
หุ้น & หวย
ผมไม่ใช่คนที่มีความเกี่ยวพันใดๆ กับการซื้อขายหุ้น ศัพท์แสงที่ใช้ในการประกอบกิจกรรมสัมพันธ์กับหุ้น ผมก็ฟังไม่รู้เรื่องว่าแต่ละตัวมีความหมายว่าอย่างไร แต่ทุกครั้งที่ได้รับทราบข่าวสารที่โยงใยกับการซื้อขายหุ้น ก็มักจะเป็นข่าวสารทางด้านลบมากกว่าข่าวด้านบวก
ข่าวด้านลบในทำนองฉ้อฉลโกงกันในธุรกิจหุ้น เมื่อเกิดขึ้นครั้งใดฝ่ายที่ทำหน้าที่กำกับดูแล ก็จะต้องออกมาบอกว่ากำลังดำเนินการอยู่ แต่ระยะเวลาในการ “ดำเนินการ” และผลที่ได้รวมถึงบทลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้อง ดูจะล่องลอยเงียบหายไปพร้อมกับเวลาและสายลม กว่าจะมี “ข้อมูล” พอที่จะพูดได้บ้าง นักลงทุนตามภาษาคนเล่นหุ้นก็หมดเนื้อหมดตัว ส่วนคนระดับดำเนินการที่พอจะมี “ข้อมูลเบื้องต้น” สาวไปถึง ก็ไปเสพสุขอยู่ต่างประเทศรอวันแก่ตายเรียบร้อยแล้ว
ส่วนใหญ่เมื่อเกิดเรื่องราวขึ้นมาและมีผู้สอบถามถึงมาตรการป้องกัน ก็จะต้องมีคนออกมาแย้งว่าหากดำเนินการเข้มงวดเกินไป จะกระทบกับ “บรรยากาศการลงทุน” หรือมิฉะนั้นก็มักจะมีการกล่าวอ้างกันว่า เป็นไปตามข้อกำหนดสากลที่ใช้กันทั่วโลกแล้ว ซึ่งทำให้มีการสรุปเบื้องต้นได้ว่า การฉ้อฉลกลโกงที่เกิดขึ้นกับวงการหุ้นในประเทศไทย เป็นวิธีการที่มีลักษณะและรูปแบบการโกงเฉพาะตัว จนทำให้ “มาตรฐานสากล” ไม่สามารถป้องกันได้ หรือมิฉะนั้นก็เกิดจากกลไกในการควบคุม มีประสิทธิภาพไม่เพียงพอต่อการป้องกันการฉ้อฉล
ความโกลาหลในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่เกิดขึ้น แม้จะมีความพยายามออกมาบอกกันว่ากำลังสืบสาวหาต้นตอของการปล่อยข่าวอัปมงคล อันส่งผลให้มีการซื้อและขายกันอย่าง “ผิดปกติ” เกิดขึ้น แต่ก็เชื่อได้ว่าโอกาสที่จะควานหา “คนผิด” มาลงโทษ น่าจะมีค่าความเป็นได้เทียบเท่ากับ “ศูนย์”
แม้แต่กรณีของ SEC ที่มีการออกข่าวว่า จะมีการ “ดำเนินการเอาผิด” กันมาตั้งแต่ต้น จนบัดนี้ช่วงเวลาล่วงเลยมายาวนาน ก็ยังไม่เห็นมีทีท่าว่าจะได้บทสรุปเสียที เรื่องข่าวลืออัปมงคลครั้งนี้มีที่มาที่ไปซับซ้อนกว่ากรณีอื่นมาก ผลของการ “ตรวจสอบ” จึงไม่ต้องพูดถึง
แม้ในทางทฤษฎีจะมีคำแนะนำให้คนที่เข้าไป “ลงทุน” ได้รับรู้ว่า การลงทุนที่ดีควรประกอบไปด้วยหลักการอันใดบ้าง และการลงทุนในหุ้นมิใช่การพนันเหมือนกับการแทงหวย แต่ในทางปฏิบัติจริงย่อมเป็นที่รู้กันว่ามี “นักลงทุน” จำนวนมากที่ “ลงทุน” ในลักษณะ “เสี่ยงโชค” มากกว่าที่จะลงทุนจริง แต่ก็ยังไม่เห็นว่าจะมี “มาตรการ” ใดๆ ที่จะออกมาในเชิงป้องปรามได้สักที
คนที่อยู่ในวัยใกล้จะหมดไฟทำงานเช่นเดียวกับผม ต่างมองหา “ความมั่นคง” ทางการเงินในยามแก่ และในช่วงเวลาที่ดอกเบี้ยเงินฝากตกมาถึงระดับต่ำมากๆ เช่นทุกวันนี้ ก็มักจะมี “ผู้ชักชวน” จำนวนหนึ่งเข้ามาแนะนำ ว่าการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์คือหนทางหนึ่งที่ตอบโจทย์ได้
แต่ผมและผองเพื่อนอีกหลายคนก็ยังคิดตรงกันว่า คำว่า “ลงทุน” หมายความถึงการเอาเงินลงไปทำธุรกิจที่จับต้องได้จริง แม้จะเป็นการเข้าไปซื้อหุ้นในบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ก็หมายถึงลงทุนเพราะต้องการเห็นผลดำเนินการธุรกิจจริง แต่การ “เล่นหุ้น” เท่าที่เห็นในสายตาผมและเพื่อน สู้เอาเงินไปซื้อหวยเสียยังดีกว่า เพราะโกงกันขึ้นมาก็ยัง “ตามตัว” ได้ง่ายครับ
พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ



