ข่าว

ไทยเบฟต่อยอดตั้งเป้าพัฒนา "คน"

ไทยเบฟต่อยอดตั้งเป้าพัฒนา "คน"

06 พ.ย. 2552

ย่างเข้าเดือนพฤศจิกายน ลมหนาวเริ่มมาเยือน โดยเฉพาะในภาคเหนือและอีสานของประเทศ ซึ่งในช่วงนี้บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จะถือเป็นช่วงของการทำกิจกรรมใหญ่อีกหนึ่งโครงการ นั่นก็คือ “ไทยเบฟ...รวมใจต้านภัยหนาว” สร้างความอบอุ่นให้คนยากไร้ด้วยคาราวานผ้าห่มส

  แม้คณะของเราจะต้องตื่นกันแต่เช้าราวตี 4 เพื่อมาให้ทันเที่ยวบิน 6 โมงเช้า เพื่อมุ่งหน้าไปอุดรธานี แต่ทุกคนก็ดูเต็มอกเต็มใจ โดยเฉพาะเมื่อเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทาง แล้วพบว่ามีชาวบ้านและข้าราชการมาต้อนรับอย่างอบอุ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้เฒ่าผู้แก่ ที่ต้องการผ้าห่มไปช่วยคลายความหนาวเย็นที่เริ่มสัมผัสได้บ้างแล้วในพื้นที่ภาคอีสาน
"ใหม่" ฐาปน  เล่าถึงที่มาที่ไปของโครงการด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า จุดกำเนิดของการแจกผ้าห่มมาจากแนวคิดของรองประธาน ซึ่งก็คือ คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี เมื่อ 10 ปีที่แล้ว คำว่า ซีเอสอาร์ ยังไม่เกิดขึ้น ช่วงนั้นในภาคเหนือและอีสานต้องผจญกับภัยหนาวอย่างหนัก จึงมีแนวคิดที่จะช่วยให้คนไทยที่ยากจนในพื้นที่หนาวเย็นได้รับความอบอุ่น ก็คิดถึงการแจกผ้าห่ม โดยการร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยแจกผ้าห่มในปีแรกจำนวน 2 แสนผืน

 “โครงการแจกผ้าห่มของเราได้รับการตอบรับอย่างดี จึงทำให้โครงการนี้มีต่อเนื่องมาจนปีที่ 10 แล้ว มีการแจกผ้าครบ 2 ล้านผืน ซึ่งการแจกของเราไม่ใช่แค่การแจกแล้วจบ เวลาเราไปในพื้นที่เราก็สนใจสภาพแวดล้อมและผู้คนในพื้นที่ด้วย เพื่อช่วยเหลือในด้านอื่นๆ เช่น การบริจาคเงินสร้างห้องสมุด ดูแลด้านการศึกษาและการกีฬา เพื่อพัฒนาผู้คนในชุมชนด้วย”
ทั้งนี้ ผู้บริหารหนุ่มอธิบายเพิ่มเติมว่า เป้าหมายโครงการซีเอสอาร์ของไทยเบฟไม่ใช่แค่แจกแล้วจบ แต่จะเน้นคุณภาพของโครงการมีการต่อยอดทางความคิด มองถึงการสร้างปัญญา พัฒนาความรู้ความสามารถของคนไทย ซึ่งที่ผ่านมาก็ทำมาหลายโครงการ ทั้งสนับสนุนด้านการศึกษา สังคม กีฬา วัฒนธรรม ศิลปะ และสาธารณสุข ส่งเสริมให้คนไทยก้าวไปแข่งขันในเวทีโลกในด้านต่างๆ

 ทายาทค่ายช้างมองว่า การส่งเสริมคนให้พัฒนาเป็นเรื่องสำคัญ เพราะโลกทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ในภาคธุรกิจการค้าการลงทุนก้าวไปสู่การแข่งขันเสรี แนวคิดก็เปลี่ยนแปลงไป เทคโนโลยีไม่ได้หยุดนิ่ง สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนมีผลต่อพฤติกรรมของคนอย่างมากมายที่ต้องตามให้ทัน

 ปัจจุบันไทยเบฟให้งบประมาณในการทำซีเอสอาร์ประมาณรวม 200-300 ล้านบาทต่อปี และในอนาคตอีก 3-5 ปีข้างหน้า จะพยายามเพิ่มขึ้นให้เป็น 50% ของงบในการทำตลาดที่มีอยู่ประมาณปีละ 1 พันล้านบาท อย่างไรก็ตาม คุณหนุ่มบอกว่าไม่อยากให้มองเรื่องตัวเงินเป็นหลัก อยากให้มองเรื่องคุณค่าทางจิตใจมากกว่า

 "การแจกผ้าห่มเป็นกิจกรรมที่ไทยเบฟภาคภูมิใจ เป็นโครงการที่ลงลึกถึงรากหญ้า ทำให้คนที่ได้รับรู้ถึงความสำคัญของพวกเขา ตอกย้ำให้เห็นว่าเราไม่เคยทอดทิ้งคนไทยด้วยกัน จนการแจกผ้าห่มเป็นเหมือนสัญลักษณ์ที่คู่กับไทยเบฟไปแล้ว" คุณหนุ่มกล่าวทิ้งท้าย