
สเปิร์มไม่ใช่มรดก!รพ.ไม่ยอมให้แม่คนตายเบิกใช้ทำเด็กหลอดแก้ว
ที่เวียดนาม มีประเด็นถกเถียงทางกฎหมายเกิดขึ้น หลังจากรพ.ไม่ยอมให้แม่ใช้สเปิร์มลูกชายที่เสียชีวิตไปใช้ทำเด็กหลอดแก้ว
สื่อเวียดนามTuoitrenews รายงานโดยใช้นามสมมติบุคคลในข่าวว่า นาย ที.ดี.ที. ซึ่งเสียชีวิตแล้ว ฝากสเปิร์มไว้ที่โรงพยาบาล Tu Du ในโฮจิมินห์ ซิตี ขณะยังมีชีวิตอยู่
นางฟง ง็อก เหยียน มารดาของผู้ตาย ต้องการเบิกถอนสเปิร์ม เพื่อให้นาง วีทีบีดี (นามสมมติ) แฟนสาวของลูกชาย ตั้งครรภ์หลานผ่านการทำเด็กหลอดแก้ว
ทั้งสองจัดพิธีสมรสกันแล้ว และอยู่กินกันฉันท์สามีภรรยา แต่ไม่ได้จดทะเบียน
กฎหมายเวียดนาม อนุญาตให้เฉพาะคู่สมรสถูกต้องตามกฎหมายของผู้ฝากสเปิร์มเท่านั้น ที่มีสิทธิตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับสเปิร์มกรณีเจ้าของเสียชีวิต หากไม่มีคู่สมรสถูกต้องตามกฎหมาย สเปิร์มที่ฝากไว้จะต้องทำลายด้วยเหตุผลทางศีลธรรม ทนายความของมารดาผู้ตาย กำลังพิจารณายื่นฟ้องโรงพยาบาล โดยอ้างว่า มารดาเป็นทายาทรับ”ทรัพย์สิน”ของลูกชาย เพราะเขาไม่มีคู่สมรสจดทะเบียน หรือลูก
เหวียน ดึ๊ก ทนายความในโฮจิมินห์ กล่าวว่า ไม่แน่ใจนักว่ามารดาของเขาจะชนะคดีหรือไม่ เพราะกฎหมายเวียดนาม ไม่รับรองว่า สเปิร์ม คือทรัพย์สินที่ตกทอดเป็นมรดกได้ “สเปิร์มเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย จึงผูกติดกับสิทธิส่วนบุคคล”
อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายหลายคนก็แย้งว่า สามารถยกเว้นได้ และควรกระทำในบางกรณี หากเป็นที่ยอมรับในแง่ศีลธรรม เช่น หากฝ่ายหญิงพิสูจน์ได้ว่าอยู่กินกับสามีที่เสียชีวิตมาระยะหนึ่ง สามารถตัดประเด็นสงสัยที่ว่าสเปิร์มจะถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการค้า ซึ่งกฎหมายปัจจุบันพยายามป้องกัน
นักกฎหมายแนะนำให้มารดาและแฟนของผู้ตาย ส่งหนังสือถึงรัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอให้พิจารณาหาทางออกของข้อกฎหมายนี้



