
"เศรษฐพงค์"เผย"เลื่อน-ไม่เลื่อน"เลือกตั้ง ภท.พร้อม
โฆษกภูมิใจไทย เผยไม่สน 'การเลื่อนเลือกตั้ง' ยันว่าพรรคมีความพร้อมเกิน100% เตรียมพร้อมด้านการศึกษายุคดิจิทัล
พ.อ.ดร. เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทยและหัวหอกทีมยุทธศาสตร์ด้านดิจิทัล เปิดเผยว่า กระแสข่าวจะมีการเลื่อนเลือกตั้งออกไป พรรคภูมิใจไทยไม่ได้มองประเด็นนี้สำคัญ แต่ถ้าเลือกตั้งไม่เลื่อนก็พร้อมเกิน 100% อยู่แล้ว และขณะนี้ทีมยุทธศาสตร์ด้านดิจิทัลและด้านการศึกษาจับมือกันวางตารางวันเวลาไปถึงวันเลือกตั้ง เพื่อพบปะประชาชน ร่วมกับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. โดยให้ลงพื้นที่เข้าถึงชาวบ้าน อย่ารอให้ชาวบ้านมาหาเรา ทั้งนี้แนวคิดด้านการศึกษา Thailand Sharing University เรียนฟรีตลอดชีวิต มีความเชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล พี่น้องประชาชนสามารถเรียนฟรี ไม่ต้องเสียค่าเดินทางออกจากบ้าน รับรองเทียบเท่าระบบเรียนแบบปกติ
พ.อ.ดร. เศรษฐพงค์ กล่าวว่า นอกจากตนเองที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลแล้ว ยังมีทีมยุทธศาสตร์ด้านการศึกษาที่มี ดร.กมล รอดคล้าย อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ ดร.พะโยม ชิณวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาเป็นกำลังหลัก ซึ่งการศึกษาของไทยมีความเหลื่อมล้ำสูงมาก โอกาสเข้าถึงการศึกษาของประชาชนไม่เท่ากันทั้งๆ ที่ประเทศไทยมีเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตที่กำลังเข้าถึงพี่น้องประชาชนทุกหมู่บ้านแล้ว นี่คือวิกฤติของชาติในยุคดิจิทัล ดังนั้น เราต้องมาบริหารจัดการการศึกษาให้มีประสิทธิภาพเข้าถึงประชาชนทุกคนโดยให้ความสำคัญกับการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบ การเรียนออนไลน์คือทางออกของปัญหานี้
พ.อ.ดร. เศรษฐพงค์ กล่าวต่อว่า การเรียนออนไลน์ฟรีตลอดชีวิต เป็นแนวคิดที่จับต้องได้ เพราะทำได้จริง-ทำได้เลย เนื่องจากได้เตรียมแอพพลิเคชั่นต้นแบบของมหาวิทยาลัยออนไลน์ไว้แล้ว อีกทั้งตัวเลขจากสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตด้วยสมาร์ทโฟนของคนไทยมีถึง 31.7 ล้านคน ซึ่งในตอนที่ตนเองทำงานที่ กสทช. มีการอนุมัติโครงการอินเทอร์เน็ตชายขอบและในต้นปีหน้าจะเริ่มใช้จริงแล้ว โดยคนไทยที่อยู่ในพื้นที่โครงการเน็ตชายขอบ 3,920 หมู่บ้าน จำนวน 600,000 ครัวเรือน หรือ 1,800,000 คนใช้อินเตอร์เน็ตฟรี 3 ปี และหน่วยงานรัฐใช้อินเตอร์เน็ตฟรี 5 ปี ด้วยความเร็วบรอดแบนด์ จึงเป็นการชี้ชัดว่าแนวคิดนี้ถึงมือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมแน่นอนหากพรรคภูมิใจไทยได้มีโอกาสนำเสนอในรัฐบาลต่อไป
ดร.กมล รอดคล้าย กล่าวว่า สำหรับประเทศไทย มหาวิทยาลัยออนไลน์ยังไม่ได้รับการรับรองเทียบเท่าระบบการศึกษาปกติ แต่ในปัจจุบันมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงทั่วโลกได้ยอมรับให้เป็นระบบที่เชื่อถือได้ และสามารถที่จะช่วยทำให้ประเทศลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาของประชาชนได้ ซึ่งการพัฒนาการเรียนการสอน จัดการให้ห้องเรียนเป็นพื้นที่พูดคุยเชิงวิชาการ มากกว่าการจดเลคเชอร์ แล้วให้นักเรียนหาความรู้จากระบบออนไลน์ที่มีเนื้อหาทันสมัย นอกจากนี้จำเป็นที่จะต้องมีการจัดตั้งสถาบันพัฒนาองค์ความรู้แห่งชาติ รองรับการเรียนผ่านระบบออนไลน์



