ข่าว

บิ๊กจิ๋วอย่าเพิ่มความงุนงงให้แก่ความสับสน

บิ๊กจิ๋วอย่าเพิ่มความงุนงงให้แก่ความสับสน

05 พ.ย. 2552

พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ บิ๊กจิ๋วไปใต้ ก่อนไปเสนอตั้งนครปัตตานี บอกว่าคล้ายๆ กับ กทม. อยู่ภายใต้กฎหมายไทยแต่ไม่สามารถจะบอกรายละเอียดว่าข้อเสนอนี้คืออะไรอย่างไรกันแน่

 โฆษกรัฐบาล คุณปณิธาน วัฒนายากร บอกว่า เรื่องนี้เป็นแนวคิดที่มีมาตั้งแต่สมัย พล.อ.ชวลิต เป็นรัฐบาลแล้ว อาจารย์ปณิธานถามว่า ทำไมตอนเป็นรัฐบาลจึงผลักดันไม่สำเร็จ

 นอกจากนี้การปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารงานในพื้นที่มักจะนำมาสู่การสร้างปัญหาที่ซับซ้อนกว่าเดิม บทเรียนที่ผ่านมาคือการยุบ ศอ.บต. หรือศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าหากจะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างก็ต้องมาจากการยอมรับอย่างกว้างขวางของคนในพื้นที่ 

 อาจารย์ปณิธาน บอกว่า ไม่ใช่ผู้นำกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือกองกำลังใดกองกำลังหนึ่ง ซึ่งต้องพิสูจน์ด้วยว่าไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

 อาจารย์ปณิธาน บอกว่า แนวคิดการตั้งนครปัตตานีที่จะให้คนในพื้นที่เก็บภาษีได้เอง เลี้ยงตัวเองได้และเลือกผู้นำเองได้ เชื่อว่าประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่เอาด้วย เพราะเป็นเพียงความต้องการของคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น

 อาจารย์ปณิธาน บอกต่อว่า ในอดีตกลุ่มแบ่งแยกดินแดนเคยพยายามผลักดันแนวคิดนี้ บางยุคมีอดีต ส.ส.บางคนถึงขั้นเสนอให้นำระบบสุลต่านกลับมาใช้ จนถูกฝ่ายความมั่นคงเพ่งเล็งเป็นพิเศษมาแล้ว

 นักข่าวก็ถามอาจารย์ปณิธาน ว่า ตราบใดที่รัฐบาลชุดนี้ยังอยู่จะไม่มีนครปัตตานีเกิดขึ้นใช่หรือไม่ คุณปณิธาน บอกว่า แนวทางของ พล.อ.ชวลิต เป็นการนำแนวคิดของคนกลุ่มหนึ่งมาทดลองทำ ทดลองยุบ ทดลองสร้าง ถ้าทำได้ก็ไปได้ไกล อย่างอีสานเขียวก็บอกว่าไปได้ แต่เรื่องชีวิตคนและเรื่องประเทศไม่สามารถไปทดลองผิดทดลองถูกได้ โดยไม่ฟังเสียงสะท้อนอย่างรอบคอบ

 แนวคิดเรื่องนครรัฐปัตตานีนั้นจะดีหรือไม่ดี จะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่เป็นเรื่องที่ต้องถกกัน แต่ว่าการที่อยู่ดีๆ พล.อ.ชวลิต โยนความคิดนี้ขึ้นมาโดยที่ประชาชนทั่วไปไม่เข้าใจเบื้องหน้าเบื้องหลัง ไม่รู้ว่า คำว่านครปัตตานี หรือนครรัฐปัตตานีนั้นมีความหมายอย่างไร ย่อมสร้างความสับสน

 และยิ่งเมื่ออาจารย์ปณิธานออกมาบอกว่า นี่เป็นแนวคิดเก่า ก็ยิ่งทำให้เกิดความสับสนในหมู่ประชาชนว่า ตกลงแนวคิดเรื่องนครรัฐปัตตานีเป็นอย่างไรกันแน่ ใครได้ใครเสียอย่างไร อำนาจส่วนกลางจะอยู่อย่างไร และความสัมพันธ์ระหว่างนครรัฐกับส่วนต่างๆ ของประเทศไทยเป็นเช่นไร ไม่มีความชัดเจน

 ฉะนั้นเรื่องการโยนหินถามทางก็ดี การเสนอแนวคิดแก้ปัญหาภาคใต้ก็ดี ทุกคนมีสิทธิ ทุกคนมีหน้าที่ที่จะคิด แต่ว่าความคิดต่างๆ ที่จะเสนอต่อสาธารณชนนั้นจะต้องมีความชัดเจนเป็นขั้นเป็นตอนอธิบายได้ว่า ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตรงไหนอย่างไร ข้อดีเป็นอย่างไร ข้อเสียเป็นอย่างไร

 ไม่ใช่สัมภาษณ์คลุมๆ เครือๆ ตอบคำถามชัดเจนไม่ได้ ทำให้ไม่สามารถจะถกแถลงกันด้วยเนื้อหาสาระอย่างเป็นระบบ และสร้างความสับสนอลหม่านโดยไม่จำเป็น

สุทธิชัย หยุ่น