ข่าว

ธนาคารโลกเตือนไทยการเมืองวุ่นทุนโยกหนี

ธนาคารโลกเตือนไทยการเมืองวุ่นทุนโยกหนี

04 พ.ย. 2552

ธนาคารโลกมองเศรษฐกิจไทยยังมีเสี่ยง ช่วง 5 ปีเติบโตเฉลี่ยไม่ถึง 5% คาดปีนี้ติดลบ 2.7% ส่วนปีหน้าฟื้นไปบวก 3.5% ชี้ระยะสั้นปัจจัยภายนอกน่าเป็นห่วง ทั้งการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก ราคาน้ำมัน เตือนการเมืองวุ่นวายนักลงทุนเดินหนีออกจากไทย

 นายเฟรดเดอริโก้ เกล แซนเดอร์ นักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลกประจำประเทศไทย ระบุในรายงานเรื่อง "ตามติดเศรษฐกิจไทย" ว่า เศรษฐกิจไทยเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น ซึ่งคาดว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ยังติดลบ 2.7% เท่าที่เคยคาดการณ์ไว้ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา และขยายตัวเป็นบวกในปี 2553 ในอัตรา 3.5% อย่างไรก็ตาม ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้าไทยยังเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงอีกมาก ทำให้อัตราเติบโตจะต่ำกว่า 5%

 "เราเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะที่ดีกว่าที่หลายฝ่ายกังวล จึงคงการหดตัวของเศรษฐกิจไทยไว้ที่ 2.7% ปีนี้ ส่วนครึ่งปีหลัง คาดว่าจะฟื้นตัวได้เร็ว พิจารณาจากภาคการผลิต การส่งออกติดลบน้อยลง จำนวนนักท่องเที่ยวฟื้นตัว ภาคการเงินยังมั่นคงช่วยหนุนการฟื้นตัว และแผนกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 1 ช่วยให้เกิดการบริโภค ลดผลกระทบภาคครัวเรือน" นายแซนเดอร์กล่าว

 นอกจากนี้ นายแซนเดอร์ กล่าวว่า ค่าจ้างที่แท้จริง และสถานการณ์การจ้างงานก็เริ่มจะกระเตื้องขึ้นตามสถานการณ์ในภาคการผลิต สถิติการว่างงานและการทำงานต่ำกว่าระดับปกติ เริ่มจะดีขึ้นเทียบกับเดือนพฤษภาคม เป็นต้นมา ภาวะเช่นนี้ ยังเป็นผลบวกต่อการบริโภคภาคครัวเรือนด้วย ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐชุดแรกที่ประกอบด้วยเงินช่วยเหลือผู้สูงอายุและเช็คช่วยชาติ 2,000 บาทนั้น ช่วยกระตุ้นการบริโภคได้บ้าง และหากไม่มีมาตรการดังกล่าว การบริโภคภาคครัวเรือนอาจแย่กว่าที่เป็นอยู่ได้

 ขณะที่ น.ส.กิริฎา เภาพิจิตร นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ของธนาคารโลก ในไทย กล่าวว่า เรื่องที่ธนาคารโลกห่วงมากที่สุดในระยะสั้นถึงกลางที่จะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของไทยนั้น ล้วนเป็นปัจจัยภายนอก ทั้งเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวไม่แน่นอน ราคาน้ำมันอาจปรับสูงขึ้น และการระบาดของไข้หวัด 2009 ส่วนปัจจัยภายในที่น่าเป็นห่วงตอนนี้คงเป็นเรื่องต้นทุนการผลิตที่เป็นผลจากราคาน้ำมัน นอกจากนี้ หากไทยไม่สามารถสร้างเสถียรภาพการเมืองได้ นักลงทุนอาจหันไปหาประเทศอื่นไม่เข้าไทย

 “แม้เรายังไม่ได้ทำแบบจำลองดูว่าเสถียรภาพทางการเมืองกระทบเศรษฐกิจอย่างไร แต่ตอนนี้เราศึกษาเรื่องการเมืองกับรัฐบาลหากไม่เข้มแข็ง นโยบายไม่สอดคล้องต่อเนื่อง ย่อมส่งผลกระทบต่อการลงทุนทั้งในและต่างประเทศได้ เพราะเศรษฐกิจจะขยายตัวและฟื้นตัวได้ จำเป็นต้องมีความต้องการลงทุนเข้ามาช่วยให้ได้มากที่สุด” น.ส.กิริฎาตั้งข้อสังเกต และกล่าวว่า นอกจากนี้ ในอนาคตอันใกล้ หรือในระยะกลางธนาคารโลกมองว่าไทย จะต้องใช้เวลาอีก 2-3 ปี กว่าจะกลับไปสู่การเติบโตในระดับที่มีศักยภาพได้ ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวไทยยังเผชิญกับปัจจัยเสี่ยง