
เทือกจวกจิ๋วไร้สาระตั้งนครปัตตานี
สุเทพ จวก บิ๊กจิ๋ว คิดไร้สาระตั้ง นครปัตตานี เย้ย นิรโทษกรรม ผู้ก่อความไม่สงบทำได้ยาก ระบุเมื่อทำผิดก็ต้องรับโทษ แขวะ บิ๊กบัง คิดตั้ง ทบวงความมั่นค ไร้สาระอีกเช่นกัน ย้ำ ไม่คิดจัดทีมไปเจรจา ผู้ก่อความไม่สงบ
(4พ.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทยเสนอแนวคิดตั้งนครปัตตานี ว่า ตนฟังแล้วรู้สึกไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ ซึ่งคงเหมือนกับประชาชนคนไทยที่ได้รับฟัง แต่เมื่อฟังคำอธิบายเพิ่มมากขึ้นก็ไม่คิดว่าจะมีอะไรใหม่ เป็นความคิดที่พล.อ.ชวลิตเคยคิดมาก่อน สมัยเป็นนายกรัฐมนตรีเองก็เคยคิดเรื่องเหล่านี้มาแล้ว แต่นำไปดำเนินการก็ไม่เกิดผลอะไรขึ้นมา และตอนที่เป็นรองนายกรัฐมนตรี ในสมัยของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้พยายามฟื้นเรื่องนี้ขึ้นมาใหม่ แต่ก็ไม่เห็นจะได้ผลอะไร แต่พอมาถึงวันนี้ตนคิดว่าคงจะดีเหมือนกันที่จะทำให้คนทั้งหลายได้เปรียบเทียบ สิ่งที่พล.อ.ชวลิตคิดทำกับสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ทำอยู่ เพราะหากไม่มีสิ่งเปรียบเทียบคงไม่สามารถเห็นชัดว่าอะไรดีกว่าอะไร
“ รัฐบาลนี้มุ่งมั่นที่จะพัฒนายกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้นให้ได้ ถ้าจะเป็นการชนะกันต้องชนะกันด้วยจิตใจ ไม่ใช่ชนะกันด้วยกำลัง รัฐบาลนี้ไม่ใช้กำลังเข่นฆ่าประชาชน และจะใช้วิธีการทางกฎหมายเท่านั้น พร้อมกับเพิ่มความแข็งแรงการทำงานด้านนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อใช้พยานหลักฐานมาดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ถึงแม้ว่าวิธีการอย่างนี้จะทำให้คนผิดบางส่วนต้องลอยนวลไป แต่ถือว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่นานาประเทศปฏิบัติกัน ให้คนผิดรอดไปยังดีกว่า ไปเข่นฆ่าล่าสังหารผู้บริสุทธิ์ ” นายสุเทพ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า แนวคิดของพล.อ.ชวลิตยังเสนอให้นิรโทษกรรมกับกลุ่มผู้ก่อเหตุความไม่สงบด้วย รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า เรื่องนี้พูดกันมาหลายทีแล้วว่าทำยาก และเป็นไปไม่ได้ การนิรโทษในกรณีอย่างนี้หมายความว่าทุกคนที่เคยฆ่าประชาชน ฆ่าเจ้าหน้าที่ ฆ่าผู้บริสุทธิ์ ทั้งพระ โต๊ะอิหม่าม จะไม่ถูกลงโทษ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้คนละหลักการกับการให้อภัย เพราะการให้อภัยหมายความว่าเมื่อมีการหลงผิดในเรื่องใดแล้ว แล้วกลับเนื้อกลับตัวหันมาใช้ขีวิตตามปกติอย่างนั้นพอให้อภัยกันได้ แต่กรณีคนกระทำผิดต้องว่าไปตามผิด
ผู้สื่อข่าวถามว่า แนวคิดดังกล่าวของพล.อ.ชวลิต หากได้นำไปหารือกับทางมาเลเซียตามที่พล.อ.ชวลิตจะเดินทางไปนั้น คิดว่าจะส่งผลกระทบต่อการบริหารประเทศหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่คิดว่าจะกระทบเพราะอีกไม่กี่วันนายกรัฐมนตรีมาเลเซียก็จะเดินทางมาเยือนประเทศไทย โดยพบกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ และยังจะร่วมเดินทางด้วยกันเพื่อลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย กำหนดการเพื่อไปเยี่ยมโรงเรียนเด็กที่ทางมาเลเซียให้การสนับสนุน โดยนายกฯมาเลเซียยังได้บอกกับนายอภิสิทธิ์และตนในการหารือกันที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ด้วยว่า ท่านสนับสนุนวิธีการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เพราะฉะนั้นพล.อ.ชวลิตจะไปพูดอะไร ตนไม่คิดว่าจะเป็นความสับสนหรือปั่นป่วนแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวถามว่าเขตปกครองพิเศษที่นายกฯมาเลเซียเสนอสอดคล้องกับนครปัตตานีที่พล.อ.ชวลิตเสนอหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คิดว่าไม่ค่อยเหมือนเพราะรูปแบบของพล.อ.ชวลิตยังแปรเปลี่ยนไปทุกวัน เป็นคนละอย่าง มาเลเซียคิดภายใต้ความเข้าใจหรือธรรมชาติรูปแบบการปกครองของมาเลเซีย แต่ของไทยก็เป็นไปอย่างที่ดำเนินกันอยู่มีทั้งการปกครองจากส่วนกลาง การปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชนเต่ละจังหวัดเลือกผู้บริหารของตัวเองได้ถือเป็นระบบที่ดีที่สุดอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า รัฐบาลมีข้อมูลหรือไม่ว่าข้อเสนอของพล.