ข่าว

"ทษช."ขึ้น BTS ยาหอมแก้ราคาค่าโดยสาร

"ทษช."ขึ้น BTS ยาหอมแก้ราคาค่าโดยสาร

10 ม.ค. 2562

"ประภัสร์"อดีตผู้ว่า รฟม.-จาตุรนต์ขึ้น BTS สำรวจเส้นทาง-ค่าโดยสาร ชูลดค่าโดยสาร-แก้ปัญหาใช้บัตรเดียวสะดวกจุดเชื่อมต่อตั้งข้อสังเกตสัญญาเพื่อปชช.หรือบริษัท

 

                 10 มกราคม 2562  ที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) หมอชิต   "นายประภัสร์ จงสงวน" อดีตผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.)  

 

 

                 พร้อมด้วยแกนนำพรรค-สมาชิกพรรค และนายพงศ์เกษม สัตยประเสริฐ โฆษกพรรค นำคณะสื่อมวลชนขึ้นรถไฟฟ้า เดินทางไปยังสถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อสำรวจสภาพการใช้ระบบขนส่งมวลชนรถไฟฟ้า BTS และนำข้อมูลมาประมวลเป็นนโยบายแก้ไขปัญหาสภาพจราจรและการบริการขนส่งมวลชน โดยระหว่างเดินทาง "นายจาตุรนต์ ฉายแสง" ประธานยุทธศาสตร์ ทษช. ก็ได้มาดักรอขึ้นพร้อมคณะนายประภัสร์ ที่สถานีรถไฟฟ้า BTS อารีย์

 

                 โดยเมื่อเดินทางมาถึงสถานี BTS อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ "นายจาตุรนต์ ฉายแสง" ประธานยุทธศาสตร์ ทษช. กล่าวว่า  พรรค ทษช. กำลังให้ความสนใจกับเรื่องขนส่งมวลชนทั้งรถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ ว่าจะทำอย่างไรให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในการเดินทางติดต่อถึงกันและเป็นส่วนหนึ่งของระบบโลจิสติกส์ของประเทศ โดยในวันนี้มาลองสำรวจดูค่าโดยสารว่าจะทำอย่างไรไม่ให้ค่าโดยสารแพงเกินไปตามเจตนารมณ์ของการมีรถไฟฟ้าซึ่งเป็นระบบขนส่งมวลชนขึ้นมา ขณะที่เราจะศึกษาระบบคมนาคมทั้งระบบแล้วจะทำเป็นนโยบายต่อไป

 

                 ขณะที่ "นายประภัสร์ จงสงวน" อดีตผู้ว่า รฟม. กล่าวว่า จริง ๆ รถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) ก็ดำเนินโครงการมานานแล้ว โดยเป็นผลพวงจากการที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) จะทำสัญญากับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งแต่ก็มีปัญหาเสียก่อน รฟม.จึงนพมาทำแทน ขณะที่เจตนารมณ์การก่อสร้างตั้งแต่แรกนั้น คือให้พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่สามารถใช้ระบบขนส่งได้ แต่จากวันนี้ที่เราได้มาสำรวจและก่อนหน้านี้ที่มีการร้องเรียนมาว่าเรื่องค่าโดยสารนั้นประชาชนยังค่อนข้างไม่เข้าใจเพราะเห็นว่าเมื่อเส้นทางมากขึ้น

 

                  รัฐบาลก็มีส่วนร่วมในลงทุนมากขึ้น ราคาค่าโดยสารก็น่าจะถูกลง แต่กลายเป็นว่าวันนี้ค่าโดยสารแพงขึ้น เมื่อมีการต่อเชื่อมเส้นทางครั้งหนึ่งก็ขึ้นราคาโดยที่ส่วนเดิมก็ไม่มีการลดราคา จึงจะเป็นประเด็นที่เรานำมาพิจารณาต่อไปว่าค่าโดยสารที่เหมาะสมควรจริง ๆ เมื่อเทียบกับค่าครองชีพแล้วควรเป็นอย่างไร แม้จะเคยมีหลายๆ คนเคยพูดว่าประเทศไทยถูกกว่าต่างประเทศแต่จริง ๆ แล้วอย่าลืมว่าในต่างประเทศค่าครองชีพเขาเท่าไร ค่าแรง ค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำเขาเท่าไร ส่วนค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำบ้านเราอยู่ที่วันละ 300 บาทก็ยังไม่ได้ปรับเพิ่มซึ่งกลุ่มคนที่รับเงินเท่านี้แทบจะใช้ระบบขนส่งเช่นนี้ไม่ได้เลยเพราะอย่างวันนี้ที่ทดลองขึ้นมาขนาดยังเดินทางแบบเต็มที่ก็เกือบจะ 100 บาท/คนแล้ว ดังนั้นก็มีประเด็นด้วยว่ายิ่งถ้ามากันเป็นครอบครัวเงินที่หามาได้อาจไม่พอ เราจึงจะดูต่อไปว่าราคาที่เหมาะสมควรอยู่ที่เท่าใดเมื่อเทียบกับค่าครองชีพของบุคคล

