ข่าว

ศรีสมภพเผยหนีไม่พ้นการปกครองพิเศษดับไฟใต้

ศรีสมภพเผยหนีไม่พ้นการปกครองพิเศษดับไฟใต้

04 พ.ย. 2552

ผอ.ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ เชื่อปลายทางดับไฟใต้หนีไม่พ้นรูปแบบการปกครองพิเศษ แจงเหตุพรรคปชป.เคยเสนอโมเดลเขตพื้นที่พิเศษการปกครองมาแล้ว ตอกย้ำทุกฝ่ายเห็นตรงกันจี้หันจับมือถกทางออกร่วมกันจริงจัง

 (4พ.ย.)ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผอ.ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ เปิดเผยว่า สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ ของพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย โดยใช้รูปแบบการปกครองแบบพิเศษ หรือ “นครปัตตานี”คือแนวทางยังไม่มีการดำเนินการอย่างจริงจัง ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องใหม่ หรือประเด็นที่เพิ่งมีการพูดครั้งแรก เพราะในช่วงที่ผ่านมามีการศึกษาวิจัยของนักวิชาการ หรือ สถาบัน องค์กรหลายแห่ง รวมถึงนักการเมืองได้นำเสนอมาแล้วหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ยังไม่มีการขับเคลื่อนใดๆทั้งที่วิธีการนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่แพ้ยุทธศาสตร์หรือนโยบายด้านอื่นๆที่ใช้แก้ไขปัญหาความไม่สงบของภาครัฐบาล

 โดยเรื่องรูปแบบการปกครองพิเศษสำหรับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือเป็นสิ่งสำคัญและไม่ใช่เรื่องของพรรคการเมืองใดการเมืองหนึ่งเท่านั้น อีกทั้งยังต้องผ่านกระบวนการจัดการและการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วนในพื้นที่ เนื่องจากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ ได้ลงพื้นที่สำรวจความเห็นของชาวบ้านในพื้นที่เกี่ยวกับเรื่องการปกครองในรูปแบบพิเศษที่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่วิถีชีวิต อัตลักษณ์และวัฒนธรรมท้องถิ่นพบว่ามีประชาชนจำนวนไม่น้อยให้ความสนใจและให้ความสำคัญในเรื่องนี้

 “ส่วนตัวผมเชื่อว่าพื้นที่ชายแดนภาคใต้หนีไม่พ้นประเด็นการใช้กระบวนการปกครองในรูปแบบพิเศษแต่จะมีรูปแบบรายละเอียดโครงสร้างอย่างไรนั้นคงเป็นสิ่งที่จะต้องใช้เวลาอีกระยะ ที่สำคัญหากลองมองย้อนกลับไปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมื่อครั้งพรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านก็เคยมีโมเดลเกี่ยวกับการปกครองในรูปแบบพิเศษมาแล้วเช่นกันดังนั้นจึงสะท้อนได้ว่าแนวทางนี้คือสิ่งที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องตรงกันที่จะนำออกจากความขัดแย้งได้ในอนาคต”ผศ.ดร.ศรีสมภพ กล่าว

 ผอ.ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ กล่าวต่อว่า ที่สำคัญหากทุกฝ่ายโดยเฉพาะภาคการเมืองแสดงความมุ่งมั่นในการศึกษาแนวทางนี้เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ มั่นใจว่ากลุ่มที่ใช้ความรุนแรงอยู่ในพื้นที่จะขอเข้าร่วมเวทีในการแสวงหาทางออกซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลในระยะยาวแน่นอน

 นอกจากนี้ยังไม่อยากให้แต่ละฝ่ายที่ออกมาแสดงทัศนคติในเชิงลบต่อแนวคิดเรื่อง “นครปัตตานี”ของ พล.อ.ชวลิตในทิศทางว่าเป็นเรื่องกบฎ หรือการแบ่งแยกดินแดน เพราะกรอบการนำเสนอครั้งนี้ไม่ได้อยู่นอกเหนือกรอบกฎหมายรัฐธรรมนูญ หรือไม่ได้ขัดกับโครงสร้างเดิมที่มีอยู่แล้วของกฎหมายหมายปกครองส่วนท้องถิ่น

 ผศ.ดร. ศรีสมภพ กล่าวอีกว่า ยอมรับว่าหวั่นใจต่อการเคลื่อนไหวของ พล.อ.ชวลิตครั้งนี้เล็กน้อยว่ามีผลเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้องเพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าต้นทุนของประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทยกับฐานมวลชนและฐานการเมืองในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ยังมีอยู่มาก และที่ผ่านมาในอดีตก็เคยนำเสนอแนวทางและรูปแบบการปกครองพิเศษมาแล้ว ดังนั้นการนำประเด็นนี้กลับมาเสนอใหม่จึงไม่ต่างไปจากการจุดประกายความหวังของฐานเสียงบางส่วนให้เกิดความเชื่อมั่นว่า พล.อ.ชวลิต มีความตั้งใจจะผลักดันหรือใช้แนวทางนี้ในการแก้ปัญหา