ข่าว

"รัฐบาล"เตรียมกราบบังคมทูลเชิญพระเทพฯปธ.จัดงานบรมราชาภิเษก

"รัฐบาล"เตรียมกราบบังคมทูลเชิญพระเทพฯปธ.จัดงานบรมราชาภิเษก

02 ม.ค. 2562

"รัฐบาล"เตรียมกราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระเทพฯทรงเป็นองค์ประธานจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

 

                 2 มกราคม  2562  "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม ครม.โดย"พล.อ.ประยุทธ์" นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวก่อนว่า "สวัสดีครับ สวัสดีปีใหม่ทุกคน  

 

                 วันนี้ก็เป็นการทำงานนัดแรกของการประชุม ครม.ปี 2562 ก็เป็นการทำงานต่อเนื่องสืบต่อจากปีที่ผ่านมา ก็มีหลายอย่างที่ต้องแก้ไขปรับปรุงให้สอดรับกับปัญหาตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน สิ่งที่เราเป็นกังวลคือปัญหาด้านเศรษฐกิจซึ่งมีหลายส่วนที่เกี่ยวพันกับภายนอกประเทศ ก็อยากให้ทุกคนติดตามข่าวสารบ้านเมืองข้างนอกด้วย ไม่ว่าจะเรื่องราคาน้ำมัน เรื่องสงครามทางการค้า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มีผลกระทบทั้งสิ้น แต่เราก็พยามยามขับเคลื่อนภายในของเราให้ได้ คำว่า 'ให้ได้' คือต้องแก้ปัญหาภายในของเราที่จะทำให้เศรษฐกิจของเราอยู่ในสภาพที่ดีและสมดุลทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก รวมถึงภาคเกษตรกรที่เราให้ความสำคัญเป็นที่สุด"

 

                 พล.อ.ประยุทธ์  นายกรัฐมนตรี ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับขั้นตอนเตรียมการจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกว่า เมื่อช่วงเช้าตนได้ออกแถลงการณ์ไปแล้วหลังจากได้มีพระราชกรุณาโปรดเกล้าฯ ลงมาว่าหมายกำหนดการคือ ในวันที่ 4-6 พ.ค.62 โดยตนเคยเกริ่นไปแล้วว่าเราได้เตรียมการชั้นต้นภายในของรัฐบาลเองมาบ้างแล้ว เช่นการจัดเตรียมพระราชพิธีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องหลายอย่างด้วยกันเพื่อให้พร้อมใช้ได้ช่วงพระราชพิธีซึ่งจะมีช่วงก่อนหน้า 4-6 พ.ค. และระหว่าง 4-6 พ.ค. กับช่วงหลังจากวันที่ 4-6 พ.ค.ที่จะมีกิจกรรมหลายอย่างด้วยกันที่ต้องทำถวาย และเมื่อขณะนี้มีความชัดเจนแล้วก็ต้องเตรียมการพระราชพิธีที่เป็นทางการตามจารีตประเพณี

 

                " ขณะนี้ได้มีการหารือกันจะตั้งคณะกรรมการในการจัดงานพระราชพิธีดังกล่าวซึ่งมี "นายวิษณุ เครืองาม" รองนายกฯ เป็นหัวหน้างานเตรียมการนี้ และจะต้องคณะทำงานขึ้นมาเหมือนเช่นงานสำคัญที่ผ่านมาแล้ว พร้อมทั้งกราบบังคมทูลเชิญ "สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี" ทรงเป็นองค์ประธานเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย "

 

                 นายกรัฐมนตรี  ได้กล่าวถึงวันเลือกตั้งจะยังคงเป็นวันที่ 24 ก.พ.62 หรือไม่ว่า ตนยังไม่พูดอะไรในเรื่องนี้ โดยหลายอย่างก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยน ซึ่งวันเลือกตั้งเหล่านี้ กกต.ก็เป็นผู้กำหนดอยู่แล้ว ซึ่งหลังจากมีการกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับพระราชพิธีมาก็สุดแล้วแต่ว่าจะว่าอย่างไรกัน สิ่งที่ราต้องให้สำคัญมากที่สุดก่อนคืองานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ที่สำคัญสำหรับคนไทยและประเทศไทย โดยเราสามารถดำเนินการคู่ขนานกันไปด้วยได้ ก็อยากให้ทุกคนให้ความสำคัญเรื่องนี้ด้วยเป็นพิเศษ

 

"รัฐบาล"เตรียมกราบบังคมทูลเชิญพระเทพฯปธ.จัดงานบรมราชาภิเษก

 

