
หวั่น 90 วันอันตราย!
หลังจากประสบความสำเร็จในการยืมมือ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา มาขย่ม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ทั้งก่อนการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 15 และยังตามมาตบหน้านายกฯ ของไทยต่อถึงแผ่นดินไทย
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ใช้บริการ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ หรือ "พ่อใหญ่จิ๋ว" ผู้มีบารมีคับฟ้าในแถบประเทศเพื่อนบ้านออกเดินสายพบผู้นำประเทศรอบบ้านเราอีกครั้ง
โดยคราวนี้วางคิวยาวไปเยือนประเทศมาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย และปิดท้ายด้วยสหภาพพม่า
ท่ามกลางการจับจ้องว่า คราวนี้พ่อใหญ่จิ๋วจะไป "วางระเบิด" อะไรเอาไว้อีก เพราะแรงระเบิดที่กรุงพนุมเปญเล่นเอารัฐบาลเสียศูนย์ไปพักใหญ่
คราวนี้เมื่อพ่อใหญ่จิ๋วเล็งเป้าเปิดแนวรบรอบทิศ รัฐบาลจึงไม่อาจนิ่งเฉยให้พ่อใหญ่จิ๋วโฉบไปวางระเบิดได้ง่ายๆ อีกแล้ว เพราะนอกจากจะใช้ยุทธศาสตร์เพื่อนบ้านบีบไทยแล้ว ขบวนการทักษิณยังเปิดแนวรบอย่างดุเดือดในประเทศไปพร้อมๆ กันด้วย
ทั้งการเปิดช่องทางการติดต่อสื่อสารใหม่ๆ ระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ กับบรรดาแฟนคลับ ทั้งเอสเอ็มเอส ทีวี 100 ช่อง เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ วิทยุออนไลน์ ฯลฯ ซึ่งจะดำเนินการคู่ขนานไปกับการจองกฐินของเสื้อแดงที่ประกาศจะชุมนุมยืดเยื้อตลอดทั้งเดือนธันวาคมนี้
ส่งสัญญาณความแรงสูงว่า ขบวนการทักษิณจะเปิดแนวรบทุกทางเพื่อขย่มให้รัฐบาลล้ม และทำให้เกิดการเลือกตั้งขึ้นโดยเร็วเพื่อให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์พานายใหญ่กลับประเทศ พร้อมนิรโทษกรรม และนำทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านกลับคืนเจ้าของ
การเล่นเกมเร็ว และแรงของขบวนการทักษิณทำให้นายกฯ ต้องเรียกประชุมหน่วยงานความมั่นคง ทั้งสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สนข.) สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และโดยเฉพาะ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เข้าร่วมหารือเพื่อประเมินสถานการณ์ และหายุทธวิธีตอบโต้โดยเร่งด่วนเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายโชว์เหนือ ตีกินได้ง่ายๆ เหมือนที่ผ่านมา
หน่วยงานความมั่นคงชี้เปรี้ยงว่า อนาคตการเมืองไทยนับจากเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2552 ต่อด้วยเดือนมกราคม 2553 ถือเป็น 3 เดือน หรือ "90 วันอันตราย" ที่รัฐบาลจะต้องสกัดกั้นทุกรูปแบบไม่ให้ขบวนการทักษิณล้มรัฐบาลได้ตามเป้า!!
ส่วนประเด็นที่พ่อใหญ่จิ๋วจะเดินทางเยือนสหภาพพม่า เพื่อพบปะกับ “เพื่อนซี้” อย่าง พล.อ.อาวุโส ตัน ฉ่วย ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ ก็น่าจับตามองอย่างมาก
ถึงขนาดที่พ่อใหญ่จิ๋ว บอกเป็นนัยๆ ว่า ครั้งนี้ "สนุกแน่" หากมีการพบปะกับ พล.อ.อาวุโส ตัน ฉ่วย เพราะมีหลายเรื่องที่จะหารือกัน โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกับรัฐบาลทั้งสองประเทศ
น่าจับตาด้วยใจระทึกว่า อย่างไหนจะสนุกกว่ากันระหว่างระเบิดลูกเก่าที่พนมเปญกับระเบิดลูกใหม่ที่จะไปวางที่ย่างกุ้ง
ในบรรดา 4 ประเทศที่พ่อใหญ่จิ๋ววางคิวไว้นั้น สหภาพพม่าถือเป็น "ไฮไลท์" อย่างแท้จริง เพราะน่าสังเกตว่า ตั้งแต่โอบามาร์คขึ้นเป็นนายกฯ ตั้งแต่ต้นปี ทางผู้นำพม่ายังไม่ได้กำหนดคิวให้นายกฯ ของไทยไปเยือนอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเสียที ทั้งที่จะสิ้นปีอยู่รอมร่อ
ท่ามกลางข้อครหาว่า ผู้นำอาวุโสของพม่าไม่ค่อยจะพอใจนายกฯ ของไทยในฐานะประธานอาเซียนเท่าไหร่ โดยเฉพาะท่าทีที่มีต่อ นางอองซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านตัวฉกาจของพม่า ซึ่งพม่ามองว่า ไทยโน้มเอียงไปทางนางซูจีมากเกินไป
ยิ่งนายกฯ อภิสิทธิ์ ไปหลุดวาทะคลาสสิกว่า "คงมีไม่กี่ประเทศที่จะเปรียบเทียบ พ.ต.ท.ทักษิณ กับ นางอองซาน ซูจี ว่าเป็นกรณีที่มีความใกล้เคียงกัน"
ดังนั้นจึงต้องจับตาดูว่าพ่อใหญ่จิ๋วจะหยิบวาทะครั้งนี้ไปพูดคุยกับผู้นำอาวุโสพม่าหรือไม่ และผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร
โดยเฉพาะเมื่อคำนึงถึงความสัมพันธ์กับพม่าในสมัยรัฐบาลทักษิณที่มีการเข้าไปลงทุนในพม่าขนานใหญ่ รวมทั้งโครงการอื้อฉาวอย่างเงินกู้ 4,000 ล้านบาท ที่รัฐบาลทักษิณใจดีปล่อยกู้ให้รัฐบาลพม่า และเป็นโครงการหนึ่งที่ คตส.เข้าไปตรวจสอบ ก็ยิ่งน่าสนใจยิ่งขึ้น
ผู้นำอมตะของพม่าจะตอบแทนน้ำใจสุดประเสริฐของเพื่อนซี้อย่างอดีตนายกฯ และพ่อใหญ่จิ๋วแบบไหน !?!?
ทีมข่าวความมั่นคง



