
เริ่มประชุม4ฝ่ายยุติปัญหาตลาดคลองเตย
คลองเตยประชุม 4 ฝ่ายหาข้อยุติ รมช.คมนาคม เผยลีเกิ้ลต้องรับสภาพ สูญเสียรายได้ เผยหากหมดสัญญา การท่าเรือเตรียมแผนพัฒนาพื้นที่ เตรียมหารือผู้ค้าช่วงบ่ายอีกรอบ ขณะที่ลีเกิ้ลยันไม่สร้างสถานการณ์ ระบุเสียผลประโยชน์ 90 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ตร.เพิ่มกำลังตำรวจดูแล
(5พ.ย.) การท่าเรือแห่งประเทศไทย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัญหาความขัดแย้งของพ่อค้าแม่ค้าในตลาดคลองเตยกับ พนักงานบริษัทลีเกิ้ล โปรเฟสชั่นเนล จำกัด วันนี้ได้มีการเรียกประชุมผู้เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางการแก้ปัญญา โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด 4 ฝ่าย ประกอบด้วย ฝ่ายการท่าเรือมี นางสุนิดา สกุลรัตนะ ผู้อำนวยการการท่าเรือ นายพิเชฐ มั่นคง รองผู้อำนวยการการท่าเรือ นางสาวลาวัลย์ อังคีรส ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาการและบริหารธุรกิจ นายกิจจา นันทวงษ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาการและบริหารธุรกิจ นายเอกรินทร์ ภู่แสนธนาสาร ผช.อทร.(บธ)
ฝ่ายเจ้าหน้าที่ฝ่ายกระทรวงคมนาคม มีนายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. พ.ต.อ.ฉัตรชัย เรียนเมฆ รองผบกศูนย์สืบสวนบช.น. และนายธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานบริษัทลีเกิ้ล โปรเฟสชั่นเนล จำกัด
โดยการประชุมได้จัดขึ้นที่ห้องคณะกรรมการการท่าเรือแห่งประเทศไทย บริเวณชั้น 18 ของอาคารการท่าเรือ กระทั่งเวลา 12.30 น. นายธรรมนัส ได้เปิดเผยว่า ปัญหาของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากการที่ผู้ค้าไม่รักษากติกา โดยอ้างคำสั่งศาลจนทำให้บริษัทไม่สามารถเข้าไปปรับปรุงพื้นที่ได้ ทางออกของการแก้ปัญหาทั้งหมดคือให้ผู้ค้าเข้าไปทำสัญญากับบริษัทอย่างถูกต้อง เพราะตอนนี้บริษัทศูนย์เสียรายได้ 90 เปอร์เซ็นต์ จากการลงทุนกว่า 200 ล้าน
“ขอยืนยันว่าทางบริษัทไม่ได้สร้างสถานการณ์ ให้มีการทะเลาะวิวาทในพื้นที่ คงไม่มีใครคิดจะทำลายบ้านของตัวเองหรือ รู้แม้กระทั่งว่าการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงในแต่ละครั้ง ทางพ่อค้าแม่ค้า จะสามารถนำไปร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจนทำให้ต้องยกเลิกสัญญาในการสัมปทานครั้งนี้ได้ ซึ่งในคืนลอยกระทงที่ผ่านมา ทราบว่าพ่อค้าแม่ค้ามีการเตรียมอาวุธที่จะก่อเหตุความรุนแรง โดยทางบริษัทได้ประสานกับตำรวจเพื่อหามาตรการป้องกัน กระทั่งมีตำรวจยศ พ.ต.ท.โดนยิง“ นายธรรมนัส
