
สุเทพนัดก.ตร.กินข้าวก่อนแต่งตั้งนายพล6พ.ย.
สุเทพนัดก.ตร.ผู้ทรงกินข้าวนอกรอบก่อนแต่งตั้งนายพลพรุ่งนี้ โผยังไม่ลงตัวหลายตำแหน่ง ทั้งผบช.น. ผบช.ส. ผบช.สตม.คาดพรุ่งนี้อาจล่มซ้ำ
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน .ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันศุกร์ที่ 6 พ.ย. เวลา 13.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. นัดประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 14/2552 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 อาคาร 1 โดยมีวาระที่สำคัญ ประกอบด้วย เรื่องที่ 1 พล.ต.ต.สุวิระ ทรงเมตตา รองผบช.ภ. 4 ขอความเป็นธรรมเพื่อเพิ่มรายชื่อในบัญชีผู้เหมาะสมเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น เรื่องที่ 2 ตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ10) ตามมติ ก.ตร. ครั้งที่ 4 /2552 เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2552 เรืองที่ 3 การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรองผบ.ตร. – ผบช. และ วาระเพื่อพิจารณาเรื่อง รายงานผลการตรวจสอบการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน กรณีซื้อขายตำแหน่ง ของนายศิริโชค โสภา สส.จ.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันเดียวกัน เวลา 09.00 น. นายสมศักดิ์ บุญทอง ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกข้าราชการตำรวจ หรือ บอร์ดกลั่นกรอง โดยมีพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. รองผบ.ตร. ทุกท่านและยังมี ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิอีก 5 ท่าน ประกอบด้วย นายชัยเกษม นิติศิริ นางเบญจวรรณ สร่างนิทร นายสีมา เสมานันท์ พล.ต.อ.บุญเพ็ญ บำเพ็ญบุญ และพล.ต.อ.นพดล สมบูรณ์ทรัพย์ เข้าร่วมประชุมด้วยตามมติของก.ตร. ที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อข้าราชการตำรวจที่คาดว่าจะได้รับการแต่งตั้ง ในระดับรองผบ.ตร.ที่ว่างลง 2 ตำแหน่ง จะมีการโยก พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี และพล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต ที่ปรึกษา(สบ 10) เข้าดำรงตำแหน่ง รองผบ.ตร.ตำแหน่งหลัก และจะมีการเลื่อน พล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส (นรต.27) ผู้ช่วยผบ.ตร.อาวุโสอันดับ 1 พล.ต.ท.อดุลย์ แสงสิงแก้ว (นรต.29) และพล.ต.ท.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา (นรต.28)ผู้ช่วยผบ.ตร. ขึ้นเป็นที่ปรึกษา(สบ 10) เทียบเท่ารองผบ.ตร.
ระดับผู้ช่วยผบ.ตร.จะมีการเลื่อน พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น.(นรต.30) พล.ต.ท.ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง ผบช.ส.(นรต.25) พล.ต.ท.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ผบช.สตม.(นรต.30) พล.ต.ท.จิโรจน์ ไชยชิต ผบช.ศ.(นรต.28) ขึ้นเป็นผู้ช่วยผบ.ตร.
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในส่วนของตำแหน่งระดับผบช.มีปัญหาอยู่หลายตำแหน่งที่ยังไม่ลงตัว ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่ง ผบช.น.ที่เดิมมีชื่อ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.ภ.8(นรต.28) คนสนิทนายสุเทพ มานั่งเป็นผบช.น. แต่จนถึงขณะนี้มีชื่อ พล.ต.ท.รชต เย็นทรวง ผบช. ประจำ สง.ผบ.ตร.เป็นตัวสอดแทรก ตำแหน่งผบช.ส.ก่อนหน้านี้มีชื่อพล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล รองผบช.ส. (นรต.34) อาวุโสอันดับ 102 และคนสนิทนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเป็นผบช.ส. แต่ถึงขณะนี้ชื่อก็ยังไม่นิ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเพราะพล.ต.ต.ชัยยะ อาวุโสยังน้อย ตำแหน่งผบช.สตม.ก็ยังมีปัญหาเช่นเดียวกันก่อนหน้านี้มีชื่อ พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ ผบช.ปส.ย้ายมาเป็น ผบช.สตม. แต่ถึงขณะนี้มีชื่อพล.ต.ท.บริหาร เสี่ยงอารมณ์ จตร.(สบ.8) และพล.ต.ต.ภัทรชัย หิรัญเวช รองผบช.กมส. มาเป็นตัวสอดแทรก
พล.ต.ต.วิบูลย์ บางท่าไม้ (นรต.28 ) รองผบช.น. เป็นผบช.ภ. 1 สำหรับ ผบช.ภ. 8 ที่ว่างลง เลื่อนให้ พล.ต.ต.พิทักษ์ จารุสมบัติ รองผบช.สตม. เป็น ผบช.ภ.8 พล.ต.ท.วีรยุทธ สิทธิมาลิก ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. คนสนิท พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. เป็นผบช.ภ.9 พล.ต.ต.เฉลิมชัย จงศิริ รองผบช.ภ.ภ เป็นผบช.ภ.4 แทนพล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว จำเลยในคดี 7 ตุลา ที่ถูกคณะกรรมการพิจารณาทัณฑ์ทางวินัยให้ปลดออก พล.ต.ต.จงเจตน์ อาวน์เจนพงศ์ รองนายแพทย์ใหญ่(สบ 7) เป็นนายแพทย์ใหญ่(สบ 8)
พล.ต.ต.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผบช.น.(นรต.36) เด็กในคาถาของนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ขยับขึ้นเป็นผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.ไตรรัตน์ อมาตยกุล นรป.(สบ7) ขึ้นเป็น ผบช.นรป.(สบ8) พล.ต.ต.สันติ เพ็ญสูตร รองผบช.ภ.9 เป็นผบช.สกบ.
พล.ต.ต.ธนากร ศิริอัฐ รองผบช.สตม. เป็นผบช.งป. พล.ต.ท.ชลธาร จิราณรงค์ ผบช.นรป.(สบ 8) เป็นรองหน.รป.(สบ 9) พล.ต.ท.ถวิล สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.7 (นรต.25) เพื่อนร่วมรุ่นพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร. ย้ายมาเป็นจเรตำรวจ(สบ 8) โดยเลื่อน พล.ต.ต.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน รองผบช.น. คนสนิท นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผบช.ภ.7 พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก จเรตำรวจ(สบ 8) เป็นผบช.กพ.
รายงานข่าวแจ้งว่าเมื่อช่วงเที่ยงของวันนี้ นายสุเทพ ได้นัดก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านกินข้าวโดยไม่ระบุสถานที่ เพื่อหรือเรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย แต่ปรากฏว่าหลายตำแหน่งยังไม่ลงตัว ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าในวันพรุ่งนี้อาจจะไม่มีการแต่งตั้ง แต่จะเป็นการหารือเรื่องของบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายเท่านั้น
รายงานข่าวแจ้งว่า ก.ตร.ทั้งหมด จะมาเข้าร่วมประชุม ยกเว้นนายชัยเกษม นิติศิริ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิเพียงคนเดียวติดภารกิจไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้



