
วาระซ่อนเร้น"พ่อใหญ่จิ๋ว"
สินค้าตัวล่าสุดของ "พ่อใหญ่จิ๋ว" พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ดูเหมือนจะมีตำหนิซะแล้ว เพราะยังไม่ทันจะแกะกล่อง พวกก็จับไต๋ เห็นเนื้อในอย่างหมดเปลือก อุตส่าห์คิดสโลแกนซะหรู "ไทยร่มเย็น เป็นมิตรกับเพื่อนบ้าน" แต่เจอคนรู้ทันอย่างโฆษกส่วนตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เท
เหตุก็เพราะว่า ข้อเสนอเรื่อง "นครปัตตานี" ของ "พ่อใหญ่จิ๋ว" นั้น ทั้งคลุมเครือ และหมิ่นเหม่ต่อความเข้าใจคลาดเคลื่อนของคนในสังคมอยู่มากทีเดียว
จะว่าคำพูดของ "พ่อใหญ่จิ๋ว" ไม่อยู่กับร่องกับรอย ก็อาจตีความได้อย่างนั้น เพราะข้อเสนอนั้นเต็มไปด้วยคำถาม และความไม่ชัดเจนว่า "พ่อใหญ่จิ๋ว" ต้องการเสนออะไรกันแน่
"พ่อใหญ่จิ๋ว" มีวาระซ่อนเร้นหรือไม่ ???
เพราะวันแรก "พ่อใหญ่จิ๋ว" ก็บอกว่า เป็นข้อเสนอของพรรคเพื่อไทยที่ต้องการให้เกิดนครปัตตานี ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับ "เชียงใหม่" หรือ "กทม."
แต่ในประโยคต่อมากลับบอกว่า "ให้ประชาชนสามารถดูแลตัวเอง" ซ้ำยังสร้างความสับสนต่อไปอีกว่า "แต่ยังอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญและกฎหมายไทย"
ที่สำคัญ... จุดพลุขึ้นมาแล้ว แต่กลับโยนระเบิดให้ "รัฐบาล" ไปคิดเอาเองในรายละเอียดว่าจะทำอย่างที่บอกนี้ได้อย่างไร !!!
หลังจากเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อื้ออึงเพียงข้ามคืน โดยเฉพาะเสียงวิจารณ์ถึงขั้น "กบฏ" ทำให้รุ่งเช้า "พ่อใหญ่จิ๋ว" ก็ขยายความเพิ่มเติมว่า...
"...นครปัตตานี ก็คือ องค์กรปกครองท้องถิ่นรูปแบบหนึ่ง ซึ่งจะต้องกำหนดขึ้นมาโดยพระราชบัญญัติที่จะเขียน หรือมีรายละเอียดอย่างไรก็จะต้องคุยกันก่อน ไม่ใช่อยู่ดีๆ จะมาพูดเรื่อยเปื่อย ต้องถามเขาด้วยว่าเขาอยากได้อย่างไร"
จากที่จับความเคลื่อนไหวมาสองวัน สรุปว่า "พ่อใหญ่จิ๋ว" คิดเอง เออเองหรือเปล่า
ได้ถามคนในพื้นที่แล้วหรือยังว่าเขาอยากได้อย่างที่ "พ่อใหญ่จิ๋ว" เสนอหรือไม่ เพราะข้อเสนอของ "พ่อใหญ่จิ๋ว" เกิดขึ้นก่อนจะลงพื้นที่ รับฟังปัญหาด้วยซ้ำไป
หรือว่าคนที่พูดเรื่อยเปื่อยจะเป็น "พ่อใหญ่จิ๋ว" เสียเอง !!!
ปัญหาเกี่ยวกับข้อเสนอและข้อวิจารณ์ของ "พ่อใหญ่จิ๋ว" นั้น วิเคราะห์ได้ใน 2 กรณี ก็คือ แง่มุมที่กระทบถึงนโยบายภาครัฐ และแง่มุมที่เป็น "วาระซ่อนเร้น"
หนึ่ง... มีข้อน่าสังเกตจากคำแถลงที่เคลือบด้วยน้ำเสียงเฉียบคมและเด็ดขาด ทำนองว่า ภาครัฐไม่ได้รับฟังความเห็นประชาชนในพื้นที่ และ "พ่อใหญ่จิ๋ว" เองนี่แหละที่จะหาคำตอบและวิธีการแก้ไขปัญหาที่สมบูรณ์ มาให้ได้ในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้
"พ่อใหญ่จิ๋ว" ยังพูดให้คนฟังจับความรู้สึกจากน้ำเสียงได้ทำนองว่า เบื่อหน่ายเสียเต็มประดากับการพูดซ้ำๆซากๆ มา 6 ปี ราวกับว่าตนเองเป็น "กูรู" รู้ดีว่าจะต้องแก้ปัญหาอย่างไร โดยเฉพาะการแก้ปัญหาในแบบที่เรียกว่าการเมืองนำการทหาร
คำถามก็คือว่า "พ่อใหญ่จิ๋ว" ลืมไปแล้วหรือว่า ตลอด 6 ปีที่อ้างถึงนั้น ใครมีบทบาทในการแก้ปัญหาภาคใต้อยู่
รัฐบาลไทยรักไทย ที่มี "พ่อใหญ่จิ๋ว" เป็นรองนายกฯ ด้านความมั่นคง ไม่ใช่หรือที่คลุกวงในอยู่กับปัญหามาโดยตลอด
และก็เป็นรัฐบาลของ "พ่อใหญ่จิ๋ว" ไม่ใช่หรือ ที่ซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายลง ทั้งจากนโยบายฆ่าตัดตอน อุ้มทนายสมชาย นีละไพจิตร ไม่นับรวมคดีตากใบ ถล่มยิงมัสยิดกรือเซะ โดย พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี บัญชาการ
แล้วสุดท้าย "พ่อใหญ่จิ๋ว" จำไม่ได้หรืออย่างไรว่า เหตุการณ์มันบานปลายจนกระทั่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต้องพระราชทานแนวทางแก้ปัญหาด้วยคำว่า "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา"
แล้วทุกวันนี้ "แม่ทัพภาคที่ 4" คนปัจจุบัน ก็ได้ดำเนินตามแนวทาง "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" อย่างเต็มที่
"พ่อใหญ่จิ๋ว" ไปอยู่ที่ไหน ถึงไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเขาทำอะไรไปถึงไหนแล้ว ???
