ข่าว

"เทือก”ปัดไม่ต้องยก“ราเกซ”เป็นคดีพิเศษ

"เทือก”ปัดไม่ต้องยก“ราเกซ”เป็นคดีพิเศษ

04 พ.ย. 2552

"เทพเทือก”ปัดไม่จำเป็นต้องยก“คดีราเกซ”เป็น“คดีพิเศษ” ปล่อย“ตร.” สาวต่อโยงนักการเมือง ยัน “ปชป.” ไม่ได้ย่อหย่อนใส่เกียร์ว่างอุ้มบิ๊กนักการเมืองพรรคร่วมฯ ย้อนศร “ แม้ว ” แพ้ภัยตัวเองไม่ใช่ “ปชป. ”

 (4พ.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีที่พรรคฝ่ายค้านไปค้นคำอภิปรายของนายสุเทพ เมื่อปี 2538 ที่ระบุมีนักการเมืองวิ่งรับเช็คจากนายราเกซ สักเสนา ผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์ธนาคารบีบีชี เพื่อทวงถามจุดยืนในการดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง ว่า ตนทำหน้าที่ในสภาฯสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว และมีเอกสารหลักฐานอะไรก็ส่งมอบให้ฝ่ายที่เขามาขอไปหมดแล้ว เมื่อถามว่า ในขณะนั้นนักการเมืองที่เกี่ยวข้องมีเฉพาะคดีแพ่งหรือมีคดีอาญาที่จะสามารถสาวไปถึงได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตอนที่ตนอภิปรายไม่ได้ไปชี้ว่าใครต้องถูกดำเนินคดีแพ่งหรือคดีอาญา เพียงแต่อภิปรายชี้ให้เห็นว่ามีการร่วมมือกันกระทำความผิดและเรียกร้องให้รัฐบาลในขณะนั้นดำเนินการ ซึ่งในที่สุดทั้งธปท.และกระทรวงการคลังก็ดำเนินการ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคฝ่ายค้านทวงถามจุดยืนของท่านในวันที่อภิปรายกับเมื่อมาเป็นรองนายกฯฝ่ายความมั่นคงยังเหมือนเดิมหรือมกับคดีราเกซ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า “ ผมเหมือนเดิม แต่ว่าฝ่ายค้านสงสัยจะไม่ค่อยเหมือนเดิม ” ทั้งนี้ตนมั่นใจในข้อมูลที่ตนอภิปราย ตนอยู่ในสภาฯมา 30 ปี ไม่เคยเอาเรื่องโกหกไปพูดในสภาฯ เรื่องที่ตนอภิปรายคดีบีบีซีในวันนั้น คนก็ตกใจกันมาก แม้กระทั่งในพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งนายชวน หลีกภัย เป็นหัวหน้พรรคในขณะนั้น เมื่อตนแจ้งในที่ประชุมพรรคว่าจะอภิปรายเรื่องนี้ นายชวนต้องขอเอาทีมทนายมาตรวจสอบคำอภิปรายของตน และตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่มีอยู่ในมือ ตนได้แสดงให้พรรคเห็นชัดเจนแล้วว่าจำเป็นต้องพูดเรื่องนี้ เพราะจะเป็นผลเสียหายกับระบบการเงินการธนาคารของประเทศ และจริง ๆถ้ารัฐบาลในขณะนั้นรีบแก้ไขก็คงจะไม่เป็นผลรุนแรงมาก แต่ว่าการแก้ไขก็ช้าไปหน่อย อย่างไรก็ตามรัฐบาลเขาก็ได้ดำเนินการ แต่กระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ขั้นตอนของตำรวจ อัยการไปถึงศาล ไม่ใช่เรื่องที่เป็นภาระของตนแล้ว ภาระของตนจบลงแค่นั้น

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นเรื่องที่ทำให้ลำบากใจต่อการทำงานร่วมกันกับบิ๊กนักการเมืองที่มาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลตอนนี้หรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มีอะไรที่จะลำบากใจ มันต้องว่ากันเป็นตอน ๆ เป็นช่วง ๆ ไป

 ผู้สื่อข่าวถามว่า คดีนี้เป็นคดีประวัติศาสตร์เป็นไปได้หรือไม่ที่จะจัดลำดับความสำคัญให้เป็นคดีพิเศษหรือเป็นคดีที่ต้องเร่งรัดติดตามเฉพาะ นายสุเทพ ปฏิเสธ ว่า ไม่จำเป็นที่ตนต้องไปทำอะไรที่มากไปกว่านี้ สมมติว่าวันนี้นายราเกซเกิดให้การพาดพิงไปถึงใคร ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถรวบรวมเอกสารหลักฐานได้ เขาก็ดำเนินคดีกับคนนั้นเพิ่มเติม เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตรำวจอยู่แล้ว ถ้าไม่ทำก็ไม่ได้ จะเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นคนเปิดเรื่องนี้ ถ้าไม่ได้เป็นคนปิดคดีจะเสียราคาได้ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มี เป็นธรรมดา ไม่มีปัญหา

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการวิเคราะห์ว่าที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่เอาจริงเอาจังกับคดีนายราเกซ เพราะเกรงจะกรทบต่อมิตรทางการเมือง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นี่เป็นการกล่าวหาของคนกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรม พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ไปย่อหย่อนอะไร เรากดดันมาตลอดเวลา และพยายามที่จะเอานายราเกซมาดำเนินคดีให้ได้ เราเคยถึงขนาดส่งนายกอร์ปศักดิ์ สภาวะสุ นายจุติ ไกรฤกษ์และคณะเดินทางไปถึงแคนาดาด้วยซ้ำไป ถ้าจะกล่าวหาอย่างนี้ก็ต้องกล่าวหาว่าในยุคที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ พรรคฝ่ายเป็นรัฐบาลอยู่ 7-8 ปีนั่นต่างหาก ที่ไม่ค่อยพยายามจะทำเรื่องนี้เท่าไหร่

 ผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่าเรื่องนี้จะทำให้พรรคประชาธิปัตย์แพ้ภัยตัวเอง เพราะประชานจะมองว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เอาจริงเอาจัง นายสุเทพ ย้อนถามผู้สื่อข่าวทันทีว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่มีอะไรแพ้ภัยตัวเอง แต่ว่าพ.ต.ท.ทักษิณขณะนี้กำลังแพ้ภัยตัวเองอยู่

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ยอมที่จะเสียพันธมิตรทางการเมืองหรือไม่ ถ้าจะทำให้คดีประวัติศาสตร์นี้ช่วยให้ไม่เกิดปัญหาทางการเงินต่อ รองนายกรัฐมนตรีฯ กล่าวว่า ปัญหาสถาบันการเงินเกิดขึ้นแล้วและจบลงไปแล้ว แต่คนที่กระทำความผิดต้องอยู่ในขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม ถ้าสาวไปถึงใครก็ว่าไป ส่วนคนที่ไม่ผิดก็ไม่ต้องเดือดร้อนอะไร