ข่าว

 บริษัทสิงคโปร์ขอโทษลูกค้าเจอจิ้งจกกรอบปนหนังปลาแซลมอน

บริษัทสิงคโปร์ขอโทษลูกค้าเจอจิ้งจกกรอบปนหนังปลาแซลมอน

03 ม.ค. 2562

ผู้ผลิตหนังปลาแซลมอนคลุกไข่เค็มยี่ห้อดังของสิงคโปร์ ขอโทษและคืนเงินลูกค้าเจอซากจิ้งจก

 

Irvins Salted Egg ซึ่งมีหน้าร้าน 13 แห่งในสิงคโปร์ ฮ่องกงและฟิลิปปินส์ แต่ผลิตสินค้าทั้งหมดในสิงคโปร์ ลูกค้าทั้งในและนักท่องเที่ยวมักไปต่อแถวเพื่อซื้อมาลองหรือเป็นของฝาก

 

 

เจน ฮอลโลเวย์ ลูกค้าในกรุงเทพ โพสต์เฟซบุ๊กพร้อมรูป เมื่อ 29 ธันวาคมที่ผ่านมา ว่ามารดาและน้องชายกินหนังปลากรอบคลุกไข่เค็ม Irvins Salted Egg Fish Skin ไปครึ่งถุงแล้วถึงได้เจอซากจิ้งจก ที่น่าจะผ่านกระบวนการทอดกรอบมาพร้อมกับหนังปลาแซลมอนจากสภาพที่เห็น เธอระบุว่า “น่าขยะแขยงมาก” 

ฮอลโลเวย์ บอกสเตรทสไทมส์ เมื่อวานนี้ว่า เธอซื้อIrvins Salted Egg Fish Skin  จากวิลลา มาร์เก็ต ในเค วิลเลจ  เมื่อต้นเดือนพ.ย. 

สัปดาห์ที่แล้ว มารดาเปิดถุงรับประทานกับน้องชาย  ที่กลับจากเสียมเรียบมาเยี่ยมบ้านช่วงคริสต์มาส ตอนแรกน้องชายคิดว่าซากจิ้งจก เป็นหัวลูกปลาแซลมอน เธอซื้ออาหารขบเคี้ยวยี่ห้อนี้มาหลายครั้งแล้ว ราคาที่ไทยค่อนข้างแพงทีเดียว ถุงละ 700 บาท แต่เป็นของโปรด  

 

เออร์วิน กุนาวัน ผู้ก่อตั้ง Irvins Salted Egg  ออกแถลงการณ์บนเฟซบุ๊กเมื่อวานนี้ ว่า รู้สึกช็อกและเสียใจอย่างยิ่งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  พร้อมขอโทษจากใจต่อลูกค้าและทุกคนที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม บริษัทขอรับผิดชอบในสินค้าที่ขายอย่างเต็มที่ เขาติดต่อไปยังฮอลโลเวย์แล้ว และสำนักงานสัตวบาลและอาหารเกษตร ( เอวีเอ) รับทราบเรื่อง บริษัทจะให้ความร่วมมือสอบสวนอย่างเต็มที่ 

บริษัทกำลังสอบสวนว่าซากจิ้งจกเข้าไปในถุงได้อย่างไร ขณะนี้จึงยังไม่มีคำชี้แจงประเด็นนี้ แต่สัญญาว่าจะดำเนินมาตรการทุกอย่างในกระบวนการผลิตไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก 

สเตรทสไทมส์ ระบุว่า ตามอีเมล์ที่ส่งถึงน้อง/พี่ชายของฮอลโลเวย์  กุนาวันเสนอคืนเงิน และค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลหากมีจากเหตุการณ์นี้ 

ชาวเน็ตส่วนหนึ่ง เรียกร้องให้หน่วยงานสาธารณสุขสิงคโปร์ที่เกี่ยวข้อง ดำเนินมาตรการอย่างเข้มงวดกวดขันในกรณีนี้ เนื่องจากเป็นสินค้าส่งออกไปต่างประเทศ และนักท่องเที่ยวซื้อกลับบ้านกันจำนวนมาก  ขณะอีกส่วนก็ชื่นชมกับการรับมือสถานการณ์ของบริษัท เช่น ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Wren Wren ที่มองว่าแทนหลีกเลี่ยงหรือพยายามปกปิด แต่เออร์วินส์ เลือกเผชิญปัญหาอย่างเปิดเผย ศึกษาบทเรียน และเดินหน้าปรับปรุง