 

                   ส่วนเรื่องรายชื่อ ส.ว.200 คน จากการคัดเลือกของ กกต. "นายกรัฐมนตรี" กล่าวว่า ตนยังไม่ได้รับทราบมาก็เป็นการคัดสรรมาในระดับพื้นที่มา 200 คน ถ้าได้มาเมื่อใดก็จะพิจารณาโดยคณะกรรมการของเราที่จะคัดสรรอีกที

 

                   นายกฯ ยังกล่าวย้ำถึงการเลือกตั้งด้วยว่า ก็เป็นเหตุเป็นผลของ กกต.ซึ่งตนก็ยังไม่ได้เข้าไปเกี่ยงข้อง ทุกอย่างตนยังยึดและยืนยันตามโรดแมป คือ หลังจาก พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส.ฯ ที่ผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.61แล้วเราต้องนับไปอีก 150 วันจะต้องให้มีการเลือกตั้งโดยเราได้กำหนดไว้ชั้นต้นว่าให้เร็วที่สุดควรจะเป็นอย่างไร ซึ่งเร็วที่สุดคือวันอาทิตย์สัปดาห์แรกตรงกับวันที่ 24 ก.พ.62 

 

                   "นี่ก็แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้มุ่งหวังจะดึงการเลือกตั้งออกไป เราเลือกสัปดาห์แรกที่เร็วที่สุด ก็สุดแล้วแต่ว่าจะทำได้หรือไม่ได้ก็ว่ากันมาในส่วนของกกต. และต้องให้เป็นไปตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น"

 

                  "พล.อ.ประยุทธ์" กล่าวถึงพายุปาบึกที่กำลังจะผัดผ่านไทยด้วยว่า เรื่องพายุปาบึก เราได้เตรียมการตั้งแต่ 2 วันที่ผ่านมาแล้ว โดยมีการแจ้งเตือนไปทุกกลุ่มอาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องประมง การท่องเที่ยว และเรื่องการสัญจรไปมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่อ่าวไทย และฝั่งอันดามันด้วย ก็ขอเตือนทุกคนช่วยกันเตรียมการป้องกันตัวเอง ขอร้องภาคเอกชนในการใช้เรือโดยสารก็สั่งห้ามหมดแล้ว วันนี้ก็ได้ย้ำเตือนในที่ประชุม ครม.อีกครั้งหนึ่ง

 

                   ขณะเดียวกันทางกระทรวงมหาดไทยก็จะประชุมเตรียมการบูรณาการทุกภาคส่วนอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ได้มีการสั่งการไปแล้วทั้งกระทรวงมหาดไทย , กระทรวงเกษตร , กระทรวงท่องเที่ยวฯ  , กองทัพเรือ , กองทัพบก , กรมเจ้าท่า ซึ่งกระทรวงมหาดไทยก็จะเป็นแม่งานในการขับเคลื่อน โดยเราคาดว่าพายุจะเข้าภาคใต้ทั้งหมดของไทยในวันพรุ่งนี้ (3 ม.ค.) ถึงวันที่ 5 ม.ค.62 ซึ่งเดิมเป็นดีเปรสชั่น ตอนนี้ก็เห็นว่าจะขยายตัวรุนแรงมากขึ้นเป็นพายุโซนร้อน โดยต้องรอดูภาพจำลองอีกครั้ง ดังนั้นในช่วงนี้อาจมีฝนตกชุก ก็ต้องเตรียมการป้องกันน้ำท่วท การแก้ไขเรื่องคมนาคมซึ่งเตรียมการไว้แล้ว แต่ถ้ามีปริมาณฝนตกมากก็ต้องใช้เวลาแก้ไขบ้างซึ่งเป็นเรื่องภัยจากธรรมชาติ 

 

                   "ก็ขอให้ประชาชนทุกคนติดตามฟังข่าวสภาพอากาศไว้ด้วย รัฐบาลเองก็เต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบรรเทาอุทกภัย ภัยพิบัติต่างๆ รัฐบาลก็ดำเนินการและบูรณาการใหม่ในเรื่องข้อมูลต่างๆ ความช่วยเหลือ การแก้ไขปัญหาน้ำขังท่วมเหล่านี้ ก็ทำทุกวัน ุ่าไปสังเกตุดูจะเห็นว่าจะมีความแตกต่างมากพอสมควร แต่ก็อาจยังไม่สามารถทำได้ 100% เพราะประเทศไทยเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำซะส่วนใหญ่"