ขณะที่นายเกื้อกูล เปิดเผยว่า ทางบ.ลีเกิ้ลยินดีที่จะปฎิบัติตามข้อเรียกร้อง ที่จะไม่เข้าไปวุ่นให้กลับคืนสู่จุดก่อนที่มีการตกลงกับพล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ซึ่งได้ตกลงกันไว้กับบริษัทลีเกิ้ล ยืนยันว่าการเรียกร้องตามสัญญา ลีเกิ้ลไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้อยู่แล้ว เมื่อครบกำหนดสัญญาลีเกิ้ลพร้อมที่จะออกไป ถ้าการท่าเรือไม่ให้มีการประมูลต่อข้อตกลงของพล.ต.ท.อัศวิน ซึ่งเป็นข้อดีอยู่แล้ว
“ช่วงบ่ายทางด้านพ่อค้า ก็จะเข้ามาร่วมประชุม เพื่อที่จะได้รู้ว่าควรทำอะไรต่อไป และให้ออกมาเป็นผลดีที่สุด ด้วยความห่วงใยของทุกฝ่าย ที่อยากให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสงบโดยเร็ว โดยต้องมีข้อตกลงเพื่อลดความขัดแย้งทั้งสองฝ่าย โดยยึดถึงประโยชน์ของประชาชนและรัฐบาลเป็นที่ตั้ง “นายเกื้อกูล กล่าว
นายเกื้อกูล กล่าวต่อว่า ส่วนจุดที่มีปัญหาการฟ้องร้องกันอยู่ทางลีเกิ้ลต้องไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว ซึ่งทางบริษัทลีเกิ้ลก็ยินดีและยึดถือปฎิบัติตามนั้น สิ่งที่ต้องทำตามสัญญากับทางท่าเรือก็ต้องปฎิบัติต่อไป ซึ่งตอนนี้บริษัทลีเกิ้ลยังสามรถเข้าไปภายในตลาด 4 ได้ แต่ว่าในจุดที่เคลือบแคลงสงสัย ไม่สามารถที่จะเข้าไปได้ โดยให้ดำเนินการทางกฎหมายไป
“ ส่วนที่ทางลีเกิ้ลอ้างว่าได้สูญเสียรายได้เป็นจำนวนมากจากการปรับปรุงไม่ได้ นั้น ก็ต้องรับตามสภาพ ซึ่งทางลีเกิ้ลก็ได้เรียกร้องกับทางเราเห็นใจ แต่ในข้อสรุปนั้นทางลีเกิ้ลก็ไม่ได้ติดใจในเรื่องนี้ เพราะว่าเราต้องรับตามสภาพที่เกิดขึ้นซึ่งต้องเข้าใจว่าข้อตกลงของการท่าเรือเป็นอย่างไร ซึ่งทางลีเกิ้ลก็ยินดีที่จะปฎิบัติตาม “นายเกื้อกูล กล่าว
นายเกื้อกูล กล่าวทิ้งท้ายว่า ส่วนรายได้ที่หายไป90 เปอร์เซ็นต์ ก็คงไม่ชดใช้ให้ เพราะไม่ได้อยู่ในข้อตกลง เมื่อหมดสัญญาแล้ว ทางการท่าเรือจะไม่ให้หน่วยงานอื่นสัปทานต่อเพราะการท่าเรือมีแผนจะนำพื้นที่มาพัฒนา เพราะฉะนั้น8-9 ปีที่เหลือ จะไม่ต่อสัญญาให้ผู้ใดเลย
ส่วนพล.ต.ท.วรพงษ์ เปิดเผยว่า ตำรวจในฐานะคนกลาง ก็พยายามที่จะทำให้ทั้งสองฝ่ายไม่กระทบกระทั่งกัน รวมทั้งไม่ให้ใช้ความรุนแรง ซึ่งขณะนี้ ตำรวจได้มีการเรียกกำลัง จากหน่วยงานอื่น มาป้องกันเหตุการณ์ โดยได้มีการเรียกกำลังถึงวันละ150 นาย เพื่อป้องกันเหตุ ซึ่งในวันนี้ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดี เพราะเจ้าของสัญญาได้มีการลงมาเจรจา หาข้อยุติเอง