 

 

                 "นายประภัสร์" อดีตผู้ว่า รฟม. ยังกล่าวตั้งข้อสังเกตอีกว่า  BTS ก็มีเส้นทางสายหลักที่เป็นตัวดูดดึงผู้โดยสารมากที่สุด เช่น เส้นทางผ่านไปสยาม ไปสุขุมวิท และเส้นที่มายังพหลโยธิน ตรงนี้สัญญาใกล้จะหมดแล้ว แต่ก็มีการต่อสัญญาไปแล้วโดยขยายเส้นทางออกไปซึ่งเริ่มที่ฝั่งธนบุรีก่อน ซึ่งตนเชื่อว่าประชาชนและสื่อคงยังไม่ทราบว่าเงื่อนไขจริง ๆ คืออะไรโดยเราทราบว่ามีเพียงการจ้างเดินรถแต่ในเงื่อนผลประโยชน์เป็นอย่างไรยไม่ทราบ และที่ผ่านมารัฐบาลก็ยังนำเส้นทางสายสีเขียวซึ่งเป็นเส้นทางของ รฟม. เอามายกให้กับ BTS อีกโดยที่ก็ไม่มีความชัดเจนว่าที่ยกให้นั้นมีเงื่อนไขอะไรแล้วจะเกี่ยวกับเรื่องค่าโดยสารอย่างไรบ้าง ซึ่งเชื่อว่าเป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนอยากทราบมากๆ ว่า เมื่อ รฟม. ลงทุนก่อสร้างแล้วไม่มีผลอะไรเลยหรือเมื่อเงินซึ่งนำมาลงทุนคือเงินภาษีของประชาชน เรื่องนี้เราจึงต้องเข้าไปดู

 

                   "เรียนยืนยันว่าถ้าเราได้เป็นรัฐบาล เราคงขอสัญญาทั้งหมดมาดูว่าเงื่อนไขเหล่านั้นเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชน เป็นธรรมกับทางราชการหรือเปล่า ในส่วนของระบบรางอย่างอื่นเราก็กำลังดูอยู่ โดยเรื่องของระบบทั้งหมดรวมถึงระบบถนนบางเส้นเราจะดูทั้งหมด เรายืนยันว่าจะไม่ได้ไปยกเลิกอะไรแต่ต้องการดูวาที่ผ่านมา ที่ทำมาคุ้มค่าหรือเปล่า เป็นการทำที่สมเหตุสมผล และเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนจริงๆ หรือเปล่า เพราะว่าที่ผ่านมาลงทุนมาเยอะเซ็นสัญญาวงเงินมหาศาล และวันนี้กลายเป็นว่าในการกำกับดูแลเรื่องการก่อสร้างน้อยมากเห็นจากที่รถติดมหาศาลและไม่ค่อยมีเจ้าหน้าที่ขององค์กรหรือหน่วยงานใดเข้ามาดูแล ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้รับเหมาทั้งสิ้น ซึ่งตรงนี้อาจจะแตกต่างกับสมัยที่ผมดูแลรถไฟฟ้าใต้เดินเพราะปกติปัญหาของกรุงเทพฯ ก็คือมีปัญหาจุดหนึ่งจุดใดก็ส่งผลกระทบไปทั้งหมด โดเราจะดูให้รถไฟฟ้า กลับมาเป็นรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนจริงๆ"

 

