ข่าว

ปม "นาฬิกาหรู" ไม่จบ !!

ปม "นาฬิกาหรู" ไม่จบ !!

28 ธ.ค. 2561

ปม "นาฬิกาหรู" โกหก ปชช. "ชาญชัย" ชี้ ความผิดสำเร็จ แนะ "บิ๊กป้อม" ลาออก - ถอดถอน 5 ป.ป.ช. จวก คสช. ออก ก.ม. ย้อนแย้ง เปิดช่องโกง ตัด ม.103/7 ทิ้ง กลัวถูกสอบ

 

               เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 61  นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส. นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเสียงข้างมาก 5 : 3 ให้ข้อกล่าวหาคดีนาฬิกาหรู 25 เรือน ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ตกไป ว่า

 

 

 

               กรณีนี้สรุปแล้ว ป.ป.ช. ไม่ได้แสวงหาข้อเท็จจริง แต่ไปแสวงหาเพื่อหาคำตอบแก้ตัวให้กับ พล.อ.ประวิตร ไม่มีปัญญาหาข้อเท็จจริงของนาฬิกาทั้ง 25 เรือน นั่นคือความเสื่อมและนำไปสู่ความหายนะขององค์กร ป.ป.ช. เอง เพราะโดยหลักการซื้อนาฬิกายี่ห้อหรูดังๆ เช่นนี้ ต้องมีการระบุตัวผู้ซื้อเพราะมีการรับประกัน บริษัทที่เป็นตัวแทนจำหน่ายต้องมีหลักฐานและต้นทางก็ล้วนเป็นประเทศที่ร่วมในสัญญาป้องกันและปราบปรามการทุจริตและการฟอกเงิน การที่ ป.ป.ช. อ้างว่าไม่สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ เป็นการโกหกประชาชน กรรมที่ทำไว้จะส่งผลต่อจริยธรรม คุณธรรม ในการตรวจสอบของนักการเมือง ข้าราชการในอนาคตทั้งระบบ เพราะทุกคนจะอ้างกรณีนี้ว่า เพื่อนให้ ยืมเพื่อนมา โดยยึดคดีของ พล.อ.ประวิตร เป็นบรรทัดฐานอ้างได้ ทำไมเรื่องนี้ ป.ป.ช. ไม่ส่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้พิจารณาเหมือนกับคดีอื่นๆ อาทิ คดีอดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ที่ถูกยึดทรัพย์และติดคุกมาแล้ว

 

ชี้ความผิดสำเร็จ แนะ “บิ๊กป้อม” ลาออก เดินหน้าภาค ปชช. ถอดถอน 5 ป.ป.ช.

               “ซึ่งกรณีของ พล.อ.ประวิตร แม้จะบอกว่า ยืมเพื่อนมา แล้วเมื่อถูกจับได้ แล้วบอกว่าเอาไปคืนแล้ว ก็ต้องมีความผิด เพราะถือว่าเอามาใช้ได้รับประโยชน์แล้ว และได้ทำความผิดสำเร็จแล้ว ซึ่งกฎเกณฑ์รับของเกิน 3,000 บาท ยังมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายอยู่ แต่ ป.ป.ช. กลับแถลงออกมาขัดสายตาประชาชน อย่างนี้ ป.ป.ช. ควรยุบไปเลยหรือไม่ แล้วอย่างนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ที่ระบุจะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก ในเมื่อพวกพ้องน้องพี่ของท่านทำตัวเช่นนี้ แล้วจะเป็นการปฏิรูปได้อย่างไร แบบนี้เป็นตัวถ่วงการพัฒนาประเทศ ถ้าผมเป็น พล.อ.ประวิตร คงจะลาออกจากตำแหน่งไปตั้งแต่ 8 เดือนที่แล้ว จะไม่เดินไป ขาลากไป ไม่อยู่ให้คนเขามาด่าอย่างนี้ ท่านเป็น ท. ทหารอดทน สามารถพลีชีพให้บ้านเมืองได้ แต่เรื่องแบบนี้ ท่านควรจะพิจารณาตัวเอง สิ่งที่ผมพูดอยากให้มีการดำเนินการต่อไป ที่พูดไม่ได้เกลียดอะไร พล.อ.ประวิตร แต่อยากให้ ป.ป.ช. รื้อคดีและนำคดีขึ้นสู่ศาลคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป ที่ผ่านมา ผมคิดว่าจะไม่ลง ส.ส. เลย แต่วันนี้เมื่อเกิดปัญหานี้ขึ้น ผมจะขอลงในระบบบัญชีรายชื่อ หากสามารถเข้าไปอยู่ในสภาฯ ได้ ผมจะจับพวกคุณเข้าคุกให้ได้ ยืนยัน กรณีนาฬิกาหรูนี้ไม่จบ เพราะมีภาคประชาชนสอบถามมามาก ตามกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 45 ให้ประชาชนเข้าชื่อ 2 หมื่นชื่อเพื่อถอดถอน ป.ป.ช. ทั้ง 5 คนได้ ซึ่งตนก็เป็นหนึ่งในเครือข่ายภาคประชาชนชี้เป้าปราบโกง เราจะดำเนินการต่อกับเครือข่ายภาคประชาชนอื่นที่เห็นตรงกัน” นายชาญชัย กล่าว