รัฐบาลของ "พ่อใหญ่จิ๋ว" เองเป็นคนทำให้สถานการณ์เข้าขั้นกลียุค แล้ววันนี้จะมาอ้างราวกับตนเองเป็นผู้รู้ ใครเขาจะเชื่อน้ำยา ???
สอง...พิจารณาจาก "วาระซ่อนเร้น" ที่อาจอยู่ในใจของ "พ่อใหญ่จิ๋ว" ชวนให้คิดเป็นอื่นไปไม่ได้ว่า ที่แท้ก็เพื่อต้องการให้มีการแยกเป็นเขตปกครองพิเศษในท้ายที่สุดหรือไม่ เพราะคำว่า "นครปัตตานี" นั้น ไม่ปรากฏในสารบบของรูปแบบการปกครองประเทศ
ขณะที่ข้อแก้ต่างของ "พ่อใหญ่จิ๋ว" ที่ว่า จะให้เป็นเพียงรูปแบบการปกครองท้องถิ่นเหมือนกทม. หรือ เชียงใหม่ มันก็ฟังไม่ขึ้น เพราะรูปแบบที่ว่านั่นก็ไม่ใช่ให้สิทธิ "กทม." ปกครองตนเองอย่างที่เข้าใจ
หรือถ้าจะยกตัวอย่างเชียงใหม่ ก็เป็เพียงรูปแบบของ "เทศบาลนคร" เท่านั้น
แต่หากดูจากสภาพปัญหาแล้ว ความต้องการของ "พ่อใหญ่จิ๋ว" คงไม่ได้หมายเพียงแค่ให้เป็นเทศบาลเล็กๆ ในจังหวัดเท่านั้น
เพราะปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ได้จำกัดวงอยู่แค่ "ปัตตานี" หากรวมถึงยะลา และนราธิวาสด้วย
ดังนั้นเป้าหมายของ "พ่อใหญ่จิ๋ว" จึงน่าจะหมายรวมถึง "นครปัตตานี" ที่รวมเอายะลา และนราธิวาส มาอยู่ด้วยมากกว่า !!!
หากเป็นเช่นนั้นจริงๆ แล้ว มันจะเรียกว่ารูปแบบการปกครองอะไร ???
หากย้อนไปดูข้อเสนอของ "พ่อใหญ่จิ๋ว" เมื่อครั้งที่ยังมีส.ส.มุสลิม "กลุ่มวาดะห์" อยู่ด้วยกัน จะเห็นชัดว่า ความต้องการให้มีการแยกออกเป็น "เขตปกครองพิเศษ" มีมานานแล้ว
แต่ทุกครั้งที่หยิบเรื่องนี้ขึ้นมา ก็ถูกตีตกไปทุกครั้ง
เห็นได้ชัดว่า ทันทีที่ข้อเสนอของ "พ่อใหญ่จิ๋ว" ผุดขึ้นมา พรรคมาตุภูมิที่เป็นการรวมตัวของ "กลุ่มวาดะห์" ก็รีบเสนอแนวทางของตัวเอง ด้วยการเสนอให้เป็นเขตปกครองพิเศษขึ้นมาทันที แม้ฟังดูเหมือนจะเป็นข้อเสนอที่บลัฟข้อเสนอของ "พ่อใหญ่จิ๋ว" อยู่ในที แต่หากแกะรอยความสัมพันธ์ระหว่าง "พ่อใหญ่จิ๋ว" กับ "กลุ่มวาดะห์" ที่มีมาอย่างยาวนานแล้ว
ก็เรียกได้ว่าเป็นข้อเสนอที่สอดรับกันเป็นอย่างดี
ฉะนั้นแล้วงานนี้ดูเหมือน "พ่อใหญ่จิ๋ว" ควรต้องตอบสังคมให้ชัดเจนว่านี้ว่า เจตนาที่แท้จริงคืออะไรกันแน่
และ "พ่อใหญ่จิ๋ว" หวังจะมีตำแหน่งแห่งที่ใดๆ จากความคิดตั้ง "นครปัตตานี" นี้หรือไม่ ???
โต๊ะข่าวการเมือง



