของรายได้ทั้งหมด กรมสรรพสามิตอยู่ที่ 291,000 ล้านบาท และกรมศุลฯ อีก 73,800 ล้านบาท ก็ยังท้าทายความสามารถของกรมจัดเก็บอยู่แล้ว