ข่าว

เผยข้อตกลงอาเซียน-ญี่ปุ่นดันยอดส่งออกสินค้าไทย

เผยข้อตกลงอาเซียน-ญี่ปุ่นดันยอดส่งออกสินค้าไทย

05 พ.ย. 2552

รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ระบุความตกลงอาเซียน-ญี่ปุ่น (AJCEP) เป็นแต้มต่อผู้ส่งออกไทยรุกตลาดญี่ปุ่น ระบุเปิดสินค้าไทยเพิ่มจากเจเทป้า (JTEPA) อีกกว่า 70 รายการ เผยมูลค่าการค้าปี 51 พุ่ง 5.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เชื่อปี 53 ดันมูลค่าการค้า-ส่งออกขยายตัว

 นางอัญชนา วิทยาธรรมธัช รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยหลังงานสัมนาเรื่องการแข่งขันส่งออกได้ด้วยสิทธิ : อาเซียน-ญี่ปุ่น และเกาหลี จัดโดยกรมการค้าต่างประเทศ วันนี้ (5 พ.ย.) ที่โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ ว่า ความตกลงอาเซียน-ญี่ปุ่น (AJCEP) เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2552 ถือเป็นแต้มต่ออีกช่องทางหนึ่งทำให้ผู้ส่งออกไทยได้เลือกใช้สิทธิประโยชน์ในการส่งออกไปตลาดญี่ปุ่น จากเดิมที่ประเทศไทยได้ประโยชน์จากความตกลงเอฟทีเอไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) โดยญี่ปุ่นได้เปิดตลาดให้กับสินค้าไทยภายใต้ความตกลงอาเซียน-ญี่ปุ่น (AJCEP) เพิ่มขึ้นจำนวน 70 รายงาน ทั้งผลิตภัณฑ์จากปลา กล้วย อาหารแปรรูป ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี ไม้อัด ไม้แปรรูป ฯลฯ

 ทั้งนี้ ความตกลงดังกล่าวยังได้ผ่อนปรนกฎแหล่งกำเนิดสินค้าให้ยืดหยุ่นกว่าความตกลงเอฟทีเอไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) โดยอนุญาตให้นำวัตถุดิบที่ได้แหล่งกำเนิดจากประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ และญี่ปุ่น มาสะสมได้กับทุกสินค้า จากเดิมต้องใช้วัตถุดิบจากไทยและญี่ปุ่นเท่านั้น ทั้งนี้ ในปี 2551 ประเทศไทยและญี่ปุ่นมีมูลค่าการค้าระหว่างกันสูงถึง 53,850.81 ล้านเหรียญสหรัฐ มีอัตราขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.59 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2550 ที่มีมูลค่าการค้า 50,053.30 ล้านเหรีญญสหรัฐ

 โดยประเทศไทยส่งออกไปญี่ปุ่นมูลค่า 20,085.12 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะเดียวกันประเทศไทยนำเข้าคิดเป็นมูลค่า 33,765.69 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ประเทศไทยขาดดุลการค้ากว่า 13,680.57 ล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ คาดว่าความตกลงอาเซียน-ญี่ปุ่น (AJCEP) จะกระตุ้นมูลค่าการค้าและการส่งออกระหว่างไทยกับญี่ปุ่นให้ขยายตัวไม่น้อยกว่าร้อยละ 10

 นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้เข้าร่วมความตกลงอาเซียน-เกาหลี ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2552 โดยลด เลิกภาษีนำเข้าอละอุปสรรคทางการค้าต่างๆ นับเป็นโอกาสที่จะช่วยขยายสินค้าระหว่างไทยกับเกาหลีให้มายิ่งขึ้น โดยเมื่อปีที่ผ่านมา การค้าระหว่างไทย-เกาหลี มีมูลค่ากว่า 10,567.55 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งภายหลังการทำความตกลงแฃ้วในปี 2553 สินค้าส่งออกจากไทยกว่า 90% จะได้รับสิทธิพิเศษจากการที่เกาหลีลดภาษีนำเข้าเหลือศูนย์

 ทั้งนี้ เชื่อว่าสินค้าประเทศอัญมณี เครื่องประดับ สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม ยางรถยนต์ มอเตอร์ไฟฟ้า กากน้ำตาล ปลาแช่แข็ง แผ่นชิ้นไม้อัด รองเท้ากีฬา ฯลฯ จะได้รับประโยชน์จากการเปิดตลาดเสรีของประเทศเกาหลีได้เป็นอย่างมาก