
"สิงห์นายด่าน" จับมือ ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง
สานฝัน 3 เยาวชนเซ็นสัญญาสู่นักฟุตบอลอาชีพ
เมื่อวันที่ 9 ม.ค ณ ห้องประชุมใหญ่ชั้น 5 ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ได้มีพิธีการลงนามสัญญานักฟุตบอลอาชีพ ภายใต้โครงการ "สานฝันเยาวชนด้านทักษะฟุตบอลเพื่อพัฒนาเป็นอาชีพ" ระหว่างศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง และ สโมสรฟุตบอล "สิงห์นายด่าน" เอ็มโอเอฟ ศุลกากร ยูไนเต็ด (MOF CUSTOMS UNITED) โดยมี นายสิทธิศักดิ์ วนะชกิจ อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง พร้อมด้วย นายยุทธนา หยิมการุณ รองปลัดกระทรวงการคลังในฐานะประธานสโมสรเอ็มโอเอฟ ศุลกากร ยูไนเต็ด,ดร.นิลุบล ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง,นางปราณี มงคลศิริภัทรา รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง,นายสุรพันธ์ อรัญนารถ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ร่วมในพิธี
สำหรับระยะเวลาการฝึกซ้อมโครงการ "สานฝันเยาวชนด้านทักษะฟุตบอล เพื่อพัฒนาเป็นอาชีพ" ทำการฝึกสอนฟุตบอลให้กับเยาวชน สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ทุกวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 13.00-16.00 น. ระยะเวลาโครงการ 4 เดือนติดต่อกัน รวมทั้งสิ้น 11 สัปดาห์ และได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 24 พ.ย.2561 โดยทีมงานสตาฟ์ฟโค้ชได้ร่วมกันคัดเลือกนักฟุตบอลที่มีความสามารถ และเซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพกับสโมสรฟุตบอลเอ็มโอเอฟศุลกากร ยูไนเต็ด 3 คน ประกอบด้วย ปรมินทร์ ศาสนวิบูลย์ ,ขจรศักดิ์ สกุลโพน และ ญาณวิทย์ โสมชัย
นายสิทธิศักดิ์ วนะชกิจ อธิบดีผู้พากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง กล่าวชื่นชมว่า เป็นโครงการที่ดี ให้โอกาสแก่เยาวชนที่เคยหลงผิด เชื่อมั่นว่ากีฬาฟุตบอลซึ่งเปี่ยมไปด้วยความมีระเบียบวินัย ความมีน้ำใจนักกีฬา และการใช้เวลาว่างด้วยการใช้ฟุตบอลเยียวยา จะช่วยหล่อหลอมและขัดเกลาให้น้องๆพัฒนาการใช้ชีวิตไปในทางที่ดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นโครงการที่ให้น้องๆได้มีโอกาสพิสูจน์ตัวเอง ใช้ความสามารถที่มีอยู่แสดงออกในทางที่ถูกที่ควร และกลับมาสู่การเป็นคนดีของสังคมต่อไปในอนาคต”
ขณะที่นายยุทธนา หยิมการุณ ประธานสโมสรเอ็มโอเอฟ ศุลกากร ยูไนเต็ด กล่าวว่า “สโมสรเอ็มโอเอฟ ศุลกากร ยูไนเต็ด ซึ่งมีโครงการส่งเสริมเยาวชนในการเล่นฟุตบอลและช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด จึงได้ปรึกษาหารือกับศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง อยากที่จะหยิบยื่นโอกาสให้กับเด็กและเยาวชนที่เคยหลงผิดถูกจับกุมดำเนินคดี ได้หันมาสนใจกีฬาฟุตบอล ได้รับการฟื้นฟู และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการดำเนินชีวิต ได้มีประสบการณ์ในการฝึกอบรมฟุตบอล และได้แสดงออกถึงความสามารถในทางที่ถูกต้อง ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ โดยไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เรียกได้ว่าใช้กีฬาฟุตบอลเป็นสื่อกลาง ซึ่งต้องขอบคุณทุกๆฝ่ายที่ร่วมกันสร้างสรรค์โครงการดีๆแบบนี้ เพื่อช่วยเหลือเยาวชนและตอบแทนสังคม ทางสโมสรยินดีที่จะส่งเสริมและผลักดันเพื่อพัฒนาไปสู่การเป็นอาชีพ โดยโครงการครั้งแรกนี้ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ใครจะไปรู้ว่าน้องๆทั้ง 3 คนนี้ อาจจะก้าวไปสู่การติดทีมชาติไทยในอนาคตก็เป็นได้ เราพร้อมให้โอกาสกับจุดเริ่มต้นในการกลับตัวกลับใจ โดยให้ฟุตบอลนำพาชีวิตไปสู่สิ่งที่ดี หลังจากนี้ก็ขออวยพรให้ประสบความสำเร็จในอาชีพนักฟุตบอลต่อไป”



