ข่าว

บทบาทสหภาพที่ต้องทบทวน

บทบาทสหภาพที่ต้องทบทวน

05 พ.ย. 2552

เมื่อสัปดาห์ก่อนพ่อค้าประชาชนที่ต้องพึ่งบริการรถไฟไทยต้องประสบความเดือดร้อนเนื่องจากรถไฟหยุดเดินไปหลายขบวนโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า

สมาชิกสหภาพรถไฟอ้างเหตุแก่สาธารณชนว่าที่จำเป็นต้องหยุดรถเพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของประชาชนเนื่องจากหัวรถจักรไม่สมบูรณ์ การรถไฟฯ ประเมินความเสียหายไว้หลายสิบล้านบาทแต่ก็ไม่ได้ประเมินถึงความเสียหายเดือดร้อนที่พ่อค้าประชาชนได้รับ

 ผมจะไม่วิเคราะห์ปัญหาเรื่องนี้ว่าใครผิดใครถูก เพราะสังคมทุกวันนี้ดูเหมือนจะตัดสินความผิดถูกโดยยึดหลักพวกใครพวกมัน แต่ผมจะวิเคราะห์บทบาทของสหภาพทั่วๆ ไป

 เมื่อสหรัฐอเมริกาประสบวิกฤติทางเศรษฐกิจจนทำให้ทั้งธนาคารและบริษัทอุตสาหกรรมใหญ่ๆ เช่นบริษัทผลิตรถยนต์เก่าแก่ต้องถึงขั้นใกล้ล้มละลายนั้น นักวิเคราะห์ได้ศึกษาถึงสาเหตุสำคัญที่สร้างปัญหาให้แก่บริษัทผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่นั้นพบว่าปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากค่าจ้างแรงงานที่สูงเกินพอดี กล่าวคือทั้งอัตราค่าจ้างสูงและสิทธิประโยชน์อย่างอื่นที่เหลือเฟือ ทั้งนี้เป็นเพราะสัญญาระหว่างบริษัทกับสหภาพที่เป็นมาหลายปี ทำให้ฐานะการเงินบริษัทไม่มั่นคง ฉะนั้นเมื่อโดนมรสุมจากวิกฤติเศรษฐกิจจึงล้มครืนลงง่ายดายอย่างไม่น่าเชื่อ

 เร็วๆ นี้สายการบินหลักของญี่ปุ่นซึ่งเคยเป็นเจ้าเวหาก็กำลังจะประสบชะตากรรมเช่นเดียวกัน ตามแผนผ่าตัดใหญ่ของสายการบินแห่งนี้ที่เปิดเผยออกมาก็หนีไม่พ้นเรื่องฝีมือของสหภาพ ที่ทำให้ต้นทุนค่าแรงงานสูงเกินความจำเป็น ตามข่าวว่าถ้าจะชุบชีวิตสายการบินนี้ใหม่ก็จะต้องปลดพนักงานออกถึง 6,000 อัตรา

 ทั้งหลายทั้งปวงนี้ต้องยอมรับว่าเป็นเพราะฝีมือสหภาพของบริษัทนั้นๆ ในการเจรจาต่อรองกับฝ่ายจัดการจนทำให้ต้องยินยอมเพิ่มค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ และบางบริษัทก็พบว่าฝ่ายจัดการและสหภาพถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน มึงบ้าง กูบ้าง อย่างเช่นบริษัทรถยนต์อเมริกันนั้น บริษัทจะเจ๊งอยู่แล้วฝ่ายจัดการยังขี่เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวไปเข้าประชุมที่กรุงวอชิงตัน จนถูก ส.ส.ด่า

 ต้องทบทวนทฤษฎีแรงงานย้อนหลังโดยใน ระบบทุนนิยมยุคนายทุน นั้น นายทุนบางรายเอารัดเอาเปรียบผู้ใช้แรงงานอยู่เป็นอันมาก จึงได้เกิดขบวนการสหภาพแรงงานขึ้นเพื่อต่อรองกับนายทุนหน้าเลือดเหล่านั้น แต่โครงสร้างเศรษฐกิจของโลกโดยเฉพาะทางซีกตะวันตกได้เปลี่ยนแปลงไป โดยถึงแม้ยังอยู่ภายใต้ระบบทุนนิยม แต่ “นายทุน” นั้นหายไปเกือบหมดแล้ว มีมหาชนเข้าเป็นเจ้าของกิจการแทน ฉะนั้น ถ้ามีปัญหาการต่อรองจึงเป็นไประหว่างลูกจ้างต่อลูกจ้างด้วยกัน (สหภาพกับฝ่ายจัดการ) จึงมักจะเกิดการซูเอี๋ยกันทั้งสองฝ่าย ทำให้บริษัทต้องแบกภาระและเกิดความเสียหายอย่างที่เห็นๆ กัน

 หันมามองสภาวะในประเทศไทยดูบ้าง รัฐวิสาหกิจก็อยู่ในสภาพเหมือนกับบริษัทมหาชนของโลกตะวันตก กล่าวคือไม่มีเจ้าของ (นายทุน) อันแท้จริง ถ้าฝ่ายผู้บริหารและสหภาพปรับผลประโยชน์กันได้ลงตัว องค์การนั้น ๆ ก็ดูจะสงบเงียบ แต่ไม่ได้หมายความว่าองค์การนั้นทำประโยชน์สูงสุดให้แก่เจ้าของ (ประชาชน)

 ถึงคราวหรือยังที่ผู้รับผิดชอบจะทบทวนบทบาทของขบวนการแรงงานรัฐวิสาหกิจของไทยโดยทั่วไปเสียที

 นายหนูใหญ่
[email protected]