                 เมื่อถามถึงแนวทางว่าค่าโดยสารควรจะถูกลงใช่หรือไม่ "นายประภัสร์" อดีตผู้ว่า รฟม. กล่าวว่า ค่าโดยสารน่าจะให้ถูกลงได้กว่าที่เป็นแน่นอน แต่อย่างที่ตนบอกว่าต้องไปขอดูสัญญาทั้งหมดว่าผูกกันไว้อย่างไร โดยที่ผ่านมาสื่อก็คงเคยตั้งคำถามแต่ไม่เคยได้รับคำตอบว่าที่ตกลงกันไปแล้ว ตกลงกันอย่างไร ซึ่งตนที่เคยดูแล รฟม. ก็เคยถามว่าส่วนที่ให้ BTS สายสีเขียวที่เส้นทางไปยังคูคต-ปากน้ำ เงื่อนไขเป็นอย่างไร ก็ยังไม่ได้รับคำตอบบอกเป็นนโยบายรัฐบาล ซึ่งยังมีคำถามอีกหลายอย่างเช่น รฟม. เอาให้ กทม. แล้วเอาให้กรุงเทพธนาคมฯ ทำ แล้วทำสัญญาจ้างเดินรถ BTS ทำไมไม่ให้ รฟม. จ้างแต่แรก ทำไมต้องผ่านไปผ่านมาแล้วยังมีการใช้ มาตรา 44 อีก ขณะที่เส้นทางสีเขียวที่จะไปยังสายใต้สมัยที่ตนอยู่ดูแล รฟม. ก็จะเดินรถเองเพราะเชื่อว่าหากหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่รู้เรื่องการเดินรถจริงๆ แล้วเพียงแต่เป็นผู้ทำสัญญาก็คงไม่เกิดประโยชน์อะไรกับประเทศชาติเราต้องรู้ว่าเดินรถอย่างไรเพราะวันหนึ่งเมื่อสัญญาหมดลงต้องเข้าไปทดแทน หรือคิดเพียงว่าจะให้สัญญาเขาไปเรื่อยจนตายกันไปหมดข้างหนึ่ง ก็คงจะไม่ใช่อย่างนั้น

 

                   ต่อข้อถามถึงการเชื่อมต่อของระบบรถไฟฟ้า "นายประภัสร์" อดีตผู้ว่า รฟม. กล่าวว่าก็มีคำถามตัวอย่างง่ายๆว่า บัตรโดยสารของ BTS  กับบัตรโดยสารของ รฟม. แล้วต่อไปก็กำลังจะมีบัตรโดยสารเครือข่ายใยแมงมุมของกระทรงคมนาคมอีก  แล้วทำไมสัญญาสัมปทานเส้นทางเดินรถสายสีเหลือง กับสีชมพู ที่ รฟม. ให้กับ BTS ทำไมไม่ใช้บัตรเดียวกันเพื่อความสะดวกของประชาชน ไม่เช่นนั้นการเดินทางก็ใช้บัตรอย่างน้อย 2ใบซึ่งไม่ควรทำ ทั้งที่กำหนดได้ เราควรมองประโยชน์พี่น้องประชาชนเป็นหลัก ไม่ใช่ประโยชน์บริษัทเป็นหลัก

 

                   ผู้สื่อข่าวถามถึงความสะดวกในการใช้บริการของผู้พิการ ถ้าได้เป็นรัฐบาลจะดูแลอย่างไร "นายประภัสร์" อดีตผู้ว่า รฟม. กล่าวว่า อย่างลิฟท์สำหรับผู้พิการเคยพูดกันตั้งแต่สมัยผู้ว่า กทม.หลายคนแล้ว ก็ยังสงสัยว่าทำไม กทม. ไม่มีอำนาจอะไรเลยหรือ ที่จะส่งให้ทำให้ถูกต้อง ทั้งที่ที่ดินซึ่ง BTS สร้างระบบเดินรถเส้นหลักก็เป็นที่ดินของ กทม. แล้ว กทม.ได้อะไรมาตนไม่ได้จะกล่าวต่อว่าผู้บริหาร กทม. สมัยใด แต่ก็น่าตลกที่สัญญา 30 ปีไม่คิดค่าเช่าแม้บาทเดียวและก็ไม่ได้อะไรแม้แต่บาทเดียวจากโครงการนี้ แล้วบอกว่าเป็นประโยชน์ต่อประชาชน อยากถามว่าถ้าเป็นประโยชน์ทำไมไม่เอาส่วนที่ กทม. จะได้มาลดในส่วนค่าโดยสาร ขณะที่เรื่องของการเชื่อมต่อก็ต้องพยายามเชื่อมเส้นทางให้ได้มากที่สุดเพราะเป็นความสะดวกของประชาชน ส่วนเรื่องค่าโดยสารก็เป็นคนละประเด็นกันที่ต้องพิจารณาด้วย