ข่าว

สภาฯผ่านร่างพรบ.ท่าอากาศยานฯฉิวเฉียด

สภาฯผ่านร่างพรบ.ท่าอากาศยานฯฉิวเฉียด

04 พ.ย. 2552

สภาฯผ่านร่างพรบ.ท่าอากาศยานฯฉิวเฉียด หลังป่วนหนัก พท.วอล์กเอาว์ แฉพบมีการตุกติกองค์ประชุม

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 4 พ.ย. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีนายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้มีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการปฏิบัติต่ออากาศยานที่กระทำผิดกฎหมาย พ.ศ. ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งเป็นการพิจารณาต่อจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 23 ปีที่ 2 ครั้งที่ 21 ในวันพุธที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา

 กฎหมายดังกล่าวมีทั้งหมด 32 มาตรา โดยมีหลักการและสาระสำคัญคือ เนื่องจากปัจจุบันการใช้ท่ากาศยานกระทำผิดกฎหมายในลักษณะที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศหรือเป็นภัยต่อสาธารณะมีความหลากหลายมากขึ้น จำเป็นต้องใช้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารที่มีความเชี่ยวชาญและให้มีการประสานกันมาขึ้นในการปฎิบัติต่ออากาศยานนั้น แต่ด้วยพ.ร.บ.ว่าด้วยการปฏิบัติต่ออากาศยานที่กระทำผิดกฎหมาย พ.ศ. 2519 ยังมีบทบัญญัติที่ไม่ชัดเจนเดี่ยวกับอำนาจหน้าที่ฝ่ายทหารในการตรวจและพิสูจน์ฝ่ายการกัดและยึดอากาศยานและการจับ ควบคุม และการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้นผู้ควบคุมอากาศยานและบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง

 ภายหลังจากที่ประชุมได้พิจารณาผ่านทั้ง 32 มาตรา และจะลงมติในวาระที่ 3 ในช่วงของการตรวจสอบองค์ประชุมก่อนที่จะมีการลงมตินั้น ปรากฏว่า นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ได้ขอให้ประธานในที่ประชุมตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้ง เพราะเกรงว่าจะไม่ครบองค์ประชุม ซึ่งนายสุวโรช พะลัง ส.ส.สัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในการลงมติในมาตรา 32 ที่ประชุมได้ลงมติเห็นด้วยตามที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากแก้ไข ซึ่งคะแนนที่ขึ้นก็เกินกึ่งหนึ่ง ดังนั้นแสดงว่าองค์ประชุมครบแล้ว และให้ดำเนินการลงมติไปเลย แต่อย่างไรก็ตามประธานในที่ประชุมได้สั่งพักการประชุม 10 นาที

 อย่างไรก็ตามภายหลังจากพักการประชุม ปรากฏว่าพ.อ. อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง ได้ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม พร้อมทั้งได้เปิดโอกาสให้ส.ส.ซักถาม โดยนายสุนัย กล่าวว่า เมื่อสักครู่ตนเป็นผู้หนึ่งที่ให้นับองค์ประชุมใหม่ด้วยความสุภาพที่สุด เพราะองค์ประชุมสภาฯแห่งนี้เกิดการคลาดเคลื่อนหลายครั้งแล้ว ซึ่งกติกาใหม่ได้ให้ความสำคัญกับองค์ประชุม แต่ตนสังเกตหลายครั้งว่า ตอนที่ประธานลงไปตรวจสอบองค์ประชุมไม่บอกเลยว่าครบหรือไม่ครบ เชื่อว่ามีการตกลงกันหน้าบัลลังค์ประธานในที่ประชุมกับคนที่ตรวจสอบองค์ประชุม โดยเฉพาะในช่วงที่นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาฯเป็นประธานในที่ประชุม เมื่อไม่ครบก็รีบรวบรัดตัดตอน ปิดการประชุม เรื่องนี้ไม่ใช่ฝ่ายค้านเป็นพวกหูหนวกตาบอด และที่ตนพูดก็เพื่อให้ทุกฝ่ายตาสว่างสักที

 นายเชน เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าตนก็รู้สึกว่าสภาฯได้ทำรายงานเท็จออกมา เพราะพอตรวจสอบองค์ประชุมแล้ว แล้วองค์ประชุมครบ แต่ปรากฎว่าเมื่อลงมติกับมีเสียงที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งตนมีรายชื่อส.ส.ที่ได้อยู่ในห้องประชุมทั้งหมด 238 คน แล้วนายสามารถ แก้วมีชัย ไม่ได้มีชื่ออยู่ แต่อยู่ในห้องประชุม อยากทราบว่าคนที่อยู่ในห้องประชุมไม่เรียกว่าองค์ประชุมเหรอ

 พ.อ.อภิวันท์ ชี้แจงว่า ส.ส.ที่อยู่ในห้องประชุมแต่ไม่ลงมติ ก็ถือว่าเป็นการแสดงเจตจำนงของเขาว่าไม่ต้องการร่วมประชุม ซึ่งก็เป็นวิธีการของฝ่ายค้าน ซึ่งก็เหมือนกับการวอล์กเอาว์  ปรากฏว่าส.ส.จากพรรคประชาธิปัตย์ต่างลุกขึ้นโต้เถียงว่าคนที่อยู่ในห้องประชุมเท่านั้นคือองค์ประชุม แต่หากออกจากห้องประชุมไปถือว่าว่าไม่ใช่องค์ประชุม

