
ชี้เขตปกครองพิเศษคนท้องถิ่นใต้ต้องมีส่วนร่วม
นายก อบจ.ชายแดนภาคใต้ ชี้นครปัตตานีแค่จุดกระแสการเมือง แนะหากต้องการแก้ปัญหาด้วยแนวทางการปกครองพิเศษ ต้องเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนในท้องถิ่นในฐานะเจ้าของพื้นที่มีส่วนร่วมในทุกกระบวนการเพื่อศึกษาความเหมาะสม ที่สำคัญต้องยุติปัญหาความขัดแย้งและสถาปนาสันติสุขไ
นายกูเซ็ง ยะวอหะซัน นายก อบจ.นราธิวาส กล่าวถึงกรณีแนวทางการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย ด้วยรูปแบบปกครองพิเศษ หรือ “นครปัตตานี”ว่า โดยส่วนตัวยังไม่เห็นด้วยเพราะวิธีการนี้จำเป็นต้องผ่านกระบวนการจากภาคประชาสังคม โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนภาคใต้ รวมถึงส่วนท้องถิ่น ที่สำคัญกระบวนการนี้จะต้องเกิดจากความร่วมมือทุกฝ่าย ไม่สามารถดำเนินการได้ด้วยเพียงฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเท่านั้น
เนื่องจากพื้นที่ชายแดนภาคใต้มีมิติทางสังคม การเมือง และวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่สืบเนื่องมากอย่างยาวนาน ดังนั้นการดำเนินการจำเป็นต้องมีความชัดเจนในรายละเอียด และนำไปสู่กระบวนการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่อย่างแท้จริงจึงจะเกิดประโยชน์สุงสุด
นายกูเซ็ง กล่าวอีกว่า ประเด็นเรื่องการปกครองในรูปแบบพิเศษถือเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อนในความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ดังนั้นอยากให้แนวทางนี้มีความชัดเจนและเป็นไปตามขั้นตอน โดยเฉพาะการรับรู้ข่าวสารข้อมูลเพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนในเรื่องของความเข้าใจ เนื่องจากจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ซึ่งมีอัตลักษณ์ที่แตกต่าง รวมถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีความหลากหลาย
ดังนั้นการจะยึดแนวทางการปกครองในรูปแบบของนครเชียงใหม่,พัทยา หรือกรุงเทพมหานคร อาจจะไม่สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของพื้นที่ และที่สำคัญการนำเสนอแนวทาง “นครปัตตานี”ในช่วงนี้อาจเป็นเพียงการเคลื่อนไหวทางการเมืองมากกว่าดังนั้นโอกาสที่จะมีการขับเคลื่อนเพื่อศึกษารายละเอียดและเปิดโอกาสให้ภารประชาชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมเกี่ยวกับประเด็นการปกครองในรูปแบบพิเศษจึงมีความเป็นไปได้ยากในช่วงเวลานี้
“ปัญหาชายแดนภาคใต้ต้องแก้ไขอย่างรอบด้านและศึกษาให้ละเอียดว่ามีเงื่อนไขใดบ้างที่เป็นอุปสรรคในการสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืน ฉะนั้นหากมีการปกครองในรูปแบบพิเศษแต่ขณะเดียวกันปัญหาอื่นยังไม่ได้รับการแก้ไขสันติสุขที่แท้จริงก็คงเกิดขึ้นได้ยาก”นายกูเซ็ง กล่าว
สอดคล้องนายเศรษฐ์ อัลยุฟรี นายก อบจ.ปัตตานี กล่าวว่า สิ่งที่เป็นห่วงมากที่สุดเวลานี้ คือความชัดเจนที่เสริมแนวคิด”นครปัตตานี”จำเป็นต้องถ่ายทอดและชี้แจงให้ประชาชนรับทราบอย่างลึกซึ้งมากกว่าการรับข้อมูลผ่านสื่อเพราะอาจสร้างความสับสนจนนำไปสู่ความเข้าใจคลาดเคลื่อนถึงเจตนาในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบได้
ดังนั้นสิ่งที่ขาดไม่ได้คือการเปิดโอกาสให้เจ้าของพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการศึกษาและหาแนวทางแก้ปัญหาให้ตรงกับความต้องการอย่างแท้จริง
“ภาคการเมืองจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียวไม่สามารถขับเคลื่อนไปสู่ปลายทางแห่งสันติสุขอย่างแท้จริงได้ตราบใดที่ไม่มีการให้ประชาชนและทุกองค์กรในพื้นที่มีส่วนในกระบวนการแก้ปัญหา”นายก อบจ.ปัตตานี กล่าว



