
อภิสิทธิ์ประชุมกกถ.เพิ่มงบให้องค์กรท้องถิ่น24%
"มาร์ค" ประชุมกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นฯ เพิ่มงบให้ร้อยละ 24 แต่งตั้ง คกก.ประสานความร่วมมือการดำเนินงานด้านสาธารณสุขระดับจังหวัด ประกอบด้วยไตรภาคี 3 ฝ่าย คือ ผู้ใช้บริการ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพ"
เมื่อเวลา 09.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (กกถ.) ครั้งที่ 6/2552 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล
ที่ประชุมเห็นชอบรายงานการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนรายได้ อปท. จากร้อยละ 25.02 เป็นร้อยละ 25.26 ให้คณะรัฐมนตรี ทราบ และให้คณะอนุกรรมการด้านการเงิน การคลัง และงบประมาณ รับไปพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์การจัดสรรเงินอุดหนุนเฉพาะกิจเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนชุมชนและแผนพัฒนาต่อไป พร้อมเห็นชอบหลักเกณฑ์และแนวทางการจัดสรรเงินกู้เพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจที่จัดสรรเป็นเงินอุดหนุนทั่วไปให้แก่ อปท. ได้แก่ เทศบาลและอบต. จำนวน 23,000 ล้านบาท ดังนี้
1.ให้นำเงินอุดหนุนทั่วไปตามอำนาจหน้าที่ ปีงบประมาณ พ.ศ.2552 ของเทศบาลที่ยกฐานะมาจาก อบต. ในปีงบประมาณ พ.ศ.2552 มารวมกับเงินอุดหนุนทั่วไปตามอำนาจหน้าที่ของเทศบาล เพื่อคำนวณหาสัดส่วนเงินอุดหนุนทั่วไปที่เทศบาลได้รับจากเงินกู้ฟื้นฟูฯ ส่วนที่เหลือให้เป็นสัดส่วนเงินอุดหนุนทั่วไปที่ อบต.ได้รับการจัดสรรค 2.การจัดสรรให้แก่เทศบาลแต่ละแห่งให้จัดสรร ร้อยละ 50 ตามจำนวนประชากร และร้อยละ 50 แบ่งเท่ากันทุกแห่ง สำหรับเทศบาลที่ยกฐานะจาก อบต.ในปีงบประมาณ พ.ศ.2552 เมื่อได้รับการจัดสรรตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวแล้ว หากเงินอุดหนุนทั่วไปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 50 ของเงินอุดหนุนทั่วไปตามอำนาจหน้าที่ที่ได้รับการจัดสรรในปีงบประมาณพ.ศ.2552 ให้ได้รับการจัดสรรเพิ่มไม่เกินร้อยละ 50 และ 3.การจัดสรรให้แก่ อบต. แต่ละแห่งให้จัดสรร ร้อยละ 65 ตาม จำนวนประชากร และร้อยละ 35 แบ่งเท่ากันทุกแห่ง ทั้งนี้ให้ อปท. จัดทำแผนดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายเงินตามที่คณะกรรมการกลั่นกรองและบริหารโครงการฯ กำหนดและให้ฝ่ายเลขานุการจัดทำประกาศ กกถ. กำหนดหลักเกณฑ์ต่อไป
ที่ประชุมเห็นชอบร่างคำสั่งคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการประสานความร่วมมือการดำเนินงานด้านสาธารณสุขระดับจังหวัด ประกอบด้วย ไตรภาคี 3 ฝ่ายๆ ละเท่าๆ กัน ได้แก่ ผู้ใช้บริการ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยประธานกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการประสานความร่วมมือฯ ให้คณะกรรมการคัดเลือกกันเองตามความเหมาะสมตามบริบทของจังหวัดนั้นๆ มีอำนาจหน้าที่ อาทิ ประสานความร่วมมือกับหน่วยผู้ให้บริการ และผู้สนับสนุน เพื่อให้การกระจายอำนาจด้านสุขภาพขับเคลื่อนไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด
รวมทั้งกำหนดเป้าหมายและกรอบแนวทางในการจัดบริการด้านสุขภาพของหน่วยบริการ ระดมทรัพยากรและบริหารจัดการทรัพยากรแบบมีส่วนร่วมเพื่อให้การดำเนินงานด้านสุขภาพเกิดประโยชน์สูงสุด ฯลฯ และคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการประสานความร่วมมือการกระจายอำนาจด้านสาธารณสุขส่วนกลาง ประกอบด้วย
ผู้แทนระดับผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุข สปสช. และเครือข่ายของ อปท. โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธานกรรมการ มีอำนาจหน้าที่ ประสานความร่วมมือหรือดำเนินการร่วมกับคณะกรรมการประสานความร่วมมือการดำเนินงานด้านสาธารณสุขระดับจังหวัด เพื่อให้การกระจายอำนาจด้านสุขภาพมีการเชื่อมโยง และสามารถขับเคลื่อนไปอย่างมีประสิทธิภาพ กำหนดแนวทางการติดตามประเมินผลองค์การบริหารส่วนจังหวัดในแต่ละพื้นที่ โดยมีกรอบระยะเวลาการดำเนินการ 6 เดือน หลังจากมีการดำเนินการร่วมกันภายในจังหวัด เพื่อตัดสินใจว่า ในแต่ละจังหวัดจะเหมาะสมกับรูปแบบใด โดยให้ผู้บริการเห็นด้วย และองค์การบริหารส่วนจังหวัดมีความพร้อม ประชาชนผู้รับบริการได้รับประโยชน์ หากองค์การบริหารส่วนจังหวัดใดยังไม่พร้อมให้ขยายระยะเวลาได้ไม่เกิน 12 เดือน เป็นต้น
สำหรับการถ่ายโอน สอ. นำร่อง จำนวน 35 แห่ง ให้กับ อปท. จำนวน 30 แห่ง ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการถ่ายโอนไปแล้ว จำนวน 28 แห่ง คงเหลือ สอ. ที่ต้องถ่ายโอน จำนวน 7 แห่ง ให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการให้ครบตามเป้าหมาย ให้แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2553 และให้ดำเนินการประเมินความพร้อมของ อปท. จำนวน 325 แห่ง ที่ประสงค์จะรับโอน สอ. รวม 492 แห่ง