 พ.อ.อภิวันท์ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยไว้แล้ว ดังนั้นที่ตนวินิจฉัยถือว่าถูกแล้ว และตนเชื่อว่าประธานทุกคนมีเจตจำนงที่จะเข้าร่วมประชุม แต่ไม่โหวตในการลงมติเท่านั้น

 ภายหลังจากที่มีการถกเถียงกันเรื่ององค์ประชุมเกือบหนึ่งชั่วโมง จากนั้นได้มีลงมติเพื่อนับองค์ประชุม ปรากฏว่ามีองค์ประชุม 238 คนซึ่งเสียงเกินกึ่งหนึ่งพอดี ทำให้นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย ได้ประท้วงว่า ว่าเชื่อว่ามีการกดบัตรแทนกัน ซึ่งพ.อ.อภิวันท์บอกว่าอย่าประท้วงอีกเลย แต่จะเสนอให้ประธานสภาฯตั้งคณะกรรมการสอบการกดบัตรแทนกัน

 จากนั้นส.ส.ฝ่ายค้านทั้งหมดได้เดินออกจากห้องประชุม เหลือเพียงส.ส.จากพรรคร่วมรัฐบาลที่นั่งอยู่ในห้องประชุม จากนั้นพ.อ.อภิวันท์ได้ให้ที่ประชุมลงมติร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวในวาระ 2 และ 3 ซึ่งที่ประชุมเห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวด้วยเสียง 227 ต่อ 1 งด 1 และไม่ลงคะแนน 9 ซึ่งหลังสภาฯพิจารณาแล้วเสร็จจะมีการส่งร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวให้วุฒิสภาพิจารณาต่อไป
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากฝ่ายค้านได้เดินออกจากห้องประชุมนั้น ก็มีบางส่วนไปหลบอยู่ด้านหลังห้องประชุม เพื่อสังเกตการณ์ และหลังจากนั้น 5 นาทีได้มีส.ส.ฝ่ายค้านบางส่วนได้เดินเข้ามาในห้องประชุม

 อย่างไรก็ตามภายหลังลงมตินายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ชี้แจงว่า ในสภาฯชุดปัจจุบันยังไม่มีการวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญในเรื่ององค์ประชุมแต่อย่างใด แต่พ.อ.อภิวันท์กล่าวยืนยันว่า สมัยสนช.มีแน่ และแม้ไม่มีคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญตนก็วินิจฉัยตามข้อเท็จจริง เมื่อฝ่ายค้านเขาแสดงเจตจำนงว่าไม่อยากร่วมประชุมก็ไม่ถือว่าเป็นองค์ประชุม และเพื่อความสบายใจของทุกฝ่ายก็ให้มีการแก้ไขข้อบังคับการประชุมให้นับองค์ประชุมตามข้อเท็จจริง ซึ่งให้ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลและประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านหารือกันเพื่อแก้ไขปัญหา ไม่เช่นนั้นการประชุมก็ไม่สามารถเดินต่อไปได้

 อย่างไรก็ตามการประชุมก็ยังไม่สามารถดำเนินต่อไปได้เนื่องจากส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ได้ขอให้พ.อ.อภิวันท์ถอนคำวินิจฉัยเรื่ององค์ประชุม ขณะที่ส.ส.พรรคเพื่อไทยต่างลุกขึ้นประท้วงเรื่องการกดบัตรแทนกัน ซึ่งพ.อ.อภิวันท์ได้ตัดบทให้ประธานวิปฝ่ายค้านและประธานวิปรัฐบาลไปหารือกันในเรื่องนี้

 นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ได้เสนอให้ปิดประชุม โดยเห็นว่าเมื่อมีปัญหาก็ไม่ควรที่จะถกเถียงกันต่อไป ควรหาวิธีแก้ไข อย่างไรก็ตามนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชศรีมา พรรคเพื่อไทย ได้เสนอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องการนับองค์ประชุม อย่างไรก็ตามนางผุสดี ตามไท ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าไม่เห็นด้วยเพราะไม่มีประเด็นอะไรที่ต้องตรวจสอบ ทั้งนี้พ.อ.อภิวันท์ กล่าวสรุปว่า ขอให้กมธ.กิจการสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเรื่องนี้

 หลังจากถกเถียงกันนานกว่า 2 ชั่วโมง จากนั้นเมื่อเวลา 16.00 น.พ.อ.อภิวันท์ได้ตัดบทให้เริ่มพิจารณาร่างพ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญข้ารการ(ฉบับที่..)พ.ศ..ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมสภาฯได้เริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 10.00 น. โดยประธานในที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้ส.ส.ได้หารือกว่า 3 ชั่วโมง และไม่สามารถเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมได้เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ จนเมื่อเวลา 13.30 น.จึงได้เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม