ข่าว

หวั่น 90 วันอันตราย!

หวั่น 90 วันอันตราย!

04 พ.ย. 2552

หลังจากประสบความสำเร็จในการยืมมือ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา มาขย่ม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ทั้งก่อนการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 15 และยังตามมาตบหน้านายกฯ ของไทยต่อถึงแผ่นดินไทย

 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ใช้บริการ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ หรือ "พ่อใหญ่จิ๋ว" ผู้มีบารมีคับฟ้าในแถบประเทศเพื่อนบ้านออกเดินสายพบผู้นำประเทศรอบบ้านเราอีกครั้ง

 โดยคราวนี้วางคิวยาวไปเยือนประเทศมาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย และปิดท้ายด้วยสหภาพพม่า

 ท่ามกลางการจับจ้องว่า คราวนี้พ่อใหญ่จิ๋วจะไป "วางระเบิด" อะไรเอาไว้อีก เพราะแรงระเบิดที่กรุงพนุมเปญเล่นเอารัฐบาลเสียศูนย์ไปพักใหญ่

 คราวนี้เมื่อพ่อใหญ่จิ๋วเล็งเป้าเปิดแนวรบรอบทิศ รัฐบาลจึงไม่อาจนิ่งเฉยให้พ่อใหญ่จิ๋วโฉบไปวางระเบิดได้ง่ายๆ อีกแล้ว เพราะนอกจากจะใช้ยุทธศาสตร์เพื่อนบ้านบีบไทยแล้ว ขบวนการทักษิณยังเปิดแนวรบอย่างดุเดือดในประเทศไปพร้อมๆ กันด้วย

 ทั้งการเปิดช่องทางการติดต่อสื่อสารใหม่ๆ ระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ กับบรรดาแฟนคลับ ทั้งเอสเอ็มเอส ทีวี 100 ช่อง เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ วิทยุออนไลน์ ฯลฯ ซึ่งจะดำเนินการคู่ขนานไปกับการจองกฐินของเสื้อแดงที่ประกาศจะชุมนุมยืดเยื้อตลอดทั้งเดือนธันวาคมนี้

 ส่งสัญญาณความแรงสูงว่า ขบวนการทักษิณจะเปิดแนวรบทุกทางเพื่อขย่มให้รัฐบาลล้ม และทำให้เกิดการเลือกตั้งขึ้นโดยเร็วเพื่อให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์พานายใหญ่กลับประเทศ พร้อมนิรโทษกรรม และนำทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านกลับคืนเจ้าของ

 การเล่นเกมเร็ว และแรงของขบวนการทักษิณทำให้นายกฯ ต้องเรียกประชุมหน่วยงานความมั่นคง ทั้งสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สนข.) สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และโดยเฉพาะ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เข้าร่วมหารือเพื่อประเมินสถานการณ์ และหายุทธวิธีตอบโต้โดยเร่งด่วนเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายโชว์เหนือ ตีกินได้ง่ายๆ เหมือนที่ผ่านมา

 หน่วยงานความมั่นคงชี้เปรี้ยงว่า อนาคตการเมืองไทยนับจากเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2552 ต่อด้วยเดือนมกราคม 2553 ถือเป็น 3 เดือน หรือ "90 วันอันตราย" ที่รัฐบาลจะต้องสกัดกั้นทุกรูปแบบไม่ให้ขบวนการทักษิณล้มรัฐบาลได้ตามเป้า!!

 ส่วนประเด็นที่พ่อใหญ่จิ๋วจะเดินทางเยือนสหภาพพม่า เพื่อพบปะกับ “เพื่อนซี้” อย่าง พล.อ.อาวุโส ตัน ฉ่วย ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ ก็น่าจับตามองอย่างมาก

 ถึงขนาดที่พ่อใหญ่จิ๋ว บอกเป็นนัยๆ ว่า ครั้งนี้ "สนุกแน่" หากมีการพบปะกับ พล.อ.อาวุโส ตัน ฉ่วย เพราะมีหลายเรื่องที่จะหารือกัน โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกับรัฐบาลทั้งสองประเทศ

 น่าจับตาด้วยใจระทึกว่า อย่างไหนจะสนุกกว่ากันระหว่างระเบิดลูกเก่าที่พนมเปญกับระเบิดลูกใหม่ที่จะไปวางที่ย่างกุ้ง

 ในบรรดา 4 ประเทศที่พ่อใหญ่จิ๋ววางคิวไว้นั้น สหภาพพม่าถือเป็น "ไฮไลท์" อย่างแท้จริง เพราะน่าสังเกตว่า ตั้งแต่โอบามาร์คขึ้นเป็นนายกฯ ตั้งแต่ต้นปี ทางผู้นำพม่ายังไม่ได้กำหนดคิวให้นายกฯ ของไทยไปเยือนอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเสียที ทั้งที่จะสิ้นปีอยู่รอมร่อ

 ท่ามกลางข้อครหาว่า ผู้นำอาวุโสของพม่าไม่ค่อยจะพอใจนายกฯ ของไทยในฐานะประธานอาเซียนเท่าไหร่ โดยเฉพาะท่าทีที่มีต่อ นางอองซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านตัวฉกาจของพม่า ซึ่งพม่ามองว่า ไทยโน้มเอียงไปทางนางซูจีมากเกินไป

 ยิ่งนายกฯ อภิสิทธิ์ ไปหลุดวาทะคลาสสิกว่า "คงมีไม่กี่ประเทศที่จะเปรียบเทียบ พ.ต.ท.ทักษิณ กับ นางอองซาน ซูจี ว่าเป็นกรณีที่มีความใกล้เคียงกัน"

 ดังนั้นจึงต้องจับตาดูว่าพ่อใหญ่จิ๋วจะหยิบวาทะครั้งนี้ไปพูดคุยกับผู้นำอาวุโสพม่าหรือไม่ และผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร

 โดยเฉพาะเมื่อคำนึงถึงความสัมพันธ์กับพม่าในสมัยรัฐบาลทักษิณที่มีการเข้าไปลงทุนในพม่าขนานใหญ่ รวมทั้งโครงการอื้อฉาวอย่างเงินกู้ 4,000 ล้านบาท ที่รัฐบาลทักษิณใจดีปล่อยกู้ให้รัฐบาลพม่า และเป็นโครงการหนึ่งที่ คตส.เข้าไปตรวจสอบ ก็ยิ่งน่าสนใจยิ่งขึ้น

 ผู้นำอมตะของพม่าจะตอบแทนน้ำใจสุดประเสริฐของเพื่อนซี้อย่างอดีตนายกฯ และพ่อใหญ่จิ๋วแบบไหน !?!?

ทีมข่าวความมั่นคง