 

 

 

จวก ป.ป.ช. - คสช. ออก ก.ม. ย้อนแย้ง เปิดช่องโกง

               นายชาญชัย กล่าวถึงกรณี ป.ป.ช. มีคำสั่งให้ยกเลิกการยื่นแบบแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายของโครงการ (บช.1) ต่อกรมสรรพากร ว่า ป.ป.ช. มีคำสั่งนี้ เมื่อวันที่ 31 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยให้มีผลย้อนตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค. 2561 โดยเฉพาะยกเลิกการบังคับใช้มาตรา 103/7 ทำให้เอกชนที่ประมูลงานของรัฐกับหน่วยงานรัฐไม่ต้องยื่นบัญชีหนึ่ง (บช.1) เกี่ยวกับรายรับรายจ่ายแก่กรมสรรพากร เป็นการแก้ไขเพื่อทำลายสาระสำคัญของกฎหมาย ป.ป.ช. และเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่รัฐและเอกชนร่วมทำการทุจริตเพิ่มขึ้น โดยกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 103/7 ออกโดยสภาผู้แทนราษฎรในสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ เราเห็นชอบให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินกับบริษัทเอกชนที่รับงานของรัฐที่ต้องแจ้งบัญชีรายรับรายจ่าย และห้ามมิให้เบิกเงินสดจากธนาคารเพื่อนำเงินมาวิ่งเต้นใต้โต๊ะ รวมถึงตรวจสอบการทำราคากลางและการเลี่ยงภาษี เพื่อเอาผิดกับนักการเมืองทุกระดับ ข้าราชการขี้โกง และเอกชนที่หากินกับงบประมาณแผ่นดินโดยฉ้อราษฎร์บังหลวง ทั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ หัวหน้า คสช. เคยมีคำสั่ง ที่ 69/2557 เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2557 เน้นย้ำเรื่องมาตรการป้องกันและแก้ไขการทุจริตประพฤติมิชอบให้ยึดใช้กฎหมาย ป.ป.ช. อย่างเข้มงวด รัดกุม

 

 

 

แฉแก้ไข ก.ม. ป.ป.ช. ตัด ม.103/7 ทิ้ง กลัวถูกสอบเส้นทางเงินแม่น้ำ 5 สาย

               “โดยเฉพาะ ข้อ 3. ของคำสั่ง คสช. ที่ 69/2557 เมื่อยึดคำสั่งนี้ ยังถือว่า การใช้มาตรา 103/7 ยังเป็นกฎหมายที่บังคับใช้อยู่ ถามว่า ทั้ง คสช. รัฐบาล สนช. และ ป.ป.ช. พวกท่านทำงานกันอย่างไร ถึงมีคำสั่งมาบังคับใช้กฎหมาย แต่มีผลย้อนแย้ง สับสนจนมั่วกันเอง และกระทบถึงกระบวนการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชัน ฉ้อราษฎร์บังหลวง ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่และวาระแห่งชาติที่ คสช. อ้างเป็นผลงานหลัก แต่พวกท่านทั้งฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ กลับกลัวการตรวจสอบเส้นทางการเงินของตัวเองหรือพวกพ้องใช่หรือไม่ จึงออก พ.ร.บ. ป.ป.ช. ฉบับ พ.ศ. 2561 ให้ยกเว้นการตรวจสอบเส้นทางการเงินทุจริตจากการใช้งบประมาณแผ่นดินที่มาจากเงินภาษีประชาชน” นายชาญชัย กล่าว