
คาดราคาอ้อยขั้นต้นปี53เฉียดพันบาทต่อตันทุบสถิติ
ส.ชาวไร่อ้อยน้ำพอง คาดราคาอ้อยขั้นต้นปี 52/53 เฉียดพันบาท/ตัน ทุบสถิติราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เผยเกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลังเปลี่ยนมาปลูกอ้อย ด้านแบงก์ชาติภาคอีสานชี้ปัจจัยที่ทำให้ราคาอ้อยพุ่งเกิดจากประเทศผู้ส่งออกประสบสภาพดินฟ้าอากาศ ทั้งนำอ้อยไปผลิตเป็น
(4 พ.ย.)นายชัยวัฒน์ คำแก่นคูณ นายกสมาคมชาวไร่อ้อยน้ำพอง จ.ขอนแก่น เปิดเผยกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ถึงสถานการณ์อ้อยในฤดูกาลปี 52/53 ว่า แม้ว่าขณะนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) จะยังไม่ได้แจ้งราคาอ้อยขั้นต้นฤดูกาลผลิตปี 52/53 รวมถึงกำหนดวันเปิดหีบอ้อย แต่คาดการณ์ว่าน่าจะกำหนดวันเปิดหีบได้ไม่เกินวันที่ 20 พ.ย.นี้
และจากการประเมินถึงสถานการณ์การส่งออกน้ำตาลทราย ราคาน้ำตาลในตลาดโลก และอัตราแลกเปลี่ยน คาดการณ์ว่าราคาอ้อยขั้นต้นในฤดูกาลนี้ไม่น่าจะต่ำกว่า 950 บาท/ตัน ณ ค่าความหวาน 10 ซีซีเอส ซึ่งจะถือว่าราคาอ้อยขั้นต้นที่ประกาศน่าจะทุบสถิติราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนราคาอ้อยขั้นสุดท้ายของปี 51/52 คาดการณ์ว่าน่าจะอยู่ที่ 917 บาท/ตัน ซึ่งจะทำให้เกษตรกรจะได้รับเงินเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 80 บาท/ตัน
จากสถิติราคาอ้อยขั้นต้นปี 50/51 อยู่ที่ 600 บาท/ตัน ปี 51/52 เพิ่มเป็น 830 บาท และหากปีนี้อ้อยขั้นต้นเริ่มที่ 950-1,000 บาท/ตัน จะทำให้ราคาอ้อยเพิ่มขึ้นเกือบ 50% เมื่อเทียบกับช่วง 2 ปีก่อน ซึ่งหากเปรียบเทียบเศรษฐกิจตัวอื่น โดยเฉพาะมันสำปะหลัง พบว่าราคาอ้อยปรับขึ้นสวนทางกับราคามันสำปะหลังที่ตอนนี้ราคาตกต่ำ แม้ว่ารัฐบาลจะมีโครงการประกันรายได้ให้เกษตรกร แต่การดำเนินงานก็ยังมีปัญหาติดขัดอยู่บ้าง
"สำหรับพื้นที่ปลูกอ้อยในภาคอีสานในฤดูกาลปี 52/53 คาดการณ์ว่าน่าจะเพิ่มจากปีก่อน โดยมีพื้นที่ปลูกประมาณ 2 ล้านกว่าไร่ จากทั่วประเทศประมาณ 6.4 ล้านไร่ อย่างไรก็ตาม จากการที่ราคาอ้อยปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังหันมาปลูกอ้อยเพิ่มขึ้น จนชาวไร่อ้อยส่วนหนึ่งต้องเร่งตัดอ้อยไปทำพันธุ์ ซึ่งอาจทำให้ปริมาณอ้อยเข้าสู่หีบในฤดูกาลนี้เพิ่มขึ้นไม่มากนัก แต่คาดการณ์ว่าในฤดูกาลปี 53/54 ทั้งจำนวนพื้นที่ปลูกและปริมาณอ้อยเข้าสู่หีบจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน"
ด้านนางสาวนพวรรณ มหามุสิก ผอ.อาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวถึงสถานการณ์อ้อยและน้ำตาลในฤดูกาลผลิตปี 52/53 ว่า จากสถานการณ์อ้อยและน้ำตาลในปี 52 นี้ พบว่าปีนี้ราคาอ้อยที่เกษตรกรขายได้สูงเป็นประวัติการณ์ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ตันละ 730.74 บาท ตามราคาน้ำตาลในตลาดโลกที่สูงขึ้นต่อเนื่อง และสูงสุดในรอบ 28 ปี เนื่องจากปริมาณน้ำตาลโลกที่ยังคงขาดแคลนต่อเนื่อง
ทั้งนี้สาเหตุที่ทำให้ราคาอ้อยและน้ำตาลพุ่งสูงขึ้น เกิดจากประเทศบราซิลประสบปัญหาเรื่องดินฟ้าอากาศ ประกอบกับยังคงน้ำอ้อยไปผลิตเอทานอลในสัดส่วนที่สูง อีกทั้งประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำตาลมากเป็นอันดับสองของโลกประสบปัญหาภัยธรรมธรรมชาติ และยังคงมีการน้ำเข้าน้ำตาลเพื่อการบริโภคอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลจากความต้องการที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกน้ำตาลในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้มากกว่า 4.7 หมื่นล้านบาท สูงขึ้นร้อยละ 26.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะเดียวกันความต้องการใช้น้ำตาลภายในประเทศในช่วง 9 เดือนแรกก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน
สำหรับปีการผลิต 52/53 คาดว่าพื้นที่ปลูกอ้อยทั่วประเทศ น่าจะอยู่ที่ 6.4 ล้านไร่ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 0.2 ล้านไร่ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.2 ผลผลิตอ้อยเข้าหีบจะอยู่ที่ 72 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 66.5 ล้านตัน เนื่องจากราคาอ้อยปีนี้ค่อนข้างสูง ประกอบกับพืชคู่แข่งชนิดอื่น โดยเฉพาะมันสำปะหลังมีราคาตกต่ำ ทำให้เกษตกรหันมาปลูกอ้อยเพิ่มขึ้น คาดว่าผลผลิตน้ำตาลจะอยู่ที่ 7.6 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีผลผลิตน้ำตาล 7.2 ล้านตัน
"ทั้งนี้ราคาอ้อยขั้นต้นในฤดูกาลผลิตปี 51/52 อยู่ที่ตันละ 830 บาท และราคาอ้อยขั้นสุดท้ายอยู่ที่ตันละ 1,000 บาท แต่คาดการณ์ว่าราคาอ้อยขั้นต้นปี 52/53 ซึ่งจะประกาศเร็วๆ นี้ คาดว่าน่าจะอยู่ที่ตันละ 1,000 บาท ซึ่งเป็นไปตามราคาน้ำตาลในตลาดโลกที่ปรับเพิ่มขึ้น"