อ.ชวลิตไปสอดคล้องกับแนวคิดของแกนนำผู้ก่อความไม่สงบบางกลุ่มหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนยังไปไม่ถึงขนาดนั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ชวลิตระบุว่าเรื่องการนิรโทษกรรมนั้นเคยทำสำเร็จในสมัยแก้ปัญหาคอมมิวนิสต์ตามนโยบาย 66 / 23 จึงคิดว่าน่าจะนำมาใช้กับการแก้ปัญหาภาคใต้ได้ คิดว่าแนวคิดนี้จะทำได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า “ ผมไม่เชื่อว่า จะเป็นแนวคคิดที่จะแก้ปัญหาภาคใต้ได้ในวันนี้ เพราะสมัยก่อนมีพรรคคอมมิวนิสต์ บรรดาผู้เป็นคอมมิวนิสต์อยู่ในพรรคเดียวกันมีอุดมการณ์ดำเนินงานทางการเมืองในทิศทางเดียวกันจะเดินหน้า ถอยหลังก็ไปพร้อม ๆ กัน แต่ในกรณีผู้ก่อความไม่สงบแบ่งแยกดินแดนในภาคใต้มีอยู่หลายกลุ่ม และไม่คิดว่าจะมีอุดมการณ์ไปในทิศทางเดียวกัน ถึงแม้ว่าผู้นำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบแบ่งแยกดินแดนเหล่านี้มีเป้าหมายจะสถาปนารัฐใหม่แยกออกจากประเทศไทย แต่ประชาชนไม่ได้เชื่อถือหรือมีอุดมการณ์ในลักษณะนั้นด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่พล.อ.ชวลิตมีความมั่นใจกับการลงไปพบปะกับประชาชนเพื่อเสนอแนวคิดใหม่ ๆ ถึงกับประกาศว่า วันที่ 5 ธ.ค.นี้จะประกาศให้เป็นวันสันติภาพคิดว่าเป็นไปได้หรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ชวลิตเคยคิด เคยแสดงความเห็นอะไรต่ออะไรไว้มากกว่านี้ตั้งเยอะ และล้มเหลวไปก็มาก ดูสนุกๆ ไปก่อนก็แล้วกัน “ ที่บอกว่าจะไปเจรจากันนั้นมีกลุ่มของกลุ่มพล.อ.ชวลิต อดีตนายทหารท่านอื่น ทำกันหลายคน ซึ่งผมไม่อยากจะพูดถึง แต่บางท่านก็กลายเป็นตลกครั้งใหญ่ต่อหน้าประชาชนทั้งประเทศมาแล้ว ผมคิดว่า เราอย่าไปเป็นจริงเป็นจังอะไรเลย ผมไม่เชื่อว่าวิธีการที่จะไปเจรจาอย่างนั้นจะได้ผล และผมเห็นว่า การลงพื้นที่คราวนี้ของพล.อ.ชวลิตไม่มีสาระ อีกทั้งฝ่ายค้านต้องคิดอะไรที่นอกกรอบ ที่ไม่เหมือนรัฐบาลอยู่แล้วแต่ฝ่ายค้านก็มาจากพรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาล ที่สร้างปัญหาในพื้นที่นั้นอยู่ ” นายสุเทพ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวการเจรจากับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในสมัยรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีการเสนอให้มีการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการจริงหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า จะถึงขั้นไหนอย่างไร ตนไม่ทราบ แต่ตนทราบว่ามีความพยายามที่จะให้มีการเจรจากันมาหลายยุคหลายสมัยแล้ว เพราะมีหลายกลุ่ม หลายทีมที่อยากจะทำตัวเป็นคนกลาง เป็นนักเจรจาและวุ่นวายปั่นป่วน สับสน ทับสาย ทับเส้น ทับทาง ไม่รู้ใครเป็นใครที่ไปเจรจา จำได้หรือไม่ว่ามีการมาออกทีวีกัน มาแสดงตัวว่าจะหยุดยิงกันในวันนั้น วันนี้ ซึ่งตนเห็นมาเสียจนชาชินแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่ารัฐบาลไม่มีแนวคิดที่จะส่งคนไปเจรจาเพื่อแก้ปัญหาอย่างนั้นหรือ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนในฐานะที่ได้รับมอบหมายดูแลงานด้านความมั่นคง และดูแลพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะตนไม่เคยมีความคิดที่จะจัดทีมไปเจรจา ซึ่งไม่ใช่คนเป็นคนแข็งกร้าวไม่ยอมเจรจาอะไรไม่ใช่ แต่ตนไม่ไปเสียเวลากับสิ่งที่มันไร้สาระ แต่ตนจะทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปในเรื่องการพัฒนา ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ประชาชนมีรายได้ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ปลอดภัย ซึ่งตนคิดว่า นี่คือการแก้ปัญหาที่แท้จริง
ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคมช.ซึ่งปัจจุบันเป็นประธานที่ปรึกษาพรรคมาตุภูมิ ได้เสนอให้มีการตั้งทบวงด้านความมั่นคง นายสุเทพ กล่าวว่า นั่นก็ไร้สาระสำหรับความรู้สึกของตน



